ข่าว

ไลฟ์สตางค์-เอามาร์เก็ตติ้งมาช่วยเก็บเงิน

ไลฟ์สตางค์-เอามาร์เก็ตติ้งมาช่วยเก็บเงิน

13 ก.ย. 2552

คิดมาสักพักว่าจะหาโอกาสเหมาะๆ เอาวิชาชีพมาร์เก็ตติ้งที่ทำมาหากินมาถ่ายทอดต่อ กะว่าจะลองเขียนให้เข้ากับคอลัมน์เงินๆ ทองๆ ของคม ชัด ลึก เพราะผมหวังผลให้คนอ่านเอาไปประยุกต์ใช้ได้จริง

 นึกไปนึกมา ผมก็ปิ๊งไอเดียหนึ่ง ซึ่งที่มาไม่ใช่อื่นไกล เกิดจากการเข้าออกแบงก์ทำธุรกรรมการเงินอยู่บ่อยๆ ประเภทไปทีไรก็ได้คุยกับน้องหน้าเคาน์เตอร์ หรือยืนอ่านโบรชัวร์ที่ตั้งตามชั้น ตามมุมต่างๆ

 ความช่างสังเกตบอกผมว่า สมรภูมิการแข่งขันในธุรกิจนี้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดช่วงหนึ่งหลายสถาบันออกเงินฝากสู้กันหลากรูปแบบ แถมมีกองทุน ประกันชีวิตสะสมทรัพย์เต็มไปหมด

 มาถึงช่วงที่เศรษฐกิจไม่สู้จะดี ดอกเบี้ยฯ อยู่ในภาวะขาลงจนคนไม่ค่อยอยากออม บางแบงก์ก็ยังใจดีผสมใจกล้า ทุ่มทุนเล่นมุกดอกเบี้ยโปรเกรสซีฟเรตให้เห็น

 แปลตรงๆ คือเขาจะให้ดอกเบี้ยแบบค่อยๆ โต เช่น ฝาก 3 เดือนแรกเอาไปก่อนครึ่งเปอร์เซ็นต์ ผ่านไปอีกช่วง ดอกเบี้ยก็เริ่มสูงขึ้นๆ เป็นแบบขั้นบันไดไปอย่างนี้จนถึงจุดสูงสุดที่เขาจ่ายไหว

 คนเก่งเลขหน่อย ก็พอจะคิดคร่าวๆ ได้ว่าหล่งจงเป็นเงินเท่าไหร่  แต่คนที่ไม่ถนัด ก็ยังโอเค เพราะเชื่อว่ายังไงกำขี้ก็ดีกว่ากำตด ฝากแบบนี้ดีกว่าฝากออมทรัพย์ปกติที่ดอกน้อยนัก

 ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยตกเป็นเหยื่อเอาเงินไปฝากกับเขาด้วย แถมยังคิดต่ออีกว่า ถ้าแบบนี้เวิร์กกับเรา ทำไมไม่ลองเอาไปใช้กับเรื่องอื่นบ้างเผื่อจะได้ผล

 ในอดีต ผมเคยจะดัดนิสัยน้องชายที่ใช้เงินเก่งเกินตัว และไม่พิสมัยการออมเสียเลย  ด้วยการใช้ไม้แข็งแบบขู่แกมบังคับ สุดท้ายก็ไปไม่รอด เกิดแรงต้าน พอตะล่อมบอกถึงการวางแผนในอนาคต แบบเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ก็ฟังครับ แต่ก็ไม่เกิดผลเร็วนัก อย่างว่าคนไทยไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา  ปากสัญญาว่าจะเก็บ แต่พอผ่านไปสักพักก็ลืม เราเองก็ไม่ดี ที่ละเลยไม่ติดตามผล

 เมื่อคิดสะระตะแล้ว วันหนึ่งผมก็แกล้งแหย่โดยใช้มุกแบงก์ที่เตรียมมาอย่างดี บอกไปตรงๆ ว่าถ้าเก็บเงินใน 3 เดือนได้ก้อนหนึ่ง เดี๋ยวมีพิเศษให้ติดกระเป๋า และถ้าเก็บต่อจนครบปี ผมก็จะมีโบนัสให้ด้วย

 โปรโมชั่นแบบนี้เวิร์กเลยครับ ทันทีที่ได้ยินน้องชายก็ทำท่าแข็งขันเอาจริงเอาจัง คิดเลขในใจสักพัก ก็ออกปากว่าดีลนี้ตกลง ทำได้แน่ๆ เพราะสุดคุ้ม ถึงขั้นท้าพนันผมกลับเลย

 สงสัยคงเพราะอยากเอาชนะผมสักที ผสมกับของล่อใจที่ผมดัดแปลงมาจากโปรโมชั่นเงินฝากของแบงก์เป็นหมัดฮุก น็อกเข้ากลางลำตัว

 พ่อแม่คนไหนจะเอาไปปรับใช้กับลูกตัวเองในบริบทอื่นๆ ดูบ้างก็ได้นะครับ ประเภทถ้าลูกใช้เงินเปลืองมาก อยากได้อะไรเป็นต้องขอ ไม่เคยเก็บตังค์เอง ลองคุยกับเขา และฝึกให้หัดเก็บเงิน โดยสัญญาว่าถ้าทำสำเร็จจะมีรางวัลให้

 เหมือนค่อยๆ สร้างวินัยให้เกิด โดยผูกกับโปรโมชั่นการตลาด เพื่อเผด็จศึกให้เกิดผลทันที

 หลายๆ คนถามผมว่าทำแบบนี้ จะเวิร์กได้ในช่วงสั้นเท่านั้น ไม่ได้ผลระยะยาว เหมือนกับกลยุทธ์แจกของที่แบรนด์ต่างๆ ใช้ให้เกิดยอดขายตูมเดียว พอหมดโปรโมชั่น คนก็หันไปใช้ยี่ห้ออื่น

 แปลตรงๆ ว่าพอของแถมไม่มี นิสัยเก็บเงินก็เลิกไปด้วย สิ่งที่ทำมาแทบไม่มีประโยชน์

 จริงครับ ผมไม่ปฏิเสธ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปคือ การสร้างจิตสำนึกให้เกิดขึ้น โดยต้องปลูกฝังให้รู้คุณค่าของเงิน ทำให้เห็นว่าเงินทองกว่าจะหามาได้ เหนื่อยยากแค่ไหน เวลาจะใช้ ก็ต้องระวัง และให้สมเหตุสมผลที่สุด

 แต่ยังไง ก็อย่าดูแคลนโปรโมชั่นที่ผมว่าละกัน เพราะเมื่อถึงตาจน โปรโมชั่นบางครั้งก็ช่วยชีวิตแบรนด์ไม่ให้ตายมาแล้ว

 เชื่อผมมั้ย…ผมว่าได้ทำบางอย่าง ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยครับ

ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected]