ข่าว

กพร.อัดงบ95ล้านตั้งศูนย์รีไซเคิล  พัฒนาเหมืองแร่ในเมือง

กพร.อัดงบ95ล้านตั้งศูนย์รีไซเคิล  พัฒนาเหมืองแร่ในเมือง

14 มิ.ย. 2560

กพร.อัดงบ95ล้านตั้งศูนย์รีไซเคิล  พัฒนาเหมืองแร่ในเมือง

 นายสมบูรณ์ ยินดียั่งยืน อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดเผยถึงแผนส่งเสริมใช้เทคโนโลยีรีไซเคิล เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งทรัพยากรทดแทน ว่า ในปัจจุบันประเทศไทยมีของเสียเกิดขึ้นกว่า 50 ล้านตันต่อปี เป็นของเสียครัวเรือนประมาณ 25-26 ล้านตันต่อปี มีสัดส่วนการใช้ประโยชน์เพียง 20-25%และเป็นของเสียภาคอุตสาหกรรม 25-30 ล้านตันต่อปี มีสัดส่วนการนำกลับมาใช้ประโยชน์เฉลี่ย 70-75% ซึ่งหากเพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์ของเสียจากครัวเรือนเพิ่มเป็น 30 ล้านตันต่อปี และนำของเสียจากอุตสาหกรรมกลับมาใช้เป็น 80%จะเพิ่มมูลค่าในการนำกลับมาใช้ใหม่กว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี

กพร.ให้ความสำคัญกับการรีไซเคิลขยะหรือของเสียเพื่อแยกสกัดแร่และโลหะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ หรือ “การทำเหมืองแร่ในเมือง” โดยได้ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีรีไซเคิล เพื่อพัฒนาของเสียเป็นแหล่งทรัพยากรทดแทน โดยศึกษารวบรวม และถ่ายทอดเทคโนโลยีรีไซเคิลให้กับผู้ประกอบการ 

ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2551-2559 มีผู้ประกอบการได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในภาคทฤษฎีไปแล้วกว่า 800 ราย และภาคปฏิบัติอีก 350 ราย ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มในประเทศจากการลงทุนและนำของเสียเป้าหมายไปรีไซเคิลนำมาใช้ใหม่ 100-130 ล้านบาทต่อปี

“ในปัจจุบัน กพร. มีเทคโนโลยีรีไซเคิลขยะรวม 61 ชนิด โดย 31 ชนิดใช้พัฒนาเป็นเทคโนโลยีต้นแบบของ กพร. ซึ่งมีศักยภาพในการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ”

นอกจากนี้ ยังได้ก่อสร้างศูนย์เทคโนโลยีรีไซเคิล ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ใช้งบประมาณ 95 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2561 ซึ่งศูนย์นี้จะศึกษารวบรวมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลทั้งในระดับห้องปฏิบัติการ และโรงงานต้นแบบ รวมถึงถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ประกอบการ

สำหรับในปี 2560 จะดำเนินงานในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศเป้าหมายเพิ่มอีก 2 แห่ง ได้แก่ พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและเขตอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดชลบุรี รวมทั้งส่งเสริมพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลในการนำของเสียหรือวัสดุเหลือใช้ เพื่อเป็นวัตถุดิบทดแทนหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะในส่วนของโครงสร้าง งานสถาบัตยกรรรม งานถนนและทางเท้า และงานตกแต่ง 

ส่วนในปี 2561 จะดำเนินงานในเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศเป้าหมายเพิ่มอีก 2 แห่ง ได้แก่ พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเขตอุตสาหกรรมในจังหวัดลำพูน และฉะเชิงเทรา รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลของเสียเพื่อเป็นวัตถุดิบทดแทนในอุตสาหกรรมเซรามิก

นายสมบูรณ์ กล่าวว่าในปี 2562 จะส่งเสริมเทคโนโลยีรีไซเคิลในการนำขยะและของเสียจากกระบวนการผลิตนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อเป็นวัสดุทดแทนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ (First S-curve) และกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-curve) รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตามนโยบายของรัฐบาล