ข่าว

ดันเชียงใหม่ขึ้นแท่นเมืองกาแฟมาตรฐานโลก !!!

ดันเชียงใหม่ขึ้นแท่นเมืองกาแฟมาตรฐานโลก !!!

13 มิ.ย. 2560

ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 ผนึกกำลังเกษตรกร ร้านกาแฟ ผู้แปรรูป บาริสต้าขับเคลื่อนดันเชียงใหม่ขึ้นแท่นเมืองกาแฟระดับมาตรฐานโลก

          13 มิ.ย.60 นางสาวนฤมล  ทักษอุดม ประธานคลัสเตอร์เชียงใหม่เมืองกาแฟ เปิดเผยว่า นับเป็นก้าวแรกในแวดวงอุตสาหกรรมกาแฟของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้เข้ามารวมตัวกันของกลุ่มต้นน้ำ คือ เกษตรกร  กลุ่มกลางน้ำ คือ ผู้แปรรูปเมล็ดกาแฟ และกลุ่มปลายน้ำ คือ ร้านกาแฟ และบาริสต้า เพื่อขับเคลื่อนให้จังหวัดเชียงใหม่ก้าวสู่การเป็นเมืองกาแฟอย่างเต็มรูปแบบ โดยที่ผ่านมา ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 ในการฝึกอบรมความรู้ทั้งระบบอย่างเข้มข้น และการส่งเสริมด้านนวัตกรรม รวมถึงเทคโนโลยี เพื่อยกระดับให้อุตสาหกรรมกาแฟของจังหวัดเชียงใหม่ก้าวสู่มาตรฐานระดับโลก

ดันเชียงใหม่ขึ้นแท่นเมืองกาแฟมาตรฐานโลก !!!  

          ปัจจุบันนี้การันตีว่าจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองกาแฟ จากสิ่งบ่งชี้คือ มีจำนวนของร้านกาแฟสไตล์อินดี้ที่มีกว่า 1,000 แห่ง และร้านกาแฟที่มีอาหารและเบเกอรี่ให้บริการอีกมากว่า 4,000 แห่ง อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีความครบครันทั้งด้านแหล่งปลูกกาแฟระดับพรีเมี่ยม แหล่งแปรรูปเมล็ดกาแฟ และร้านกาแฟที่มีการดีไซน์ที่โดดเด่น รวมถึงบาริสต้าที่มีฝีมือไม่เป็นรองใครในต่างประเทศ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมกาแฟในจังหวัดเชียงใหม่สร้างรายได้ภาพรวมเข้าสู่พื้นที่ปีละนับพันล้านบาท จากการส่งออกเมล็ดกาแฟขายไปทั่วทุกมุมโลก และเป็นแหล่งบริโภคกาแฟที่ทันสมัย ขณะที่การลงทุนของธุรกิจร้านกาแฟเติบโตแบบก้าวกระโดด มีการใช้เม็ดเงินลงทุนตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักล้านบาท 

ดันเชียงใหม่ขึ้นแท่นเมืองกาแฟมาตรฐานโลก !!!                  
           

             "จังหวัดเชียงใหม่มีการผลิตเมล็ดกาแฟมากถึงปีละ2,000 ตัน ในจำนวนนี้ส่งขายในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงบริโภคในพื้นที่ สิ่งสำคัญคือ พยายามส่งเสริมให้มีการใช้เมล็ดกาแฟพื้นถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ และภาคเหนือ เพื่อสร้างกาแฟซิกเนเจอร์ขึ้นมา และต้องการให้ทุกคนที่ชื่นชอบกาแฟจากทั่วโลกได้มาสัมผัส และเรียนรู้ถึงกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำกลางน้ำปลายน้ำจนถึงถ้วยกาแฟที่ดื่ม เพราะจังหวัดเชียงใหม่มีความครบเครื่อง เป็นแหล่งปลูกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ และแหล่งผลิตที่มีอัตลักษณะได้มาตรฐานระดับโลก รวมถึงเป็นแหล่งบริโภคกาแฟทุกระดับสำหรับคอกาแฟอินดี้ และคอกาแฟพรีเมี่ยม" นางสาวนฤมล กล่าว 

ดันเชียงใหม่ขึ้นแท่นเมืองกาแฟมาตรฐานโลก !!!
           

       นางสลิลมรกต สงค์พิมพ์ ประธานกลุ่มปลายน้ำคลัสเตอร์เชียงใหม่เมืองกาแฟ กล่าวว่า ร้านกาแฟในจังหวัดเชียงใหม่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีจำนวนร้านหลักพันแห่งขึ้นไป ส่วนรายได้เฉลี่ยร้านละ 60,000-100,000 บาทต่อเดือน เพราะฉะนั้นมองว่ามีโอกาสที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งบริโภคเทียบชั้นต่างประเทศได้ ขณะที่การตกแต่งร้านกาแฟมีอัตลักษณ์ไม่เป็นรองต่างประเทศ  จึงอยากผลักดันให้ทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องได้สร้างมาตรฐานไปในทิศทางเดียวกันและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และในอนาคตอาจจะมีการคิดค้นสูตรกาแฟเฉพาะสำหรับสมาชิกเชียงใหม่เมืองกาแฟอีกด้วย         

ดันเชียงใหม่ขึ้นแท่นเมืองกาแฟมาตรฐานโลก !!!


           นายชัชวิช ปานพลอย ประธานกลุ่มต้นน้ำคลัสเตอร์เชียงใหม่เมืองกาแฟ กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าใน 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ มี 17 อำเภอปลูกกาแฟ จึงมีแนวคิดว่าต่อไปนี้จะต้องมีการพัฒนาผู้ปลูกกาแฟให้มีกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพควบคู่กับการเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เพราะหากประเมินดูจากแหล่งปลูกกาแฟล้วนแต่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 800 เมตร หากว่าจะมีการพัฒนาทั้งสายพันธุ์ดั้งเดิม และสายพันธุ์ใหม่ให้เป็นที่ต้องการของตลาดโลก ก็เป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะขณะนี้ยังพบว่าในพื้นที่สามารถที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งปลูกกาแฟอินทรีย์ และออแกนิคได้ เพราะปัจจุบันนี้ต่างมีการปลูกกาแฟใต้ร่มไม้อยู่แล้ว     

                                                         "ชัชวิช ปานพลอย" 

ดันเชียงใหม่ขึ้นแท่นเมืองกาแฟมาตรฐานโลก !!!             
              

          นายศุภกิจ ชัยเมืองเลน  นักวิชาการชำนาญการอุตสาหกรรมชำนาญการ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่1  กล่าวว่า ทางศูนย์ฯ ได้ขับเคลื่อนจัดตั้งเชียงใหม่เมืองกาแฟตั้งแต่ปี 2559 ด้วยการรวมกลุ่มผู้ประกอบการร้านกาแฟ โรงคั่วกาแฟ และเกษตรกร พร้อมสนับสนุนงบประมาณบริหารจัดการบ่มเพาะองค์ความรู้อย่างรอบด้าน   เพื่อเพิ่มศักยภาพให้อุตสาหกรรมกาแฟของจังหวัดเชียงใหม่เทียบชั้นในตลาดโลก โดยที่ผ่ามมาได้ส่งเสริมให้มีการอบรมตั้งแต่การคัดเมล็ดคุณภาพ, เทคนิคการคั่วกาแฟ และบาริสต้า ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และในปี 2561 ได้ดีไซน์หลักสูตรการเบลนด์กาแฟ เพื่อยกระดับให้ผู้ที่ผ่านมาการอบรมทั้ง 3 หลักสูตรนี้ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมกาแฟอย่างมีมาตรฐาน