
อย่าตระหนกแจ้งเตือนเหตุไม่สงบจว.ท่องเที่ยวภาคใต้
“นายกฯ”วอนอย่าตระหนกแจ้งเตือนเหตุไม่สงบจังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้ ชี้เป็นเรื่องภายใน รับหวั่นกระทบเศรษฐกิจ
13 มิ.ย. 60 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีมีข่าวแจ้งเตือนการก่อความไม่สงบที่จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ และจ.นราธิวาส ที่มีการร้องเรียนให้ปิดด่านผ่านไทย-มาเลเซียเพื่อป้องกันการก่อการร้าย ว่า อย่าไปแจ้งเตือนกันมากนัก ซึ่งเป็นเรื่องการแจ้งเตือนภายใน และเป็นเรื่องของความมั่นคงให้ระมัดระวังตรงนี้ ปรากฏว่ามีข่าวออกมาข้างนอกก็ทำให้เกิดความวุ่นวาย ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไร ฝ่ายความมั่นคงเขาก็เตือนกันแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ปิดบัง ฉะนั้นรัฐบาลต้องหาวิธีการ และไปบอกหน่วยงานในพื้นที่ให้ระมัดระวัง ซึ่งประชาชนก็ต้องมีส่วนร่วม แต่เราไปแจ้งเตือน ภาคธุรกิจก็วุ่นกันไปหมด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การปิดช่องทางผ่านแดนจะทำให้เกิดปัญหา ถ้าจะแก้เรื่องความมั่นคงอย่างเดียว แล้วเรื่องเศรษฐกิจ การค้าขาย ก็ต้องไปตรวจมาตรการเข้มคัดกรองให้ดี ช่องทางธรรมชาติก็เยอะ ทหารไม่สามารถอยู่ได้ทุกตารางเมตร ก็ต้องให้ทหารลาดตะเวน เป็นจุดตรวจ จุดเฝ้าตรวจเขาก็ลำบากพออยู่แล้ว ซึ่งตนได้สั่งการว่าให้มีมาตรการลาดตะเวนร่วม เพิ่มมาตรการการใช้เทคโนโลยี อย่างกล้องซีซีทีวี ที่มีการเสื่อมสภาพ ตรงไหนเสียก็ไปซ่อมแซมใช้งบประมาณเท่าไหร่ ซึ่งรัฐบาลกำลังทำอยู่ ทั้งนี้งบประมาณต้องใช้ในหลาย ๆ อย่าง เช่นการจัดหายุทโธปกรณ์ที่มีปัญหามาตลอด ไม่ใช่เพิ่งมีปัญหา อยากจะซื้อมาตั้งแต่ 10ปีที่แล้ว แต่ไม่ได้ซื้อจะมาซื้อวันนี้ก็เพื่อไม่เสียเงินมากในอีก 20 ปีข้างหน้าทุกอย่างต้องมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ผู้สื่อข่าวถามว่า การปิดช่องทางผ่านแดนไทย-มาเลเซีย โดยอ้างการเข้ามาของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) จะกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การก่อการร้ายและอาชญากรข้ามชาติเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นวาระแห่งชาติอยู่แล้ว และเป็นวาระของคนทั้งโลก วันนี้ทุกประเทศที่มาพบตนก็ห่วงใยในเรื่องนี้ มีการประสานหารือในความร่วมมือ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะวันนี้โลกไร้พรหมแดน ถึงจะมีเขตแดนก็ไร้พรหมแดนทางเทคโนโลยี ทางโซเชียลมีเดีย ท่านต้องมาช่วยตนคิดว่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร การบิดเบือนและสร้างแนวคิดที่ไม่ดีอยู่ที่การระดมความคิดของคน
“อย่าไปร่วมในการทำสิ่งที่ไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อการร้าย อย่างไรก็ตามเรื่องอาชญากรข้ามชาติ ได้มีการจับกุมและดำเนินคดี ทั้งการทำทัวร์ผิดกฎหมาย การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล สิทธิมนุษยชน วันนี้ตนเอาเรื่องสิทธิมนุษยชนไปใส่ในการทำธุรกิจด้วย เพราะการทำธุรกิจต้องคำนึงสิทธิมนุษยชน การดูแล การเยียวยา การเคารพกันในเรื่องสิทธิมนุษยชน หลายเรื่องเป็นปัญหาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการทำเหมืองแร่ วันนี้ให้ไปทบทวนทั้งหมด หากเราไม่แก้อะไรเลย หยุดทุกอย่าง ประชาชนมีความสุขแล้วจะกินอะไรกัน ต้องหาวิธีที่เป็นประโยชน์” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



