
วิชา มหาคุณ -ป.ป.ช.ไม่ใช่เครื่องมือของใคร !
ลงดาบในคดีสำคัญไปแล้วอีกคดี สำหรับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ "ป.ป.ช." พร้อมกับรับเละ ทั้งเสียงตอบรับและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า "รับงานการเมือง"
เพราะช่วงเวลาประจวบเหมาะเหลือเกิน กับบรรยากาศความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองกับองค์กรแห่งอำนาจที่ทรงพลังอย่าง "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ถึงขนาดตั้งข้อสังเกตกันว่าเป็นการ "ปลดล็อกการเมือง" ทางหนึ่ง
วิชา มหาคุณ ในฐานะประธานป.ป.ช. เปิดอกกับ "คม ชัด ลึก" ถึงความยากลำบากของคดีที่กว่าจะปิดลงได้ต้องฝ่าด่านและแรงกดดันที่หนักหนาสาหัสที่สุดในรอบ 3 ปีที่ทำงานมา แรงถึงขนาดเจ้าตัวบอกว่า "เพิ่งจะได้นอนเต็มอิ่ม" ก็วันนี้ !
กดดันเยอะมั้ยกว่าจะปิดคดีสลายม็อบได้ ?
ผมก็ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะจะไปกระทบกระเทือนจิตใจผู้ถูกชี้มูล แต่ก็อยากจะบอกว่าทั้งหมดตั้งแต่ทำมา 3 ปีไม่มีอะไรจะยุ่งยาก ซับซ้อน หนักหนาสาหัส และแรงเท่ากับคดีนี้อีกแล้ว
ที่ว่าแรงหมายถึงในแง่ไหน ฝ่ายการเมืองกดดัน ?
คือต้องยอมรับว่าเราเผชิญกับองค์กรแห่งอำนาจที่เต็มรูปแบบ ทั้งด้านการเมืองก็ดี สำคัญก็คือองค์กรตำรวจทั้งหมด มันยังไม่เคยมีองค์กรไหนที่ต้องดำเนินการตรวจสอบองค์กรตำรวจแบบเบ็ดเสร็จตั้งแต่ระดับสูงถึงระดับล่างขนาดนี้ เมื่อเขาเป็นองค์กรที่มีอำนาจอยู่ในมือ ก็พูดกันง่ายๆ ว่า การดิ้นรนมันแรงมาก และผสมกับฝ่ายการเมืองด้วย จะเห็นเลยว่าตอนแรกตำรวจดิ้นรนขนาดหนัก ถึงขนาดรวบรวมรายชื่อถอดถอน ตั้งโต๊ะกันเลย ไม่ใช่แค่ในกทม. แต่ต่างจังหวัดด้วย พวกตำรวจที่เป็นลูกศิษย์ผมเขาก็มาบอกว่าเนี่ยมีหนังสือมานะให้ช่วยกันลงชื่อให้ครบ เพื่อดำเนินการถอดถอนให้ได้ เพราะเขาคิดว่าเราตั้งธงเพื่อกวาดหมด ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลย
ประจวบเหมาะกับที่ฝ่ายการเมืองกำลังมีปัญหากับตำรวจอยู่ เลยถูกมองว่ามีการรับงานรัฐบาลมาหรือเปล่า ?
จังหวะมันบังเอิญมาตอนนี้พอดี ผมพยายามจะดำเนินการให้มันจบตลอดเวลา ไม่อยากให้ลงจังหวะพอดีกับทางการเมือง เราก็รู้อยู่ว่าเรื่องการเมืองก็กระทบแน่ และเรื่องการเคลื่อนไหวที่ต้องการจะเอาป.ป.ช.ไปเป็นอะไรก็ตามที ซึ่งเราก็ส่งสัญญาณด้วยเหมือนกันว่าอย่ามาเอาเราเป็นเครื่องมือ ป.ป.ช.ไม่ได้เป็นเครื่องมือของใคร แต่มันก็เป็นจังหวะที่เราต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพราะจะเข้าปีหนึ่งอยู่แล้ว 7 ตุลานี่ก็ครบปีแล้ว
เราก็ถูกต่อว่ามาตลอดว่าทำงานเชื่องช้า ซึ่งที่จริงกระบวนการของเราน่าจะเสร็จเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำไป แต่เนื่องจากเราถูกตำรวจไปร้องต่อศาล และมีการกดดันค่อนข้างมากเรื่องว่าจะถูกดำเนินคดีอาญาหรือเปล่า ทำให้ผู้เป็นอนุกรรมการไต่สวนของเราซึ่งเป็นทั้งคนภายนอกก็ดี หรือคนของเราก็ดี ถึงขนาดถอนตัวกันเป็นแถว สุดท้ายก็โอนคดีมาที่เรา ทำให้จากเดิมที่คิดว่าจะเสร็จใน 6 เดือน ก็ไม่เป็นอย่างนั้น
คิดว่าแรงไปมั้ย ที่ให้ 2 เด้งแก่พล.ต.อ.พัชรวาท ?
คือเรื่องทางวินัยความผิดร้ายแรงนั้น เป็นฐานของมาตรา 157 ตรงนี้มันติดไปด้วยกัน พอบอกว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบในทางส่วนของวินัยแล้วนี่ก็อันเดียวกัน แต่ผมเรียนได้เลยว่าในคณะกรรมการของเราพิจารณาถึงในแง่ตำรวจทั้งองค์กร ไม่ใช่แค่คนใดคนหนึ่ง เรามองถึงความรับผิดชอบในองค์กร จะเห็นได้เลยว่าเราเห็นใจผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้ได้รับคำสั่ง ขนาดคุณอำนวย นิ่มมะโน ท่านมีการเปลี่ยนเวร เนื่องจากคุณพ่อท่านเสีย เราก็ให้โอกาส ให้ความเป็นธรรมว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง ถึงแม้ว่าคุณอำนวยจะออกมาแถลงข่าวอย่างนั้นอย่างนี้เหมือนกับรู้เหตุการณ์ทั้งหมดก็ตาม ซึ่งกรรมการสิทธิฯ ก็บอกว่า เขาควรต้องรับผิดด้วยซ้ำไป แต่เราก็ไม่ได้เอาผิดเขา เราดูละเอียดมาก ไม่ได้ละเลยการให้ถ้อยคำของแต่ละคนเลย นอกจากกลั่นกรองแล้วยังไม่พอ ต้องมาอ่านซ้ำ เรียกมาสอบเพิ่ม
กรณีคุณสมชาย (วงศ์สวัสดิ์) อ้างว่าป.ป.ช.ไม่ให้ดูสำนวน และตัดสินก่อนที่ศาลปกครองจะลงมติมา จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร ?
คือท่านก็เอากรรมการข้อมูลข่าวสารมาบีบว่า ขอดูสำนวน ถึงขนาดกรรมการข้อมูลข่าวสารขู่มาว่าจะดำเนินคดีอาญากับเรา ทั้งประธานและกรรมการ ซึ่งโดยปกติสำนวนการไต่สวนเราให้ดูไม่ได้อยู่แล้ว แต่สำหรับตัวท่านเอง หรือเอกสารบางอย่างที่ไม่เกี่ยวกับการชี้มูลท่านก็สามารถดูได้ ส่วนเรื่องศาลปกครองนั้น ไม่ได้อยู่ในข่ายของเราที่ต้องรอคำวินิจฉัยของศาล เพราะเขาไปร้องขอความเป็นธรรมเรื่องการดูข้อมูล มันคนละเรื่อง แต่ท่านก็มีเหตุที่จะอ้างได้ ก็แล้วแต่
แสดงว่าโดนกดดันทั้งจากฝ่ายการเมือง และราชการด้วยกันเองก็เอาด้วย ?
คือต้องเข้าใจว่า โอเค ท่านมีอำนาจ แต่การบริหารอำนาจก็เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง เราก็พยายามเพราะเราเป็นองค์กรบริหารอำนาจ ก็อาจถูกถอดถอนได้เหมือนกัน หรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็อาจเล่นงานเราได้ ซึ่งคุณสมชายก็ทำเรามาแล้วคือให้ส.ส.ยื่นขอให้ดำเนินคดีอาญาเพื่อให้เราหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็โชคดีที่ศาลฎีกาฯ ท่านเข้าใจการทำงาน ท่านเลยไม่รับ ไม่อย่างนั้นก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ พอหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วคดีนี้จะทำอย่างไร พอจะเห็นภาพแล้วใช่มั้ย
ถึงตอนนี้โล่งหรือยังที่ปิดคดีสลายม็อบลงได้ ?
เรียกได้ว่าเป็นวันที่ผมนอนได้เต็มอิ่มก็แล้วกัน มีคดีไหนบ้างที่โดนขู่ว่าจะฆ่า ตอนที่ไต่สวน เขายิงระเบิดกันตูมๆ อยู่ข้างๆ เขาบอกว่ารีบออกไปเถอะ เขาจะยิงเข้าใส่ผมจะเป็นมูลเหตุที่ทำให้คนอื่นเขาตายไปด้วย คดีนี้มันอลหม่านไปหมด ไม่รู้ใครเป็นใคร ผมว่ายังโชคดีที่ความวุ่นวายทางการเมืองเป็นเหตุทำให้คดีนี้ยุติ จบลงได้ ป.ป.ช.ทำให้จบลงได้ในที่สุด ไม่งั้นก็จะมีการกดดัน ยิงกันตูมๆๆ มันยุติไม่ได้ จะชี้มูลก็ลำบาก ต้องเผ่นหนีไปโน่นไปนี่ จะเรียกตามตัวก็ลำบาก เจ้าหน้าที่ก็ต้องมานั่งทำงาน สำนวนก็ไม่รู้จะถูกเผาไปด้วยหรือเปล่า
ภาพของป.ป.ช.นั้นฝ่ายเสื้อแดงก็ตั้งแง่แล้วว่าตั้งมาจากคมช. แถมยังมีสายสัมพันธ์กับพรรคประชาธิปัตย์อีก ?
เราไม่เคยมีอะไรผูกพันกับประชาธิปัตย์
อย่างท่านกล้านรงค์ (จันทิก) ก็ถูกตั้งข้อสังเกตมากว่าสนิทสนมกับประชาธิปัตย์ ?
(หัวเราะ) อันนี้ต้องให้ท่านเล่า คือท่านชอบเล่าเรื่อยเลยว่า สมัยที่ท่านจะขึ้นเป็นเลขาธิการ ท่านโดนฝ่ายประชาธิปัตย์เองแหละที่บอกว่า ท่านไม่สมควรขึ้น ท่านก็เสียประโยชน์ตรงนั้นไป แล้วเขาเอาคนอื่นขึ้นมาข้ามท่านไป กว่าท่านจะได้มา... คือต้องให้ท่านเล่าเองถึงความคับแค้น แต่ท่านก็ว่าไม่ได้เอามาจำใส่ใจอะไร แต่ว่าไม่ลืมเท่านั้นเอง
ฐานิตะญาณ์ ธนพิศุทธิ์กุล



