
รวบ 3 หนุ่มจีนแก๊งสกิมเมอร์ขณะลงมือ
รวบแก๊งสกิมเมอร์จีนขณะติดอุปกรณ์คาตู้เอทีเอ็มตระเวนก่อเหตุทั่วกรุง-เชียงใหม่
เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 13 มิถุนายน ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(บก.สปพ.หรือ191) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สายตรวจ และ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายจง ฟู่ หัว อายุ 31 ปี สัญชาติจีน นายหลิว หลี่ หมิง อายุ 40 ปี สัญชาติจีน และนายจู ว่าน หลง สัญชาติจีน พร้อมของกลางเครื่องคัดลอกข้อมูลจากบัตรอิเล็กโทรนิกส์ กล้องวีดีโอบันทึกภาพขนาดเล็ก บัตรอิเล็คโทรนิกส์ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค สายเชื่อมต่อข้อมูลสกิมเมอร์ ฯลฯ
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เมื่อเวลา 20.40 น. วันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตำรวจงานสายตรวจ 1 และตำรวจ สน.ห้วยขวาง จับกุมนายจง ฟู่ หัว ได้ที่บริเวณหน้าตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ ทางเชื่อมรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีห้างเซ็นทรัลพระราม 9 แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. ขณะที่นายจง ฟู่ หัว กำลังเก็บอุปกรณ์เครื่องคัดลอกข้อมูล และกล้องวีดีโอขนาดเล็กออกไปจากตู้เอทีเอ็มดังกล่าว
จากการสอบสวนจับกุมผู้ต้องและยึดของกลางเพิ่มได้อีก 2 คน คือ นายหลิว หลี่ หมิง และ นายจู ว่าน
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา“ร่วมกันมีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลง หรือมีเครื่องมือหรือวัตถุเช่นว่านั้น เพื่อใช้หรือให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลง
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนเพิ่มเติมทำให้ทราบว่า คนร้ายชาวจีนกลุ่มนี้ จะใช้อุปกรณ์และมีแผนประทุษกรรมในลักษณะเดียวกันทั้งหมดในการก่อเหตุ โดยมีหลักฐานเชื่อมโยงว่าคนร้ายกลุ่มนี้ ยังได้ก่อเหตุในลักษณะนี้อีกหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้น่าจะมีผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆที่ยังหลบหนีอยู่ ทั้งนี้ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร เพื่อร่วมมือกันติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายแก๊งค์สกิมเมอร์ชาวจีน โดยเฉพาะ นายซ่ง เลี่ยง หมิง ที่กำลังหลบหนีอยู่และจะได้ดำเนินการเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ และติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้านนายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด การป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากข้อมูล พบว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่มีการก่ออาชญากรรมในลักษณะดังกล่าวเป็นอันดับ 6 ของโลก โดยกรณีนี้ถือว่ามีความเสียหายหนักที่สุด ทั้งเงินและชื่อเสียงของประเทศ ที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ โดยหลังการจับกุม ยังไม่พบมูลค่าความเสียหาย เนื่องจากตำรวจสามารถจับกุมและยึดเครื่องสกิมเมอร์ (Skimmer) ได้ก่อนที่คนร้ายจะกลับจีน จากข้อมูล กลุ่มคนร้ายได้ข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์กว่า 200 ใบต่อวัน และสามารถทำได้ทุกธนาคาร ตัวเงินเกินหลัก 10 ล้านบาท และเมื่อได้ข้อมูลแล้ว สามารถนำไปกดเงินได้ทุกประเทศทั่วโลก
อย่างไรก็ตามขอประชาชนอย่าเป็นกังวล เจ้าหน้าที่ธนาคารจะทำการตรวจสอบข้อมูลการใช้เงิน หากพบว่าผิดปกติ จะระงับและตรวจสอบทันที หากเกิดความเสียหาย ธนาคารจะดูแลในส่วนนี้ให้ และแม้ว่าจะมีวิธีการป้องกันเบื้องต้น แบบใช้มือป้องเวลากดรหัส แต่คนร้ายก็ยังสามารถขโมยข้อมูลด้วยวิธีอื่นได้



