ข่าว

สองพ่อลูกเฮ.."อุทธรณ์" ได้เงินหวย6.1ล้าน

สองพ่อลูกเฮ.."อุทธรณ์" ได้เงินหวย6.1ล้าน

13 ก.ย. 2552

ในที่สุดคดีประวัติศาสตร์ของคนดวงเฮงแต่กรรมบังอย่าง "ลุงศิษย์ และดรุณี กิจพฤกษ์" สองพ่อลูกชาว อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ก็ปิดฉากลงเสียที เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาตัดสินยกฟ้อง และให้เงินรางวัล 6.1 ล้านบาท ตกเป็นของทั้งสอง ท่ามกลางการถอนหายใจอย่างโล่งอก หลังจากนอน

คดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังขาของผู้ติดตามข่าวสาร ที่ต่างก็เชื่อในข้อมูลของทั้งสองฝ่าย กลายเป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์เพียงชั่วข้ามคืน ผู้คนอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่โกหกพกลม ระหว่างลุงศิษย์ผู้ถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาลและรางวัลข้างเคียง งวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2547 รวมเป็นเงิน 6.1 ล้านบาท กับ "รสรินทร์ ศักดิ์นาราโรจน์" เจ้าของร้านจำหน่ายลอตเตอรี่กัมปนาทในตลาด อ.มัญจาคีรี ที่กล่าวหาว่านายศิษย์ขโมยลอตเตอรี่ไป

 เรื่องเดิมมีอยู่ว่า...เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2547 หรือ 3 วันให้หลังหวยออก รสรินทร์ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.อ.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผกก.มัญจาคีรี ในสมัยนั้นกล่าวหานายศิษย์ว่า ได้แอบล้วงหยิบลอตเตอรี่จากตู้ขายหน้าร้านไป 4 ฉบับ ซึ่งก็คือฉบับที่ถูกรางวัลที่ 1 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ปีเดียวกัน พ.ต.อ.คัชชาจึงทำหนังสือถึงผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขามัญจาคีรี ให้อายัดเงินรางวัลทั้งหมดในสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของ "ดรุณี กิจพฤกษ์" ลูกสาวของนายศิษย์ พร้อมทั้งแจ้งข้อหาทั้งสองคนฐานวิ่งราวทรัพย์และรับของโจร

 จาก "คนดวงเฮง" กลับกลายเป็น "ผู้ต้องหา" ในบัดดล !!!

 อย่างไรก็ดี นายศิษย์ยืนยืนว่า ได้ซื้อลอตเตอรี่งวดวันที่ 16 พฤษภาคม จำนวน 8 ฉบับ โดยตระเวนซื้อทั้งจากร้านกัมปนาทคู่กรณี 4 ฉบับ และซื้อเพิ่มอีก 4 ฉบับ ที่ร้านขายลอตเตอรี่ใน จ.กำแพงเพชร ระหว่างเดินทางไปร่วมงานศพน้องชายเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม แต่เมื่อถูกเรียกสอบหนักเข้านายศิษย์กลับให้การสับสน หลายครั้งยืนยันว่าซื้อจาก จ.กำแพงเพชร บางครั้งบอกว่าซื้อจากทั้งที่ร้านกัมปนาทและที่กำแพงเพชร ทำให้เกิดพิรุธและข้อสงสัยตามมามากมาย

 ในขณะที่ฝ่ายรสรินทร์ที่แม้ช่วงแรกจะได้เปรียบ เพราะต้นขั้วที่นำมาแสดงเป็นหลักฐานชี้ชัดว่า สลากใบที่ถูกรางวัลมาจากร้านกัมปนาทแน่นอน แต่ข้อพิรุธก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน อาทิ หากรู้เห็นว่านายศิษย์วิ่งราวลอตเตอรี่ไปตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งเกิดขึ้นก่อนวันหวยออกนานนับสัปดาห์ เหตุใดจึงไม่เข้าแจ้งความและเพราะเหตุใดจึงเข้าแจ้งความอายัดเงินรางวัลหลังหวยออกไปแล้วถึง 3 วัน

 คดีนี้ยุ่งเหยิงอีนุงตุงนังกันไปหมด มีการฟ้องร้องกันไปมามากมายหลายคดี ไม่เว้นแม้แต่ พ.ต.อ.คัชชา ก็ถูกพ่วงหางเลขไปด้วย ส่วนเงินหกล้านเศษก็นอนนิ่งอยู่ในแบงก์ รอคอยผู้มีสิทธิ์ตัวจริงมาเบิกถอนไป...

 5 ปีที่รอคอย ชีวิตครอบครัวกิจพฤกษ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย จากที่จนอยู่แล้วกลับจนลงไปกว่าเก่า ด้วยหนี้สินที่พอกพูนจากการนำบ้านนำที่นาไปจำนอง หาเงินมาต่อสู้คดี บ้าน 2 ชั้นหลังคามุงด้วยสังกะสี ที่รอคอยเงินรางวัลมาช่วยปรับโฉมให้ดูใหม่ขึ้น ทรุดโทรมลงไปตามกาลเวลา ภายในบ้านโล่งๆ มีเพียงทีวีเก่าๆ 1 เครื่อง เปลนอน และเสื้อผ้าแขวนอยู่ระเกะระกะ

 เดิมทีดรุณีเป็นแม่ค้าขายผักอยู่ในตลาดสดเทศบาลมัญจาคีรีและขายส้มตำอยู่ที่หน้าบ้าน วิถีชีวิตเป็นแบบหาเช้ากินค่ำ พอเลี้ยงครอบครัวไปชั่ววัน แต่พอมีเรื่องชีวิตก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ต้องขวนขวายหาเงินมาใช้สู้คดี ทรัพย์สินอะไรขายได้ก็ขาย จำนำได้ก็จำนำจนหมด เมื่อไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครก็ไปกู้เงินนอกระบบมาผัดผ่อน รวมกว่า 4 แสนบาท เมื่อคดียืดเยื้อยาวนาน หนี้สินก็พอกพูน รายได้ที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอ แก๊งทวงหนี้ก็ตามข่มขู่จนต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ส่วนพ่อเมื่อกลุ้มมากก็หันหาเหล้าดับกลุ้ม เพ้อถามหาแต่เงินรางวัลที่ 1 เครียดไปหมดทั้งครอบครัว

 ฟากครอบครัวของรสรินทร์เองก็ใช่ว่าจะอยู่อย่างมีความสุข เมื่อสังคมซุบซิบและตั้งข้อสังเกตในประเด็นที่เกิดขึ้น ช่วงแรกมีทั้งคนแห่ไปซื้อลอตเตอรี่ที่ร้าน ด้วยหวังจะเฮงถูกรางวัลกับเขาบ้าง แต่บางคนก็ปฏิเสธเพราะมีอคติกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามีผลต่อจิตใจคนในครอบครัวมาก ในที่สุดก็ต้องเลิกขายลอตเตอรี่ไปโดยปริยาย เพื่อความสบายใจ

 คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องลุงศิษย์กับลูก เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2549 แล้วให้ถอนอายัดเงินได้ ฝ่ายโจทก์ยื่นอุทธรณ์

 อีก 3 ปีต่อมา วันที่ 8 กันยายน 2552 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น รวมไปถึงคดีอื่นที่เกี่ยวข้องกันทั้งหมด

 ถึงเวลานี้ศาลได้ตัดสินแล้วว่าใครคือผู้มีกรรมสิทธิ์ในเงินก้อนโตนี้ แต่สำหรับคู่กรณีทั้งสองครอบครัวต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่า ใครกันแน่ที่โกหก !?!

 ชยานนท์ ปราณีต : เรื่อง
 สมโภชน์ สมบัติ : ภาพ