ข่าว

"ผอ.พศ."แนะออก"กม."คุมบัญชีเงินวัด 

"ผอ.พศ."แนะออก"กม."คุมบัญชีเงินวัด 

12 มิ.ย. 2560

ปิ๊งแนวทางคุมบัญชีเงินวัด ต้องออกกฎหมายดีที่สุด โยน"สภา"กำหนดบทลงโทษ เล็งตั้ง คกก.สอบทุจริต งบอุดหนุนวัด3ส่วน เผยรอตำรวจแจ้งข้อหาบิ๊กพศ.ก่อนสั่งพักงาน

           12 มิ.ย. 60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.พงศ์ธร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวภายหลังเข้าพบนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า  ได้มีการหารือเรื่องสำคัญคือ กรณีทุจริตเงินอุดหนุนวัดโดยข้าราชการระดับสูงในพศ. และผู้เกี่ยวข้อง  รวมถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้เปิดเผยทรัพย์สินของวัด โดยเรื่องการเปิดเผยทรัพย์สินของวัด ตนได้รายงานให้ทราบว่า พ.ร.บ.คณะสงฆ์ กำหนดให้เจ้าอาวาสเป็นผู้แทนวัด มีอำนาจหน้าที่จัดการศาสนสมบัติ และมีกฎกระทรวงกำหนดให้เจ้าอาวาสแต่งตั้งไวยาวัจกรทำบัญชีรับ บัญชีจ่าย รวมถึงมติมหาเถรสมาคม (มส.) ที่ขอความร่วมมือวัดให้รายงานบัญชีดังกล่าว

           "รัฐมนตรีรอให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกินที่ พศ.จะพิจารณาเอง อย่างไรก็ตามจากการรายงานมีตัวเลขที่น่าพอใจ โดยปี 59 จากทั้งหมดจำนวนกว่า 4 หมื่นวัด มีการรายงานเข้ามาประมาณกว่า 3.9 หมื่นวัด สิ่งที่รัฐมนตรีคาดหวังคือ คุณภาพของบัญชี ส่วนการตรวจสอบคุณภาพของตัวเลขทางบัญชีนั้น ถ้าต้องการมาตรการที่เด็ดขาด ออกเป็นกฎหมายบ้านเมืองดีที่สุด"  ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าว

           พ.ต.ท.พงศ์ธร กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่มีบทบังคับว่าวัดต้องส่งบัญชีรับและจ่าย เนื่องจากมติ มส. แค่ขอความร่วมมือ เพื่อให้เป็นไปตามตัวชี้วัดตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กำหนด แต่ถ้าไปแก้กฎหมายแล้วไม่มีการทำตามก็จะมีการแทรกแซงจะมีบทลงโทษหรืออะไรก็ว่ากันไป แล้วแต่สภาฯ จะพิจารณา ส่วนทาง มส. ไม่มีอำนาจในการกำหนดบทลงโทษทางอาญา สามารถออกข้อบังคับ ซึ่งจะมีผลทางวินัยสงฆ์เท่านั้น.

           นอกจากนี้พ.ต.ท.พงศ์ธร ยังกล่าวถึงการกรณีทุจริตเงินอุดหนุนวัดว่า ตนได้รายงาน ให้นายออมสินทราบว่า มีวัดใดบ้างที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี แต่เรื่องตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขอไม่เปิดเผยชื่อ ซึ่งการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยานหลักฐานจำนวนหนึ่ง เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ พศ. ต้องทำมี 3 ส่วนคือ 1.พระสงฆ์ ถ้าสืบสวนพบความผิดพระธรรมวินัยจะต้องส่งเรื่องไปยังพระสังฆาธิการ  2.เจ้าหน้าที่ ถ้าพบว่า กระทำผิดอาญา จะต้องดำเนินการทางวินัยด้วย และ3.ถ้าพบว่า ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินทางราชการจะต้องดำเนินการตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิด  ส่วนทาง พศ. จะเสนอ คสช. ให้พักงานเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินวัด ขณะนี้เรายังไม่ได้มีการกำหนดอะไร ขอให้ถามทางรัฐบาล และ คสช. แต่ตามกฎหมายเมื่อข้าราชการยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ก็ไม่สามารถที่จะพักราชการได้

           อย่างไรก็ตามนอกจากวัดที่ปรากฏเป็นข่าว ทาง พศ. จะลงไปตรวจสอบวัดอื่นๆ  ในเรื่องดังกล่าวทางรัฐมนตรีได้สอบถามเช่นเดียวกัน และยังถามถึงรูปแบบการกระทำผิดมีอะไรบ้าง ตนก็ได้รายงานไปว่า ที่มีการทุจริตคือ เงินอุดหนุนวัด แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1.เงินอุดหนุนในการปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมวัด 2.เงินเกี่ยวกับการศึกษาของวัด และ3.เงินที่เกี่ยวกับการเผยแพร่หรือจัดกิจกรรมทางศาสนาของวัด ขณะนี้สิ่งที่ตรวจสอบและตำรวจกำลังดำเนินคดี คือ เฉพาะงบในส่วนของการปฏิสังขรณ์ ยังไม่ได้พูดส่วนที่เหลือ หากมีข้อสงสัยในเรื่องนี้ พศ. คงต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการใช้งบทั้ง 3 ส่วน 

           "ในแต่ละปีงบประมาณ พศ.ได้รับเงินอุดหนุนจำนวน 4 พันล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินอุดหนุนในการปฏิรูปสังขรณ์วัด 500 ล้านบาท เงินเกี่ยวกับการศึกษาของวัด และเงินที่เกี่ยวกับการเผยแพร่หรือจัดกิจกรรมทางศาสนาของวัดประมาณ 2,000 ล้านบาท" พ.ต.ท.พงศ์ธร กล่าว.