ข่าว

 ลีกเยาวชนแห่งชาติ ปั้นดินให้เป็นดาว   

 ลีกเยาวชนแห่งชาติ ปั้นดินให้เป็นดาว  

12 มิ.ย. 2560

 การกีฬาแห่งประเทศไทย จับมือสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พร้อมภาคเอกชน จัดการแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ 2017-2018  

            เมื่อวันจันทร์ที่ 12  มิถุนายน   ณ ห้องประชุมชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย “พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร” รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธานแถลงข่าว “การแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ ฤูดูกาล 2017-2018” ร่วมด้วย นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, “นายสกล วรรณพงษ์” ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย,“พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  พร้อมด้วยตัวแทนนักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่ และตัวแทนเยาวชนที่เคยผ่านการเล่นฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ ร่วมในงานแถลงข่าว

             “นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์”  ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า  “รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนการพัฒนากีฬาฟุตบอลมาโดยตลอด และยินดีอย่างยิ่งที่เห็นความสำเร็จต่างๆ ของฟุตบอลไทยอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าการร่วมมือกันจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ จะช่วยสร้างผลผลิตนักฟุตบอลเยาวชนคุณภาพมากยิ่งขึ้น เริ่มพัฒนาตั้งแต่รุ่นอายุต่ำกว่า 13 ปี และรุ่นที่โตขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้อนให้กับสโมสรอาชีพในทุกระดับ รวมทั้งทีมชาติไทยในอนาคต นับเป็นการวางพื้นฐานฟุตบอลไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อต่อยอดความสำเร็จไปถึงเป้าหมายของวงการฟุตบอลไทย คือ การเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย”

         ขณะที่ “บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ เปิดเผยว่า หนึ่งในยุทธศาสตร์ของกกท. คือ การพัฒนาฟุตบอลเยาวชนอย่างจริงจัง ด้วยการจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ เป็นโครงการที่การกีฬาแห่งประเทศไทยผลักดันมาตั้งแต่ต้น โดยเน้นแผนการวางรากฐานลีกเยาวชนให้แข็งแกร่ง  เพื่อต่อยอดไปจนถึงชุดใหญ่ ก้าวสู่เป้าหมายนำฟุตบอลไทยร่วมแข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้ได้

        "กกท.ได้ประชุมพูดคุยกับหลายฝ่าย ทั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตัวแทนสโมสรชั้นนำของเมืองไทย ทั้ง เอสซีจี เมืองทอง, ,บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ,ชลบุรี เอฟซี , บางกอกกล๊าส เอฟซี  ฯลฯ รวมถึงภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนด้านฟุตบอลเยาวชนอย่างต่อเนื่อง  ต่างเห็นพ้องต้องการจะสร้างลีกเยาวชนมีความสำคัญยิ่งในการวางฐานรากฟุตบอลให้มั่นคง ดั่งที่หลายชาติชั้นนำ  เช่น  เยอรมัน,สเปน, ฮอลแลนด์ ,อิตาลี หรืออังกฤษ หรือแม้กระทั่งญี่ปุ่น ใช้เป็นโมเดลในการสร้างนักฟุตบอลตั้งแต่ระดับเยาวชน ทำให้เราริเริ่มจัดฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ (Youth League) ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ ปี 2559 นี้ โดยแบ่งเป็น 4 รุ่นอายุ ตั้งแต่รุ่นอายุต่ำกว่า 13 ปี, 15 ปี, 17 ปี และ 19 ปี  ที่น่าดีใจ คือกระแสตอบรับเกินความคาดหมาย  โดยฤดูกาล 2017-2018 มีสโมสรทั่วประเทศส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันมากที่สุดรวม 4 รุ่น ถึง 394  ทีม มากกว่าฤดูกาลที่แล้ว  โดยรูปแบบการแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ 2017-2018 แบ่งออกเป็น 8 โซนตามแบบลีกภูมิภาค คือโซนภาคกลาง, อีสานตอนบน, อีสานตอนล่าง,เหนือ,ใต้,ตะวันออก,ตะวันตก และโซนกรุงเทพปริมณฑล โดยรูปแบบการแข่งขัน แข่งแบบพบกันหมด โดยได้เริ่มรอบเพลย์ออฟในแต่ละโซน ผ่านไปเมื่อวันที่ 3-4 และ 10-11 มิถุนายน 2560  ซึ่งขณะนีได้ทีมมาเล่นรอบ "ลีกโซน" แล้ว จาก 8  โซน  ใน 4 รุ่นอายุ จำนวน 293 ทีม  โดยรอบ"ลีกโซน"จะเริ่มแข่งขัน วันที่ 24-25 มิถุนายน นี้ ”

         “พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง”  เปิดเผยว่า “ต้องถือว่า ระยะ 7-8  ปีที่ผ่านมา เป็นปีทองของวงการฟุตบอลไทย    ทั้งลีกสูงสุด คือโตโยต้า ไทยลีก, ฟุตบอลลีกอาชีพอันดับหนึ่งของไทย ที่ถือเป็นลีกอันดับ 1 ของอาเซียน และอันดับต้นๆ ของเอเชีย รวมทั้ง M-150 Championship 2017 หรือ T2 , ยูโรเค้ก ลีก โปร หรือ T3 นั้น เป็นการแข่งขันที่กำลังได้รับความนิยมต่อเนื่องกันมา ได้รับกระแสตอบรับจากผู้สนับสนุน, สื่อมวลชน และแฟนฟุตบอลชาวไทยทั่วประเทศ  จากความสำเร็จของฟุตบอลลีกอาชีพในระดับต่างๆ อย่างดีเยี่ยม ทำให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาครัฐบาล คือ การกีฬาแห่งประเทศไทย มีแนวคิดที่จะพัฒนาฟุตบอลเริ่มต้นตั้งแต่ระดับเยาวชนอย่างจริงจัง จึงเป็นที่มาของการจัดฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อพัฒนาทักษะฟุตบอลของเยาวชน รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักฟุตบอลเยาวชน ตัวแทนอำเภอ จังหวัด หรือสโมสรจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ได้เพิ่มพูนประสบการณ์การแข่งขันในลีกมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง สร้างนักฟุตบอลอาชีพรุ่นใหม่ๆ ให้กับสโมสรในลีกต่างๆ  รวมทั้งทีมชาติไทย  ด้วยเป้าหมายพาทีมชาติไทยไปสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในอนาคต

          สำหรับรอบ"ลีกโซน"ในแต่ละโซนมีจำนวนทีมดังนี้

            -ภาคกลาง  4  รุ่นโควต้ารุ่นละ10 ทีม รวม  40 ทีม

            -อีสานตอนบน 4  รุ่น โตวต้ารุ่นละ 10 ทีม รวม  40 ทีม

            -อีสานตอนล่าง รุ่นอายุ 13,15,17 ปี รุ่นละ 10 ทีม,  อายุ 19 ปี 6 ทีม รวม 36 ทีม

            -เหนือ รุ่นอายุ 13,15,17 ปี รุ่นละ 10 ทีม, อายุ 19 ปี 9 ทีม รวม 39 ทีม

            -ใต้ รุ่นอายุ 13 ปี 9 ทีม, รุ่น 17 ปี 9 ทีม, รุ่น 19 ปี 7 ทีม รวม 25 ทีม (รุ่น 15 ปีไม่มีส่งแข่ง)

            -ตะวันออก 4 รุ่น โควต้ารุ่นละ 10 ทีม รวม  40 ทีม

            -ตะวันตก รุ่น 13,15 ปี รุ่นละ 10 ทีม, รุ่น 17,19 ปี รุ่นละ 7 ทีม รวม34 ทีม

            -กรุงเทพ ปริมณฑล รุ่น 13,15,17 ปี รุ่นละ 10 ทีม, อายุ 19 ปี 7 ทีม รวม 39 ทีม