
“โอท็อปไลฟ์สไตล์”พุ่งชนวิถีคนเมือง
พัฒนาเศรษฐกิจให้ยั่งยืนด้วยการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ทางภูมิปัญญา
ปัจจุบันผู้ประกอบการสินค้าโอท็อปมีความพร้อมในการผลิตสินค้าอยู่แล้ว แต่ไม่มีช่องทางจำหน่ายที่แข็งแรงพอ ซึ่งการได้รับแรงสนับสนุนจาก กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ทำให้กระบวนการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น และนี่จึงเป็นที่มาของการจัดตั้ง “โอท็อป ไลฟ์สไตล์ แอท เอราวัณ” หวังใช้เป็นพื้นที่นำร่องศูนย์โอท็อป ไลฟ์สไตล์ทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้ยั่งยืนด้วยการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ทางภูมิปัญญา
ในฐานะเจ้าภาพหลัก กิจจา กาญจนะวีระ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวถึงหลักในการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ โอท็อป ว่า ได้ตอบรับนโยบายการพัฒนาสู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ของรัฐบาล ผ่านกลไกประชารัฐและการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อก้าวไปสู่โมเดลประเทศไทย 4.0 ด้วยยุทธศาสตร์ส่งเสริมธุรกิจฐานรากให้ขยายตัว ผ่าน 3 กลยุทธ์ คือ 1.การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตและผู้ประกอบการ 2.พัฒนาคุณภาพและผลิตภัณฑ์ และ 3.ส่งเสริมช่องทางการตลาด เพื่อยกระดับสินค้าโอท็อปสู่ตลาดสากล จนก่อให้เกิดนวัตกรรมที่เพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า เช่น โอท็อปขึ้นเครื่อง, โอท็อปเทรดเดอร์, โอท็อปแบรนด์เนม และโอท็อปไลฟ์สไตล์ เป็นต้น
“โอท็อปเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย ซึ่งสินค้าต้องผ่านการลงทะเบียนและการตรวจสอบคุณภาพเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าโอท็อปได้มาตรฐานและได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง นับเป็นโครงการที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของประชาชนได้อย่างแท้จริง” กิจจา ย้ำ
กิจจา กาญจนะวีระ
ด้าน สหัสนัย ยืนยงค์ ประธานเทรดเดอร์โอท็อป จ.กาญจนบุรี บอกเล่าการเปลี่ยนแปลงจากสินค้าโอท็อป สู่เส้นทางโอท็อป ไลฟ์สไตล์ ว่า เป็นนวัตกรรมที่เกิดจากความร่วมมือของกรมการพัฒนาชุมชนและภาคเอกชน ด้วยการปรับโฉมศูนย์โอท็อปให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันมากขึ้น โดยใช้แนวคิดไลฟ์สไตล์คาเฟ่ที่จำหน่ายสินค้าที่หลากหลาย โดยแบ่งการจำหน่ายสินค้าเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.กาแฟและเบเกอรี่ 2.อาหารภายในพื้นที่ และ 3.สินค้าโอท็อปในเครือข่าย ภายใต้แนวคิดตั้งรับในเชิงรุก คือการตั้งอยู่ในพื้นที่ของตัวเองและรุกเข้าหาลูกค้าผ่านโอท็อปเทรดเดอร์ภาคเอกชน ซึ่งเป็นผู้กระจายสินค้าโอท็อปไปยังศูนย์โอท็อป ไลฟ์สไตล์ โดยสินค้าต้องผ่านการรับรองจากกรมการพัฒนาชุมชน ทั้งคุณภาพและบรรจุภัณฑ์ เพื่อการันตีมาตรฐานและเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้านั้นๆ อีกทั้งยังเปิดให้มีการสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน จ.กาญจนบุรี มีศูนย์โอท็อป ไลฟ์สไตล์ 2 สาขา คือ ที่น้ำตกเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ และบริเวณแม่น้ำแคว อ.เมือง นอกจากนี้ยังมีผู้ที่สนใจลงชื่อเป็นเจ้าของกิจการ 101 ราย จากผู้ประกอบการทั่วประเทศ
สหัสนัย ยืนยงค์



