
สปท. แห่ป้อง “สังศิต” หลังถูกสตช..ฟ้องหมิ่นประมาท
สปท. แห่ป้อง “สังศิต” หลังถูกสตช..ฟ้องหมิ่นประมาท
12 มิ.ย.60-สปท. แห่ป้อง “สังศิต” หลังถูกสตช.ฟ้องหมิ่นประมาท เหตุอภิปรายพาดพิงองค์กรตำรวจในงานเสวนาองค์กรต้านคอร์รัปชั่น
รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)โดย ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท.ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปท. ได้ขอหารือกรณีที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แจ้งความดำเนินคดีนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สมาชิก สปท. ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีพูดในวงเสวนา “ตำรวจไทย มีไว้ทำอะไร” ขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2560 ที่ผ่านมา
นายวันชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมานายสังศิต เคยอภิปรายเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจหลายครั้ง และได้รับการแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชั่น ถือว่าน่าภาคภูมิใจในฐานะที่เป็นสมาชิกด้วยกัน ส่วนการอภิปรายของนายสังศิต ในงานเสวนาดังกล่าว เป็นการพูดในลักษณะกระจายอำนาจไปสู่จังหวัด ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าสอดคล้องกับแนวคิดของนายกฯ เรื่องการปฏิรูปตำรวจ และไม่มีส่วนใดหมิ่นประมาทหรือใส่ร้ายแต่ประการใด แต่ปรากฎว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายสังศิต ตนเห็นว่าสมาชิกทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน เมื่อได้รับผลกระทบจากการทำหน้าที่ จึงอยากให้ประธานฯ แสดงออกในลักษณะปกป้องคุ้มครองสมาชิก ตนเชื่อว่าภาวะผู้นำของประธานฯ น่าจะเป็นประโยชน์ และเป็นกำลังใจได้ แม้ว่านายสังศิต จะเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งตนเชื่อว่าสามารถสู้คดีได้ แต่เหตุใดเราต้องปล่อยให้นายสังศิต ไปฝ่าฟันสู้คดีในเรื่องที่ท่านทำหน้าที่โดยสุจริต
ด้าน นายประมนต์ สุธีวงศ์ สมาชิก สปท. และประธานภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น กล่าวว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น จัดเสวนาเกี่ยวกับธรรมาภิบาลมาตลอด ซึ่งงานเสวนาหัวข้อ “ตำรวจไทย มีไว้ทำอะไร” มีการเชิญผู้ร่วมอภิปรายจากหลายองค์กร โดยนายสังศิต อยู่ในส่วนนักวิชาการ เท่าที่ฟังเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่มีเหตุผล เพราะการที่หน่วยงานราชการที่ให้บริการประชาชน จะถูกวิจารณ์ถือเป็นเรื่องสำคัญเพื่อนำไปสู่การปฏิรูป ควรเปิดใจกว้างที่จะรับฟัง
นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิก สปท. ชี้แจงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการทำหน้าที่ของสมาชิกในการเสนอความเห็น ซึ่งตนเชื่อว่ามีเจตนาสุจริตที่ต้องการให้องค์กรตำรวจดีขึ้น ไม่ได้ต้องการให้เกิดความเสื่อมเสียแต่อย่างใด แต่เมื่อการทำหน้าที่ของสมาชิกเกิดปัญหา เราคงละเลยไม่ได้ ตนในฐานะที่เป็นสมาชิก และประธานกมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเมือง สปท. ซึ่งอยู่ในกมธ.เดียวกันกับนายสังศิต จะรับไปประสานกับผบ.ตร.เพื่อทำความเข้าใจและหาข้อยุติไม่ให้เกิดปัญหามากกว่านี้
ด้าน นายสังศิต กล่าวว่า ขอบคุณสมาชิกที่หารือเรื่องดังกล่าว โดยตั้งแต่จบการศึกษาระดับปริญญาเอกมานั้น ตนไม่เคยหยุดพูดเรื่องการปฏิรูปตำรวจเลย แต่ยืนยันว่าไม่ได้ขัดแย้งหรือไม่พอใจเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการส่วนตัว ทั้งนี้ ตนได้รับแรงบันดาลใจอยากจะปรับปรุงบ้านเมืองมาจากการอ่านตำราวิชาการเรื่อง “การก่อตัวขึ้นของรัฐเยอรมันสมัยใหม่”ซึ่งตนอยากให้รัฐไทยเป็นรัฐสมัยใหม่ที่ควบคุมการทุจริตได้
“ผมไม่เชื่อว่าการทุจริตจะกวาดล้างได้จริง แต่เราต้องควบคุมคอร์รัปชั่นเอาไว้ ไม่ควรเอาชนะทุจริตแบบเบ็ดเสร็จ ทุกครั้งที่ได้รับเกียรติไปบรรยายเกี่ยวกับปัญหาตำรวจ ตระหนักอยู่เสมอว่าต้องพูดในหลักการ ไม่ดูหมิ่นใคร หรือพูดพาดพิงกระแนะกระแหนใครคนใดคนหนึ่ง ผมไม่ได้ต้องการอะไรมากจากองค์กรตำรวจ เพียงขอให้องค์กรดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้นกว่าเดิมเพียงนิดเดียว ผมก็จะเลิกพูดเรื่องนี้ และคงนอนตายตาหลับ”นายสังศิต กล่าว
ขณะที่ ประธาน สปท. กล่าวว่า ขอให้กำลังใจแก่นายสังศิต และจะนำเรื่องดังกล่าวพิจารณาในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิปสปท.) ในวันที่ 15 มิ.ย.นี้



