
'กล้านรงค์'ยันรู้ตัว2ตร.ค้นหาที่อยู่ป.ป.ช.
วงจรปิดจับภาพ 2 ชายต้องสงสัยขี่จยย.ผ่านไปมาซอยบ้าน "วิชา" ด้านตำรวจชุดสืบพบสลักระเบิดแบบขว้างสังหาร เอ็ม 67 ใหม่เอี่ยมติดอยู่กิ่งมะม่วง ตั้ง 3 ปม คลี่คลายคดี "กล้านรงค์" บอกรู้ตัว 2 ตร.คุ้ยทะเบียนราษฎร์แล้ว ลั่นไม่กลัวตายขอทำหน้าที่ต่อ ขณะที่ "มาร์ค" เล็ง
จากเหตุการณ์คนร้ายปาระเบิดใส่บ้านเลขที่ 250 ซ.สิรินธร 2 ถ.สิรินธร เขตบางพลัด กทม. ซึ่งเป็นบ้านหลังเก่าของนายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.40 น. วันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 กันยายน ที่ สน.บางพลัด พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี
วงจรปิดพบ 2 ชายต้องสงสัย
ภายหลังการประชุม พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า คดีมีความคืบหน้าในเรื่องการตรวจสอบภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด โดยศูนย์สืบสวนสอบสวน บช.น. ตรวจสอบพบภาพชายต้องสงสัย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไปมาบริเวณปากซอยสิรินธร ใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุ และใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่เกิดเหตุด้วย แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อใด ส่วนการที่พยานอ้างว่าคนร้ายใช้รถกระบะเป็นยานพาหนะนั้นได้ตรวจสอบพยานอีกครั้งแล้วพบว่า ได้ยินเสียงแต่ไม่เห็นตัวรถเพราะอยู่ในที่พักอาศัย จึงให้น้ำหนักไปที่ภาพจากกล้องวงจรปิดมากกว่า
ส่วนกระแสข่าวพาดพิงนายตำรวจยศ พ.ต.ท. หรือ พ.ต.อ. ที่เข้าไปตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนายวิชา ในระบบฐานข้อมูลตำรวจก่อนจะเกิดเหตุนั้น พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวเพียงว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากการอนุญาตให้ตำรวจคนใดเข้าไปค้นหาข้อมูล จะต้องได้รับอนุญาต หรือรหัสผ่านจากกระทรวงมหาดไทยก่อน ส่วนมูลเหตุการขว้างระเบิดใส่บ้านนายวิชา ยังไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้งไป และยังไม่จำเป็นต้องเรียกนายวิชามาสอบสวน
เตรียมเรียกสอบ2ตร.เจาะข้อมูล
พล.ต.ต.ไพศาล เชื้อรอด ผบก.น.7 เปิดเผยว่า จากข้อมูลของสื่อมวลชนที่มีการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ พ.ต.ท. และ พ.ต.อ. เข้าไปสืบค้นหาที่อยู่ของ ป.ป.ช. ทั้ง 9 คน ในวันที่ 7 และ 8 กันยายน นั้น ขณะนี้กำลังสืบหาว่า ตำรวจทั้ง 2 นาย เป็นใคร ชื่ออะไร เพื่อติดตามเรียกมาสอบปากคำ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดียังไม่ได้ประสานขอข้อมูลจาก ป.ป.ช. เนื่องจากติดวันหยุดราชการ คาดว่าวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้จะประสานขอข้อมูลชื่อและตำแหน่งของตำรวจทั้ง 2 คน เพื่อติดตามตัวมาสอบปากคำว่าเข้าไปสืบค้นหาข้อมูลที่อยู่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทำไม มีเหตุจำเป็นอะไร
ตั้ง 3 ประเด็นคลี่คลายคดี
พล.ต.ต.ไพศาลกล่าวต่อว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญ ผศ.ดร.ยุวลักษณ์ เวชวิทยาขลัง ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านคนใหม่มาให้ปากคำแล้ว แต่ไม่พบว่ามีความขัดแย้งกับใครแต่อย่างใด ดังนั้นคนร้ายน่าจะมุ่งข่มขู่นายวิชา เพราะข้อมูลจากนายวิชาระบุว่า เคยถูกข่มขู่มาก่อน ส่วนจะเกี่ยวกับคดีชี้มูลความผิดการสลายม็อบพันธมิตรหรือไม่นั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่มีข้อมูล จึงไม่ขอฟันธง รอให้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานก่อน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นของเหตุการณ์ในครั้งนี้ไว้ 3 เรื่อง คือ 1.เรื่องความขัดแย้งส่วนตัวของนายวิชา ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านคนเก่า 2.เรื่องความขัดแย้งทางธุรกิจและเรื่องส่วนตัวของ ผศ.ดร.ยุวลักษณ์ เวชวิทยาขลัง อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี เจ้าของบ้านคนใหม่ ที่ซื้อบ้านต่อจากนายวิชา ซึ่งมีข้อมูลว่า ผศ.ดร.ยุวลักษณ์ยังทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงเรียนกวดวิชาด้วย และ 3.เป็นฝีมือของพวกที่อาศัยเหตุความวุ่นวายทางการเมือง เพื่อสร้างสถานการณ์ปั่นป่วน
พบสลักระเบิดขว้างเอ็ม 67
พล.ต.ต.ไพศาลกล่าวอีกว่า หลังจากตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบในบ้านที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ก็พบสลักระเบิดแบบขว้างสังหาร ชนิดเอ็ม 67 สภาพใหม่เอี่ยม ติดอยู่บนกิ่งมะม่วง เหนือลานจอดรถในบ้านที่เกิดเหตุ จึงเชื่อได้แน่นอนว่าอาวุธที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดขว้าง ไม่ใช่ระเบิดแสวงเครื่องแต่อย่างใด ส่วนผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่อยู่ใกล้กันนั้น ไม่พบภาพของคนร้าย ประกอบกับที่มีพยานระบุว่าได้ยินเสียงรถปิกอัพขับผ่านไปขณะเกิดเหตุก็ไม่น่าจะใช่ เพราะจุดดังกล่าวเป็นซอยแคบ รถขนาดใหญ่วิ่งลำบาก คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้รถจักรยานยนต์มากกว่า
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนทั้งของ สน.บางพลัด และ กก.สืบสวน บก.น.7 ตรวจสอบหลักฐานต่างๆ กล้องวงจรปิดบริเวณปากซอยสิรินธร 2 ปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 57 และกล้องที่ติดตั้งอยู่ตามเส้นทางถนนสิรินธรทั้งสาย ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้สัญจรผ่านย้อนหลังเป็นเวลา 3 วัน รวมถึงการใช้เทคนิคพิเศษตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางโทรศัพท์ของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเร่งด่วน
"ธานี" สั่งคุมเข้ม กก.องค์กรอิสระ
พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รักษาการ ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้มาตรการเข้มงวดดูแลสถานที่ รวมทั้งบ้านพักของกรรมการองค์กรอิสระ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และองคมนตรี รวมทั้งสถานที่สำคัญทางราชการ และจะมีเจ้าหน้าที่กองกำลังเสริมด้านปราบจลาจลมาช่วยดูเเล โดยได้ลงนามในคำสั่งตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนแล้ว และไม่มีระยะเวลากำหนด
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสข่าวว่ามี พ.ต.ท.คนหนึ่งไปขอข้อมูลฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรรมการ ป.ป.ช.ที่สำนักงาน ป.ป.ช.ก่อนเกิดเหตุระเบิด เรื่องนี้ พล.ต.อ.ธานี ไม่ตอบคำถาม แต่แสดงสีหน้าหนักใจ และถอนหายใจ ก่อนจะหันไปคุยกับ พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วย ผบ.ตร.
พล.ต.อ.ธานี กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และลงคะแนนเลือกผบ.ตร.คนใหม่ว่า ยังไม่รู้ว่าการประชุมเป็นอย่างไร เพราะนายกฯ ยังไม่ได้นัด และยังไม่ได้บอก เพราะยังไม่ได้คุยกัน แต่คงจะเข้าร่วมประชุมครั้งแรก ส่วนความคืบหน้าคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรนั้น พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า ประชุมกันเยอะ หลายเรื่อง ราบรื่นดีไม่มีปัญหา
"กล้านรงค์" เผยรู้ตัว 2 ตร.เจาะป.ป.ช.
นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้รหัสผ่านเข้าไปดูข้อมูลในทะเบียนราษฎรของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คนแล้ว และกรรมการ ป.ป.ช.ทุกคนก็ทราบเรื่องนี้แล้ว เท่าที่ทราบเป็นการเข้าไปดูข้อมูลในทะเบียนบ้านว่ามีใครบ้าง ชื่ออะไร หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนอะไร ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าไปดู หากมีรหัสผ่าน
นายกล้านรงค์ กล่าวว่า พบว่าในวันที่ 7 กันยายน มีตำรวจคนหนึ่งเข้าไปดูข้อมูลทางทะเบียนราษฎรของนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กับตน ในช่วงเวลา 22.00 น. ส่วนวันที่ 8 กันยายน มีตำรวจอีกคนเข้าไปดูข้อมูลทะเบียนราษฎรของนายวิชัย วิวิตเสวี นายภักดี โพธิศิริ นายเมธี ครองแก้ว นายประสาท พงษ์ศิวาภัย ส่วนข้อมูลของนายวิชา มหาคุณ กับ น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล ไม่พบว่ามีการเปิดข้อมูลเข้าไปค้นหา ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่าตำรวจที่เข้ามาดูมีวัตถุประสงค์อะไร และจะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ปาระเบิดบ้านนายวิชาหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่ตรวจสอบมีรายชื่อและหลักฐานการเข้าไปสืบค้นข้อมูลของตำรวจทั้งสองคนเรียบร้อยแล้ว เพราะผู้ที่จะเข้าไปดูข้อมูลส่วนนี้ต้องกรอกรหัสผ่านส่วนตัว
ไม่กลัวตาย เมินขอทหารดูแล
นายกล้านรงค์ ยังกล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยแก่กรรมการ ป.ป.ช.ว่า ขณะนี้ก็มีตำรวจท้องที่มาดูแลความปลอดภัยที่บ้านทุกคนแล้ว ไม่จำเป็นต้องขอกำลังทหารมาดูแลเพิ่มเติม เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจยังทำหน้าที่ได้ดี ป.ป.ช.ทุกคนยังมีกำลังใจดีอยู่ ยังดำเนินชีวิตตามปกติ เพราะยึดหลักว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดตามดวง ถ้าถึงคราวไปจากโลกนี้ก็ต้องไป การมาทำงานหน้าที่นี้ ถ้าทำดีก็เสมอตัว ถ้าทำไม่ดี มีอคติก็ขาดทุน ต้องถูกลงโทษ
ด้านนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนคดีสลายม็อบ 7 ตุลาคม 2551 ซึ่งมีข่าวว่าตกเป็นเป้าการก่อเหตุเช่นเดียวกับนายวิชา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ปาระเบิดใส่บ้านเก่าของนายวิชา ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ส่งกำลังมาอารักขารอบบ้านเพิ่มเติม จากเดิมที่มีเพียงการติดตู้แดงให้สายตรวจคอยตรวจตราเท่านั้น นอกจากนี้ตำรวจยังแนะนำให้ปรับมุมกล้องวงจรปิดรอบบ้านให้เหมาะสมด้วย
"ส่วนตัวก็ไม่คิดว่าคนร้ายจะมาก่อเหตุอีกแล้ว เพราะสิ่งที่เขาทำ ยิ่งทำก็เสีย คนทั่วไปไม่ยอมรับวิธีการป่าเถื่อน ที่ทำไปก็ได้แค่ความสะใจเท่านั้นแหละ" นายวิชัย กล่าว
ปฏิเสธทีมอารักขาเป็นบอดี้การ์ด
ผู้สื่อข่าวถามว่า แรงจูงใจคนร้ายจะมาจากคดีสลายม็อบ 7 ตุลาหรือไม่ นายวิชัย กล่าวว่า เรื่องคดีก็อาจมีความเป็นไปได้ ขณะนี้มีคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา และอยู่ระหว่างรอ ป.ป.ช.พิจารณาชี้มูลอีก 2-3 คดี แต่คิดว่าไม่น่าเป็นห่วงอะไร
ส่วนจะต้องให้ตำรวจจัดทีมมาคอยอารักขาเหมือนกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น นายวิชัย กล่าวว่า ตำรวจก็ต้องทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัย แต่ถ้าจะจัดทีมมาคอยอารักขาเป็นบอดี้การ์ด ก็ขอขอบคุณ แต่คงจะปฏิเสธไป เพราะปกติไปไหนมาไหนคนไม่ค่อยรู้จักอยู่แล้ว
นายวิชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีนายตำรวจเจาะฐานข้อมูลเพื่อหาที่อยู่ของกรรมการ ป.ป.ช.แต่ละคนว่า อย่าเพิ่งไปด่วนสรุปว่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนที่เข้าไปดูข้อมูลอาจจะแค่อยากติดตามคดี หรือหาช่องทางขอความเป็นธรรมต่อ ป.ป.ช.แต่ไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนก็เป็นได้ อย่าไปมองอะไรแง่ร้ายนัก ไม่เช่นนั้นประสาทอาจรับประทาน กรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ก็ไม่คิดว่าจะมีใครมองแง่ร้าย และขณะนี้กำลังใจทุกคนก็ยังดีอยู่
ยันมติ ป.ป.ช.ชี้มูลถือว่าสิ้นสุด
ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ให้ทนายความไปฟ้องร้อง ป.ป.ช.ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ หลังให้ทีมกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ศึกษากรณีที่ พ.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ หรือ ฤทธิรงค์ เทพจันดา หรือ "โอ๋ สืบหก" ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางวินัย กรณีปล่อยให้ชายฉกรรจ์ทำร้ายผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตร หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่เดินทางไปฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ แล้วศาลตัดสินให้ พ.ต.อ.ธนายุตม์กลับเข้ารับราชการตามเดิม นายวิชัย กล่าวว่า การฟ้องร้องเป็นสิทธิของ พล.ต.อ.พัชรวาท ที่สามารถกระทำได้ แต่ตามกฎหมายเมื่อ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลคดีให้แล้ว มติดังกล่าวถือเป็นสิ้นสุด ไม่สามารถฟ้องเปลี่ยนแปลงเนื้อหาการชี้มูลได้อีก แต่หากเป็นการฟ้องร้องว่ากระบวนการพิจารณาชี้มูลความผิดไม่ถูกต้องก็สามารถทำได้
"มติ ป.ป.ช.เมื่อชี้มูลไปแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แม้แต่นายกรัฐมนตรีเองก็ไม่มีอำนาจ หากไม่ลงโทษตามที่ ป.ป.ช.ชี้มูล ก็อาจจะถูกลงโทษฐานละเว้นได้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มีข้อยกเว้นอยู่ หากจะคุยเรื่องนี้ต้องอีกยาว เพราะยังไม่เคยมีกรณีตัวอย่างเกิดขึ้นมาก่อน" นายวิชัยกล่าว
พท.อัดป.ป.ช.แต่งเรื่อง2ตร.ลักข้อมูล
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตกรณี 2 นายตำรวจใช้รหัสผ่านเข้าไปดูข้อมูลในทะเบียนราษฎรของ ป.ป.ช.ทั้ง 9 คน ว่า ทำไมเรื่องนี้คนใน ป.ป.ช.ถึงรู้เรื่องเร็วมาก รู้ข้อมูลจนกระทั่งออกมาให้สัมภาษณ์สื่อได้ทันท่วงที โดยโยงไปที่เหตุการณ์ปาระเบิดบ้านนายวิชา ซึ่งตนมองว่าเป็นการแต่งเรื่องสร้างภาพมากกว่า เนื่องจากการชี้มูลความผิดการสลายม็อบเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา ก็ไม่สามารถตอบสังคมได้ที่ตัดสินในช่วงสถานการณ์การเมืองที่เคลือบแคลง ทั้งที่อดีตนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ และพล.ต.อ.พัชรวาท ก็ไม่ได้มีคำสั่งให้สลายการชุมนุมแต่อย่างใด
"เรื่องนี้ทำให้มองได้ว่า ป.ป.ช.อาจสร้างภาพปล่อยข่าวออกมาด้วยความเข้าใจผิดหรือเปล่า เพราะหากมีการขว้างระเบิดบ้านที่ไม่มีคนอยู่ ทั้งที่มีการตรวจสอบที่อยู่แล้ว ก็คงไม่ใช่ อาจจะเป็นการค้นชื่อเพื่อที่จะทำการรักษาความปลอดภัยก็ได้ เพราะก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.หลายคนก็ออกมาพูดเองว่า มีการข่มขู่ จึงเป็นการค้นชื่อที่อยู่เพื่อคุ้มกันก็ได้" ส.ส.สมุทรปราการระบุ
นายกฯถกเลือกผบ.ตร.ใหม่ 18 ก.ย.
ส่วนความคืบหน้าการเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ แทน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ นั้น รายงานข่าวระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ในช่วงเช้าวันที่ 18 กันยายนนี้ เนื่องจาก ก.ต.ช.ทุกคนพร้อมในการประชุมคัดเลือก แม้จะขาดเสียง พล.ต.อ.สุเทพ ธรรมรักษ์ ที่ลาออก แต่ก็ไม่มีผลต่อการลงมติ เพราะยังเหลืออีก 10 คน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังเห็นควรที่จะวางระบบโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้แล้วเสร็จ ก่อนเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศ ในวันที่ 19 กันยายนนี้
"ชวรัตน์" ยังหนุน "จุมพล" ผบ.ตร.
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หนึ่งใน ก.ต.ช.ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวว่านายอภิสิทธิ์จะเรียกประชุม ก.ต.ช. ก่อนเดินทางไปร่วมประชุมสหประชาชาติ ที่สหรัฐอเมริกา โดยยืนยันว่า ยังคงให้การสนับสนุนบุคคลที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เห็นควรให้มาดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนใหม่ เพราะจนถึงขณะนี้ทั้งสองท่าน ยังไม่ได้ส่งสัญญาณให้เปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ บุคคลที่นายชวรัตน์ระบุน่าจะหมายถึง พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หนึ่งในแคนดิเดตบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ขณะที่นายกรัฐมนตรีเคยยืนยันไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะเสนอ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเช่นเดิม



