
โหด!! ฆ่าวัยรุ่นหญิง มัดถ่วงน้ำ "คลองสำโรง"
ฆ่า!! หญิงนิรนาม วัย 14-17 ปี ใช้เศษปูน มัดถ่วงน้ำคลองสำโรง คาดเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 1-2 สัปดาห์
เมื่อเวลา15.00 น.วันที่ 11 มิ.ย.2560 ร.ต.อ.ไพทูรย์ เพ็งบุบผา รอง สว.สอบสวน สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการได้ รับแจ้งว่าพบศพลอยมาติดอยู่กลางคลองสำโรง ช่วงตัดกับคลองผู้เฒ่า ถนนเทพารักษ์ กม.22ซอยทรัพย์แดง ต.ศีรษะจระเข้ใหญ่ อ.บางเสาธง หลังรับแจ้ง จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.สุเนตร หอกลาง ผกก.สภ.บางเสธงพ.ต.ท.กานตภณ วรรณา รอง ผกก.สส.ฯ ชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.บางพลี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบริเวณกลางคลองพบศพลอยติดอยู่กับกองผักตบชวา สภาพถูกห่อด้วยผ้าห่มลายสกอตสีดำ ทับด้วยผ้านวมลายขาวเขียว
ต่อมาหลังจากเจ้าหน้าที่ได้นำศพขึ้นมาตรวจสอบ พบว่า ช่วงกลางลำตัวถูกพันด้วยเชือกในล่อน และโยงมาผูกบริเวณลำคอ และ ข้อเท้าอย่างหนาแน่น โดยปลายเชือกอีกด้าน มีถุงกระสอบสีขาวภายในบรรจุเศษคอนกรีตขนาด ประมาณ 6 ก.ก. เพื่อถ่วงศพให้จมน้ำ
หลังจากตัดเชือกและแกะผ้าที่ห่อศพ ออกพบว่าเป็นศพหญิง อายุระหว่าง 14-17 ปี ไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อโปโลสีขาว หน้าอกเสื้อปักตัวหนังสื่อ Body Glove สวมกางเกงผ้าขายาวลายขาวแดง ช่วงตะเข็บระหว่างขาดหลุดลุ่ย ไม่สวมชุดชั้นในชันสูตรเบื้องต้น พบว่า ต้นขาขวาด้านหลัง มีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคม 2 แผล ต้นขาซ้าย 1 แผล คาดว่าเสียชีวิต ไม่ต่ำกว่า1-2 อาทิตย์
จากการสอบถาม นางบุญร่วม ยังสืบชาติ อายุ 47 ปี ชาวบ้านที่พบศพคนแรก กล่าวว่า ก่อนพบศพ ตนได้เดินทางมาจากตัวเมืองพัทยาเพื่อมาหาญาติ ภายในชุมชนคลองสำโรง แต่ระหว่าง กำลัง เดินข้ามสะพาน สายตาได้เหลือบไปมองเห็นผ้าหุ้มห่ออะไรบางอย่างคล้ายกับร่างของคน ลอยอยู่ใต้สะพาน จึงเรียกคนละแวกดังกล่าวมาช่วยดู จากนั้นเมื่อต้องผงะเมื่อสิ่งที่พบปรากฏว่าเป็นศพจริงๆ จึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจทราบ
ด้าน พ.ต.ท.กานตภณ วรรณา รอง ผกก.สส.ฯ กล่าวว่า เบื้องต้นจากการสอบถามชาวบ้าน บริเวณใกล้เคียง และตรวจสอบข้อมูลการแจ้งหายในพื้น บางเสาธง แล้ว ในช่วง อาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่พบมีการแจ้งคนหายไว้แต่อย่างใด จึงเป็นไปได้ว่าผู้ตายน่าจะไม่ใช้คนในพื้น อาจะถูกฆ่าจากที่อื่นก่อนที่ศพจะลอยมาตามน้ำและมาติดอยู่บริเวณใต้สะพาน ส่วนจะถูกข่มขืนหรือไม่นั้น ต้องรอผลชันสูตรจากนิติเวช รพ.ตำรวจอีกครั้ง อย่างไรก็ตามจะได้ประสานท้องที่อื่นให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลคนหาย รวมถึงตรวจสอบพยานแวดล้อมอื่นเพื่อที่จะได้พิสูจน์ทราบได้ว่า ผู้ตายเป็นใครมาจากไหน เพื่อหาต้นตอสาวไปถึงคนร้ายและปมการลงมือก่อเหตุต่อไป



