
"แพท"ลุ้นคดีฟอกเงิน รวมสเตทเม้นย้อนหลัง ขอความเป็นธรรมอัยการ
"ทนายแพท" เผย แบงก์ส่งสเตทเม้นย้อนหลัง 3 ปีแล้ว พร้อมแสดงอัยการพิสูจน์เจตนาบริสุทธิ์ ขอสอบพยานบุคคลยันไม่รู้เงินเบนซ์เอี่ยวบอยค้ายา
11 มิ.ย.60 - นายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความ แพท-ณปภา ตันตระกูล ภรรยานายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการ คดีที่ บช.ปส.มีความเห็นสมควรฟ้องสมคบและร่วมกันฟอกเงินว่า ล่าสุดทราบจากแพท ได้รับเอกสารสเตทเม้น แสดงรายละเอียดรายการหมุนเวียนเงินเข้า-ออกในบัญชีจากธนาคารเมื่อวันศุกร์ที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเราได้ขอสเตทเม้นย้อนหลังถึงช่วงก่อนเกิดเหตุตั้งแต่ปี 2558 , 2559 จนถึง 2560 โดยตนกับแพทจะร่วมตรวจดูเอกสารให้ครบถ้วนอีกครั้งเพื่อนำส่งให้อัยการประกอบการพิจารณาสำนวนคดีก่อนที่จะมีความเห็นสั่งคดี หลังจากที่เราได้ร้องขอความเป็นธรรมขอให้อัยการ สั่งสอบสวนเพิ่มเติมเปรียบเทียบการเงิน-การใช้จ่ายช่วงก่อนเกิดเหตุ , ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุการรับโอนเงินระหว่างเบนซ์ อัครกิตติ์ กับบอย ณัฐพล นาคคำ ซึ่งการนำเอกสารการเงินย้อนหลังไปแสดงต้องการให้เห็นพฤติการณ์ของแพทที่ผ่านมาว่าใช้จ่ายเงินอย่างไรโดยไม่ได้ใช้จ่ายเงินจำนวนมาก ไม่มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หากร่วมฟอกเงินก็ย่อมจะเห็นถึงความผิดปกติที่ไม่อาจปกปิดได้ที่ผ่านมาเราได้นำเงินจำนวน 1.9 ล้านบาทที่ บช.ปส.สงสัย ให้ตรวจสอบแล้ว โดยยืนยันว่าเรารับเงินมาโดยไม่ได้รับรู้แหล่งที่มาว่าเบนซ์ ได้มาอย่างไร เพียงแต่แพทรับเงินที่สามีโอนมา และเรายังขอให้สอบพยานที่จะระบุได้ว่าวันที่มีการโอนเงินระหว่างเบนซ์กับบอย แพทติดถ่ายละครอยู่ที่กองละคร เราไม่ได้ร่วมรับรู้การโอนเงินและการกระทำที่ผิดต่อ พ.ร.บ.มาตรการปราบยาเสพติดฯ ขณะที่ ปปส.เห็นว่าพฤติการณ์ของแพทไม่ได้เกี่ยวข้องกับความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการและปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ดังนั้นก็ไม่น่าจะมีมูลเรื่องการกล่าวหาว่าสมคบฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามฟอกเงิน พ.ศ.2542 เราก็รวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วนอย่างดีที่สุดเพื่อให้เห็นเจตนาที่แท้จริงของแพท ก็หวังคดีสั่งไม่ฟ้องซึ่งเป็นการพิสูจน์ทางคดีให้เห็นตั้งแต่ชั้นสอบสวน แต่ถ้าสุดท้ายถูกสั่งฟ้องก็พิสูจน์กันในชั้นศาล
ส่วนวันที่ 3 ก.ค.ก็ต้องไปรายงานตัวกับศาลอาญาตามที่นัดไว้ครบฝากขังครั้งสุดท้าย ซึ่งหากอัยการสั่งฟ้องก็คงไม่ได้แจ้งเราก่อนแต่คงจะยื่นฟ้องในช่วงวันดังกล่าวเหมือนกับกรณีของเบนซ์ที่ถือว่าตัวอยู่ในความควบคุมของศาล ถ้าฟ้องการประกันตัวก็ไม่มีปัญหาเราไม่ต้องเตรียมหลักทรัพย์เพิ่มเพราะต่างจากกรณีเบนซ์ที่ถูกฟ้องความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการปราบยาเสพติดฯ ด้วยซึ่งอัตราโทษสูงกว่า แต่ถ้าอัยการจะสั่งไม่ฟ้องก็คงแจ้งให้เราและ บช.ปส.ทราบ ก่อนที่จะส่งสำนวนกลับเพื่อให้ทำความเห็นแย้งตามขั้นตอน ตอนนี้เท่าที่คุยกับแพทก็ยังไม่ได้เครียดมากเพราะเราเต็มที่กับคดี ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ขอให้ใจเย็นๆ กันไว้ก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการพิจารณาสำนวนคดีของแพทนั้น ขณะนี้อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้อัยการคดีพิเศษ 3 (ฟอกเงิน) รับผิดชอบสั่งคดี หลังจากได้รับสำนวนจาก พนักงานสอบสวนบช.ปส.เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
ส่วนคดีของนายอัครกิตติ์หรือเบนซ์ เรซซิ่งนั้น หลังจากอัยการได้ยื่นฟ้องคดีเบนซ์ ร่วมกับนายสรรเสริญหรือเน็ต รสานนท์ อายุ 25 ปี และ น.ส.อังสุพรหรืออุ้ม อินา อายุ 29 ปี เครือข่ายนายณัฐพลหรือบอย นาคคำ เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด , สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินฯ และร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 , พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3,4,6,10,14 และพ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3,5,9,60 ต่อศาลอาญาเป็นคดีหมายเลขดำ อย.2201/2560 ไปเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ หลังจากเบนซ์และเครือข่ายบอยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งปัจจุบันเบนซ์ ถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เนื่องจากทั้งศาลอาญาและศาลอุทธรณ์ ยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว ส่วนเครือข่ายบอย ก็คุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางและทัณฑสถานหญิงกลาง เนื่องจากไม่ได้ประกันตัว



