ข่าว

ระดมพลบุกทวงคืนพระวิหารถูกพระชกต่อยชุลมุน

ระดมพลบุกทวงคืนพระวิหารถูกพระชกต่อยชุลมุน

12 ก.ย. 2552

พันธมิตรเดินสายเปิดเวทีระดมพลเดินทางไปปักหลักทวงดินแดนบนเขาพระวิหารคืน แต่กลับถูกพระรูปหนึ่งขับตาม ก่อนลงจากรถใช้มือถือวิทยุสื่อสารเข้าไปก่อกวน พร้อมชี้หน้าด่าจนเกิดมีปากเสียง ไล่ชกต่อยกลุ่มพันธมิตรผู้ที่เข้าไปห้ามกันชุลมุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ก.ย.52) กลุ่มเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินสายเปิดเวทีที่ อ. หนองกี่ และ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ในโครงการ “รวมใจไทยทวงคืนเขาพระวิหาร” 19 จังหวัดอีสาน นำโดย นายเจริญ หมู่ขจรพันธ์ ประธานโครงการรวมใจไทยทวงคืนเขาพระวิหาร 19 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อรณรงค์ให้คนไทยที่รักชาติ ร่วมเดินทางไปปักหลักทวงคืนเขาพระวิหาร ที่ จ.ศรีสะเกษ  และผลักดันชาวกัมพูชาที่บุกรุกเข้ามาสร้างที่อยู่อาศัยบนพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรออกนอกพื้นที่ ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มเครือข่ายพันธมิตรและประชาชน ไปร่วมทวงคืนพื้นที่เขาพระวิหารครั้งนี้มากกว่า 100,000 คน  
 
 โดยกลุ่มพันธมิตรฯ อ้างว่ารัฐบาลไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหา ประกอบกับทั้งสองประเทศได้ตกลงกันว่าให้ต่างฝ่ายต่างถอนกำลังออกไปเพื่อเจรจาแก้ไขปัญหากัน แต่ทางกัมพูชาไม่ทำตามเงื่อนไข หากชาวกัมพูชาไปยอมถอยออกไป  กลุ่มราษฎรไทยที่ไม่มีที่ทำกินจะเข้าไปปลูกสร้างที่อยู่อาศัยเช่นกัน               
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กลุ่มพันธมิตรฯ ใช้รถแห่เพื่อรณรงค์อยู่ที่ อ.หนองกี่นั้น ได้มีพระสงฆ์รูปหนึ่งขับรถปิกอัพ หมายเลข บค-6490 จ.เพชรบุรี ด้วยตนเองติดตามตะโกนด่าทอกลุ่มที่รณรงค์มาตลอด พอกลุ่มพันธมิตรเปิดเวทีปราศรัย  พระสงฆ์รูปดังกล่าวได้ลงมาจากรถ ถือวิทยุสื่อสารคล้ายตำรวจ พร้อมนำกล้องถ่ายรูปมาถ่ายภาพไว้ และยังชี้หน้าด่ากลุ่มที่กำลังปราศรัยด้วยถ่อยคำที่หยาบคาย
 
 นอกจากนี้ พระรูปดังกล่าวพยายามจะเดินไปที่รถเพื่อไปหยิบอาวุธปืน แต่กลุ่มผู้ที่มานั่งฟังการปราศรัยได้ลุกขึ้นไปห้าม จนเกิดมีปากเสียง และพระรูปดังกล่าวได้ซกต่อยผู้ที่เข้าไปห้ามปรามอย่างชุลมุน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย สร้างความตกใจให้กับกลุ่มพันธมิตรฯ และประชาชนที่มาฟังการปราศรัยอยู่ในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งได้ไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.หนองกี่ แต่พระรูปดังกล่าวอ้างว่ารู้กับนายตำรวจใหญ่ใน อ.หนองกี่ และก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ กับพระสงฆ์เลย จนพระได้ขับรถหลบหนีไป                
 
 นายเจริญ กล่าวว่า การที่กลุ่มพันธมิตรฯ ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน ได้ร่วมกันออกมาเคลื่อนไหวรณรงค์ทวงคืนปราสาทพระวิหารในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีศักยภาพ ไม่มีความสามารถในด้านการเมืองระหว่างประเทศ ไม่มีมาตรการที่ทำให้ทางกัมพูชาได้รู้ว่าทางไทยเอาจริงในเรื่องละเมิดดินแดนของไทย มองว่ารัฐบาลอ่อนแอ  เพราะฉะนั้นในฐานะภาคประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ จึงจำเป็นต้องลุกขึ้นมาเป็นผู้ดำเนินการทำหน้าที่แทนรัฐบาล  ในการทวงคืนอธิปไตยของไทย โดยการรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนคนไทย ให้เดินทางไปรวมตัวกันที่ประสาทพระวิหาร ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ และยืนยันว่าการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนโดยแท้จริง  สามารถตรวจสอบได้ว่าไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง หรือผลประโยชน์ใดๆ เข้ามาแอบแฝงอย่างแน่นอน  ที่ทำไปเพราะความรักชาติ                    
 
 นายเจริญ ยังยืนยันว่า การที่ออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไมได้สร้างความหวั่นเกรงหรือความเกรงกลัวใดๆ และจะยืนหยัดต่อสู้จนถึงที่สุด และจนกว่าจะบรรจุเป้าหมาย แต่ถ้ามีกลุ่มคนหรือกลุ่มผู้ไม่หวังดีก่อกวน หรือมาทำร้ายกลุ่มประชาชนที่ออกมารณรงค์ ทางกลุ่มก็จะใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าดำเนินการ โดยจะไม่ใช้ความรุนแรงตอบโต้อย่างเด็ดขาด เพราะการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ก็ไม่มีจุดประสงค์ให้เกิดความรุนแรง เพียงต้องการปลูกจิตสำนึกของคนไทยให้ร่วมกันลุกขึ้นมากดดันให้รัฐบาลเร่งดำเนินการทวงคืนปราสาทพระวิหารและดินของไทยที่ถูกกัมพูชายึดครองคืนมาเท่านั้น