
191 รวบยกแก๊ง! 'ปลอมเอกสารราชการ'
ตำรวจ 191 รวบ 6 ผู้ต้องหาขบวนการปลอมเอกสารราชการ สารภาพเรียนรู้วิธีการปลอมจากอินเตอร์เนต-ยูทูป
ตำรวจ 191 จับ 6 ผู้ต้องหา ขบวนการปลอมเอกสารราชการ ยอมรับสารภาพเรียกรู้วิธีการปลอมมาจากอินเตอร์เนต และยูทูป พร้อมใช้บัญชีธนาคารบุคคลอื่นในการทำธุรกรรม ตำรวจแจ้งข้อหาแจ้งข้อหา “ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ” และ “อังยี่ ซ่องโจร” “ฟอกเงิน”
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 มิ.ย.60 ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.ทท. พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ. และเจ้าหน้าที่สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่1236-1241 ลงวันที่ 26 พ.ค. ข้อหา“ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ” จำนวน 6 คน ประกอบด้วย 1.นายศุภชัย ไชยนิตย์ อายุ 20 ปี , 2.น.ส.จิตติมา อินเบิด อายุ 26 ปี , 3.นายสุริยา คำสองสี อายุ 31 ปี , 4.น.ส.ประพัฒศร สายรัตน์ อายุ 24 ปี , 5.นายสท้าน รอดพันธ์ อายุ 44 ปี , 6.นายนิธิภัทร ใจดี อายุ 52 ปี
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 พ.ค. เวลา 16.30 น. ฝ่ายสืบสวนได้ทำการจับกุมนายนิธิภัทร์ และนายสท้าน ได้ที่บริเวณร้านถ่ายรูปชื่อ กีน่าโฟโต้เอ็กเพรส เลขที่ 93/90 หมู่ที่ 7 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยทั้งคู่รับปลอมแปลงเอกสารราชการ เช่น วุฒิการศึกษา บัตรข้าราชการตำรวจ เอกสารใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน (ใบ ป.4) เป็นต้น จากนั้นจะนำเอกสารส่งขายออนไลน์ทั่วประเทศผ่านทางไปรษณีย์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่า ยังมีผู้ร่วมขบวนการที่ยังไม่ถูกจับกุมอีก จึงทำการขยายผลก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอให้ศาลออกหมายจับ จนสามารถติดตามตัวคนร้ายได้จนครบทั้งหมด
จากการสอบสวนนายนิธิภัทร์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นเจ้าของร้านถ่ายเอกสารดังกล่าว และทำหน้าที่ปลอมเอกสาร ซึ่งต้นแบบเอกสารจะนำมาจากทางอินเตอร์เนต ส่วนวิธีการได้ดูและจำมาจากเว็บไซต์ยูทูป ซึ่งตนรู้จักกับนายสท้าน อยู่ก่อนแล้ว นายสท้าน ทำหน้าที่หางานมาให้ โดยนายสท้าน รับงานมาจากนายสุริยาอีกต่อหนึ่ง และตนเพิ่งจะทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก ได้ค่าจ้าง 1,000 บาท ซึ่งนายสท้าน ได้ใช้บัญชีธนาคารของแฟนสาว คือ น.ส.ประพัฒศร ในการรับเงินจากนายสุริยา
นายสุริยา กล่าวว่า มีอาชีพรับจ้างทั่วไป โดยได้อยู่ในกลุ่มไลน์รถหลุดจำนอง ก่อนจะมีผู้ใช้ไลน์ชื่อ “อัครา” ติดต่อให้ปลอมใบ ป.4 ในราคา 3,500 บาท ซึ่งผู้ใช้ไลน์อัครา ได้ซื้อบัญชีของนายศุภชัย ในราคา 2,000 บาท ก่อนจะใช้บัญชีที่ซื้อมาโอนเงินให้ตน และตนได้ใช้บัญชีของ น.ส.จิตติมา (เป็นเด็กพิเศษ) คนข้างบ้าน ในการรับเงิน ซึ่งตนรู้จักกับนายสท้านในกลุ่มไลน์พระเครื่องอยู่แล้ว จึงติดต่อพูดคุยกันและโอนเงินให้กับนายสท้าน จำนวนเงิน 2,800 บาท โดยตนได้กำไร 700 บาท จากการทำเอกสารในครั้งนี้ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 74 หมู่ 1 ต.คลองทับจันทร์ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจับกุมในครั้งนี้ส่วนหนึ่งพบว่า เป็นขบวนการจำหน่ายสิ่งของผิดกฎหมายออนไลน์ มักจะมีการนำบัญชีของผู้อื่นมาใช้ การรับจ้างเปิดบัญชีแลกกับค่าจ้างเพียง 1,000-2,000 บาท และการรับซื้อบัญชีธนาคาร พร้อมบัตร ATM มาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ โดยทำเป็นขบวนการของกลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมาย หรือจำหน่ายสิ่งของผิดกฎหมายมีจุดประสงค์ปิดบังอำพรางธุรกรรมทางการเงิน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบร่วมกับการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยอาจใช้สำเนาเอกสารเท็จในการทำธุรกรรมและนำเงินที่ได้จากการกระทำผิดไปฟอกในธุรกิจอื่น เพื่อให้เป็นเงินที่เชื่อว่าได้มาจากการประกอบอาชีพโดยสุจริต นับเป็นปัญหาสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายปราบปรามอาชญากรรมในปัจจุบัน
ซึ่งหากผู้ใดยังมีพฤติกรรมรับจ้างเปิดบัญชี การขายบัญชี หรือการยินยอมให้ผู้อื่นนำบัญชีไปใช้ทำธุรกรรม ในทางที่ผิดกฎหมาย ถือว่าผู้นั้นมีส่วนรู้เห็นเป็นใจสนับสนุนโจรให้ก่ออาชญากรรม เป็นตัวกลางหนึ่งของการกระทำผิดกฎหมายนั้นด้วย โดยขณะนี้มิจฉาชีพจะมีวิธีการส่งของผิดกฎหมายผ่านทางไปรษณีย์ ซึ่งขณะนี้ได้ประสานงานกับทางไปรษณีย์แล้ว เพื่อติดต่อหาซื้ออุปกรณ์ในการตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ภายในก่อนทำการจัดส่ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ” นอกจากนี้จะมีการพิจารณาเพิ่มข้อหา“อังยี่ ซ่องโจร” “ฟอกเงิน” แก่ผู้ต้องหาเพิ่มเติมด้วย ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



