
บุกบ้านเมียอธิบดีหัวหน้าศาลฯฉกเพชรค่า4แสน
2โจรแขกขาวบุกบ้านชิงทรัพย์เจ้าของร้านเพชรเมืองพัทยา เป็นภรรยาอธิบดี หัวหน้าศาลอุทธรณ์ ภาค 2 จังหวัดระยอง หลังขับรถขนเครื่องเพชร กลับบ้าน กวาดเครื่องเพชรได้มูลค่ากว่า 4 แสนบาท หลบหนีลอยนวล ผกก.สภ.บางละมุง เต้นสั่งตำรวจไล่ล่าตัวคนร้ายวุ่น มั่นใจจับตัวได้แน่
เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 11 ก.ย. 52 พ.ต.อ.สมนึก จันทร์เกตุ ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี,พ.ต.ท.ธนะเดช ดวงตาปิยะชัย พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุงพร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวนร่วมกันไปตรวจสอบเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ภรรยาอธิบดีหัวหน้าศาลอุทธรณ์ ภาค2 จังหวัดระยอง ได้ทรัพย์สินเป็นเครื่องเพชรมูลค่าหลายแสนบาท เหตุเกิดที่หน้าบ้านเลขที่ 323/18 หมู่บ้านสวนทราย (ซอยบางละมุง39/3) ม.1 ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
เมื่อไปถึงบ้านดังกล่าวเป็นคฤหาสถ์ราคาหลายล้านบาท พบว่าประตูรั้วหน้าบ้านเปิดอยู่ ที่ลานจอดรถพบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า แคมรี่ สีบรอนซ์สีเทา หมายลเขทะเบียน ศร 6967 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ พบนางอุทัยวรรณ เด่นเจริญ อายุ 43 ปีเจ้าของบ้านและเป็นภรรยาของนายอริยะ นาวินธรรม อธิบดี หัวหน้าศาลอุทธรณ์ ภาค 2 จังหวัดระยอง กำลังรอความช่วยเหลืออยู่ภายในบ้าน พร้อมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาการตกใจว่า ตนพักอยู่บ้านหลังดังกล่าวกับสามี ซึ่งเป็นอธิบดีหัวหน้าศาลอุทธรณ์ ภาค2 จังหวัดระยอง โดยจะกลับมาบ้านพักประจำหลังจากเลิกทำงาน ส่วนตนทุกวันจะออกไปเปิดร้าน ขายจิวเวอร์รี่ ในห้างคาร์ฟูร์พัทยากลาง และจะกลับเข้าบ้านพัก หลังจากห้างปิดเวลาประมาณ 22.00 น.มาที่บ้านพักก่อนสามีเป็นประจำ ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเรื่องใด ๆ กับตนมาก่อน กระทั่งวันนี้ ระหว่างที่ตนปิดร้านเพื่อกลับบ้านพัก และได้มานำรถยนต์เก๋ง ซึ่งจอดอยู่ที่ลานจอดรถของห้างเพื่อขับกลับบ้าน ก็เริ่มแปลกใจเมื่อกดเปิดประตูรถด้วยรีโมดคอนโทรลระบบเซ็นทรัลล็อคไม่สามารถเปิดได้ เนื่องจากมีของเหลวคล้ายจาระบีมาติดอยู่ที่ขอบประตูฝั่งคนขับ จึงแก้ปัญหาโดยการตามช่างมาเปิดประตูรถให้ จนขับรถกลับบ้านได้อย่างปกติจนขับรถกลับบ้านเพียงลำพัง โดยได้ขนเครื่องเพชร ทอง และพลอย ทั้งกำไลมือ แหวน สร้อยคอ ที่ไว้จำหน่าย และเป็นของลูกค้าที่สั่งทำไว้นำกลับบ้านด้วย โดยนำใส่ไว้ในกระเป๋าโชว์เครื่องเพชรจำนวน 2 กล่อง ภายในมีเครื่องเพชร กล่องละประมาณ 20 ชิ้น รวมแล้วกว่า 50 ชิ้น วางไว้ที่เบาะหน้าข้างคนขับ ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุใด ๆ เกิดขึ้น
กระทั่งขับรถกลับถึงบ้านและเปิดประตูรั้วหน้าบ้านเข้าไปนำรถจอด และออกมานอกรถ แล้วกำลังจะปิดประตูเข้าบ้านพัก เพื่อเตรียมจะขนทรัพย์สินทั้งหมดภายในรถออกมาจากรถเพื่อนำเข้าบ้าน โดยกำลังไขกุญแจประตูอยู่นั้น จู่ ๆ ได้มีคนร้ายเป็นชายจำนวนจำนวน 2 คน ลักษณะคล้ายต่างชาติ พวกแขกขาวอายุประมาณ 30-35 ปี รูปร่างผอม สูงประมาณ 180 เซ็นติเมตรวิ่งกรู่บุกเข้ามาทางประตูรั้วซึ่งยังเปิดอยู่บุกเข้ามาหาตน เมื่อตนเห็นก็ตกใจกลัว รู้ทันทีว่าคนร้ายจะเข้ามาชิงทรัพย์จึงพยายามจะไปเปิดประตูเพื่อเอาทรัพย์สินที่อยู่ในรถ คนร้ายคนแรกเข้ามาผลักร่างตนไม่ให้มาที่รถ ส่วนคนร้ายอีกคนมุ่งจุดไปที่ประตูเบาะหน้าฝั่งคนขับ เหมือนกับรู้ว่ามีทรัพย์สินอยู่ภายในรถ แล้วคนร้ายดังกล่าวก็เปิดประตูแล้ว หยิบเอากล่องใส่เครื่องเพชร จำนวน 2 กล่อง และกระเป๋าสะพายสีดำ ภายในมีเงินสดประมาณ 5.5 หมื่นบาท เอกสารสำคัญรวมทั้งเครื่องเพชรและทองจำนวนหนึ่งและเช็คเงินสด อยู่ภายในกระเป๋า ซึ่งรวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกก่อเหตุทั้งหมดกว่า 4 แสนบาท เมื่อได้ทรัพย์สินคนร้ายก็รีบพากันวิ่งหลบหนีออไปอย่างรีบร้อน ตนกลัว ไม่กล้าวิ่งตามจึงวิ่งหนีเข้าบ้านพัก พร้อมกับตะโกนร้องให้คนช่วยว่าถูกโจรปล้น แต่ก็ไม่มีใครออกมาช่วยเพราะเพื่อนบ้านนอนพักผ่อนไปกันหมดแล้ว ซึ่งคนร้ายที่มาก่อเหตุนั้น ตนไม่ทราบว่าใช้ยานพาหะหะใดที่ใช้หลบหนี เห็นแต่บุกเข้ามาชิงบทรัพย์และวิ่งหนีออกไปเท่านั้น หลังเกิดเหตุตนก็รีบโทรศัพแจ้งสามีให้ทราบเพื่อให้รีบกลับบ้านพักทันที พร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง ให้ทราบเรื่องเพื่อมาตรวจสอยและติดตามจับคนร้าย
ภายหลังภรรยาของอธิบดี หัวหน้าศาลอุทธรณ์ ภาค 2 จังหวัดระยอง ให้การแล้วก็ได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบหาร่องรอยของคนร้ายที่ บริเวณรถยนต์เก๋ง ซึ่งตำรวจได้ตรวจสอบลายนิ้วมือคนร้ายไว้อย่างละเอียด และตรวจสอบบริเวณนอกบ้านเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายที่มาก่อเหตุ ซึ่งตำรวจก็พบว่า คนร้ายได้ทำ แหวนเพชร และ ต่างหู บรรจุในถุงพลาสติกกว่า 10 ชิ้น เช็คเงินสดธนาคารกรุงเทพ ซึ่งผู้เสียหายแจ้งว่าได้นำใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายส่วนตัว คนร้ายรีบร้อนจนทำตกไว้ที่ถนนหน้ารั้วประตูบ้าน ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมานายอริยะ นาวินธรรม อธิบดีหัวหน้าศาล อุทธรณ์ ภาค 2 จังหวัดระยอง ได้เดินทางกลับมาที่บ้านพักพร้อมแสดงความเป็นห่วงภรรยา โดยฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับคนร้ายให้ได้ และไม่อยากจะให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพเนื่องจากไม่อยากให้เป็นข่าวใหญ่โต พร้อมทั้งบอกให้ภรรยาไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น โดยประสงค์จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่เพื่อตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างอุกอาจครั้งนี้มาลงโทษให้ได้
พ.ต.อ.สมนึก จันทร์เกตุ ผกก.สภ.บางละมุง กล่าว่า เบื้องต้น สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะเป็น ต่างชาติพวกแขกขาว ซึ่งน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของ ผู้เสียหายอย่างดีและวางแผนการก่อเหตุไว้ล่วงหน้าตลอดจนกระทั่งลงมือก่อเหตุ ทั้งนี้จะได้เรียกประชุมตำรวจชุดทำงานทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเพื่อหาเบาะแส คนร้าย ตั้งแต่ภายในห้างคาร์ฟูร์ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด รวมทั้งสอบถามพยานแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับผู้เสียหายทั้งหมด ซึ่งจะได้ให้ผู้เสียหาย ทำการสเก็ตภาพใบหน้าคนร้ายเพื่อออกหมายจับทันที อย่างไรก็ตาม มั่นใจน่าจะสามารถตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้อย่างแน่นอน



