ข่าว

“อาคม”จี้การรถไฟฯเร่งแผน เพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์5%

“อาคม”จี้การรถไฟฯเร่งแผน เพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์5%

12 มิ.ย. 2560

.“อาคม”จี้การรถไฟฯเร่งแผน เพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์5%

                 นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ กรรมการและรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจที่มีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน มีมติให้ ร.ฟ.ท. เร่งเพิ่มรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่การเดินรถอย่างน้อย 5% จากปัจจุบันที่มีรายได้ส่วนนี้อยู่ที่ประมาณ 2,600 ล้านบาทต่อปี

               โดยให้ ร.ฟ.ท. เร่งรัดการจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อบริหารทรัพย์สินขององค์กร เพื่อนำที่ดินออกให้เช่าหรือเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน (PPP) เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดทุนจากการเดินรถ

               สำหรับการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ของ รฟท. นั้น เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ต้องการให้ ร.ฟ.ท. หารายได้เชิงพาณิชย์เพิ่มมากขึ้น โดยขณะนี้ได้เสนอการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแล้ว ซึ่งตามขั้นตอนจะต้องเสนอต่อให้ ครม.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)และคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)พิจารณาตามต่อไป

                  เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถจัดตั้งบริษัทลูกได้ภายในปีนี้ โดย ร.ฟ.ท. จะถือหุ้น 100% ในช่วงแรกและจะจ้างผู้บริหารมืออาชีพจากภายนอกเพื่อให้บริษัทเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว

               “รถไฟจะถือหุ้น100% แต่จ้างมืออาชีพเข้ามาบริการงานในช่วงแรก หากบริษัทไปได้ดีและมีความเข้มแข็ง รถไฟก็อาจกลับบริหารงานเอง ส่วนรูปแบบการทำงานบริษัทก็จะคล้ายๆ กับกรมธนารักษ์ คือนำที่ดินที่ไม่ได้ใช้ในการเดินรถซึ่งขณะนี้มีประมาณเกือบ 40,000 ไร่ ออกไปให้เอกชนเช่าพัฒนาธุรกิจในระยะยาว โดยรถไฟจะหาผู้ร่วมทุนจากเอกชนเท่านั้น” นายอานนท์กล่าว

              อย่างไรก็ตาม จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารขึ้นมากำกับดูแลการบริหารงานของบริษัทฯ อีกชั้นหนึ่ง โดยจะเชิญตัวแทนจากหน่วยงานอิสระจากหน่วยงานต่างๆ เช่นสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้ามานั่งเป็นกรรมการร่วมกับ รฟท.

             นอกจากนี้ นายอาคม ยังมีแนวคิดให้ใช้กลไกหน่วยงานภายนอกเข้ามาทำหน้าที่กำกับและตรวจสอบการทำงานเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้การบริหารงานเกิดความโปร่งใสเป็นธรรม เนื่องจาก รฟท. มีสินทรัพย์จำนวนมากและมีมูลค่าสูง

              นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน กล่าวว่า ปัจจุบัน ร.ฟ.ท. มีรายได้จากการดำเนินงานประมาณปีละ 9,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นรายได้จากค่าโดยสาร ประมาณ 6,400 และรายได้ที่ไม่ใช่ค่าโดยสาร 2,600 ล้านบาท โดยมีหนี้สินสะสมรวมประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท แบ่งออกเป็นหนี้ของ ร.ฟ.ท. เองประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ที่เหลืออีกกว่า 2 หมื่นล้านบาท เป็นหนี้จาก บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้บริหารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์