
"ลุงตู่" ห่วง !! จรรยาบรรณ "สื่อ"
.“ลุงตู่” แนะปชช.สร้างชาติด้วยการสื่อสาร สาระ ระดับครอบครัวพ่อแม่จับเข่าคุยลูก แนะมีวิจารณญาณรับสารจากโซเชี่ยล ห่วงจรรยาบรรณสื่อมวลชน
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2560 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า ตนขออัญเชิญพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร องค์หนึ่ง มีใจความว่าการพัฒนาประเทศจะบรรลุผลตามเป้าหมายได้มากน้อยเพียงใดนั้นย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัย ประกอบการหลายอย่าง อย่างแรกต้องมีคนดีมีปัญญา มีความรับผิดชอบมีความวิริยะอุตสาหะเป็นผู้ปฏิบัติอย่างที่สองต้องมีวิทยาการที่ดีอย่างที่สามต้องมีการวางแผนที่ดีให้พอเหมาะพอควรกับฐานะเศรษฐกิจ และทรัพยากรที่มีอยู่โดยคำนึงถึงประโยชน์อันพึงประสงค์ของประเทศและประชาชนเป็นหลักปฏิบัติ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทุกคนจึงควรจะได้ถือเป็นภาระหน้าที่ที่จะต้องใช้ปัญญา ความรู้ ความสามารถของตน รับใช้สังคมและพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งนี้เพื่อให้ปวงชนชาวไทยทุกคนได้น้อมนำไปประยุกต์ใช้ เป็นเข็มทิศนำทางสำหรับเป็นแนวทางในการทำงานร่วมกันทั้งในปัจจุบันและในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านทุกวันนี้ที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศหลายด้าน แต่การจะปฏิรูปอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ สมดังความมุ่งหวังและตั้งใจของเราร่วมกันนั้น ต้องดำเนินการอย่างมียุทธศาสตร์ เป็นกรอบใหญ่ในการกำหนดนโยบายสาธารณะ
“การบริหารราชการแผ่นดินอย่างมีทิศทางและต่อเนื่อง ที่มุ่งไปสู่จุดหมาย ไม่คดเคี้ยวลดเลี้ยวให้สิ้นเปลืองทรัพยากรงบประมาณและเวลา หรือไม่ถกเถียง ขัดแย้ง เนื่องด้วยต่างคน ต่างฝ่ายต่างก็มีความความคิด ความต้องการ ที่แตกต่างกันออกไป หากเราไม่มียุทธศาสตร์ ไม่มีวิสัยทัศน์ หรือเป้าหมายร่วมกันแล้ว ก็ยากที่จะทำงานร่วมกันให้สัมฤทธิ์ผลได้โดยง่าย ดังนั้นนอกจากเราต้องสนับสนุนให้คนดีมีปัญญา ได้ทำงานอย่างเต็มที่ และเราต้องใช้ วิทยาการ ความรู้ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาพัฒนาตนเอง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคม และเรายังต้องสามารถทำแผนการปฏิบัติ ปฏิรูปให้มีรายละเอียด มีความชัดเจน ประเมินผลได้ ให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันได้ อย่างบูรณาการและประสานสอดคล้อง อีกทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในรูปแบบกลไกประชารัฐเหมือนอย่างที่รัฐบาลนี้และคสช. กำลังดำเนินการอยู่ด้วย
“ผมขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าความร่วมมือ ความสามัคคีปรองดองของคนในชาติเท่านั้น ที่จะทำให้การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติประสบความสำเร็จได้ หากปราศจากการรับรู้และความเข้าใจที่ดี ที่ถูกต้อง อย่างถ่องแท้แล้ว ความร่วมมือก็ไม่มีวันจะเกิด ดังนั้นวันนี้ผมจึงอยากให้ทุกคน หันมาสนใจกับเรื่องการสื่อสารสร้างชาติกันบ้าง โดยขอแบ่งออกเป็น 3 ระดับ เพื่อความง่ายในการทำความเข้าใจ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า โดยเริ่มที่ระดับเล็กก็คือการพูดจาในครอบครัวก็สร้างชาติได้ เพราะพ่อแม่ที่ไม่เคยพูดชื่นชมเพื่อให้กำลังใจลูก เอาแต่ว่ากล่าวด้วยอาการดุดันหรือวาจาหยาบคาย เด็กก็จะโตขึ้นเป็นคนที่ก้าวร้าว ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง สุดท้ายก็หันหลังให้ครอบครัว หันหน้าเข้าหาเพื่อนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเหมือนกัน ต่อด้วยการสื่อสารขยายวงกว้างมาสู่ระดับกลางก็คือชุมชน สังคมก็ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง มีเหตุมีผล มากกว่าการใช้อารมณ์ความรู้สึก แล้วนำไปสู่พฤติกรรมการเลียนแบบ ด้วยความคึกคะนองเกินขอบเขตขนบธรรมเนียมอันดีงามมาแต่โบราณ กลับเห็นดีเห็นงามตามคนผิดแปลกพิเรนทร์นอกจากนี้ยังถ่ายทอดวาทะกรรม ฐานคิดที่ไม่ถูกต้องส่งผลให้สังคมไทยมีตรรกะที่ผิดเพี้ยน
“ในเรื่องการใช้สื่อโซเชียลผมเห็นว่าเราควรจะสร้างกระบวนการเรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกันตัวเอง สำหรับการใช้ชีวิตในโลกของยุคโลกาภิวัฒน์ ด้วยการสร้างหลักคิดที่มีข้อมูลมีความคิดพื้นฐาน มีการใช้สติปัญญา มีวิจารณญาณที่ดีว่าทำอย่างไรจะไม่ตกเป็นเหยื่อของการปลุกระดมความขัดแย้งถูกใช้ประโยชน์โดยคนบางกลุ่มที่อาจจะมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นเหยื่อของการหลอกลวงการลงทุนแชร์ลูกโซ่หรือการซื้อขายของที่ไม่มีคุณภาพมีการโฆษณาเกินความเป็นจริงการสร้างจุดขายยกให้เป็นไอดอลของคนบางประเภททั้งที่ไม่เหมาะสม และสร้างค่านิยมผิดๆทำให้สังคมไทยมีปัญหา หรือนำไปสู่สังคมที่เสื่อมทราม”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการสื่อสารระดับชาติที่มีสื่อมวลชนเป็นตัวกลางเราต้องยอมรับความจริงและต้องให้ความสำคัญทั้งในเรื่องความเป็นกลางและความน่าเชื่อถือของสื่อ โดยเราต้องวิเคราะห์ก่อนเสมอไม่อาจยึดมั่น หรือทึกทักว่าเป็นจริงดังว่าได้ในทันที ที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือวิจารณญาณและจรรยาบรรณในการทำหน้าที่ของสื่อซึ่งตนขอฝากให้พิจารณาผลกระทบให้รอบด้าน และเลือกนำเสนอในประเด็นที่เสริมความรู้ ก่อเกิดปัญญาให้กับประชาชนของประเทศ ช่วงที่ผ่านมามีข่าวสารที่สังคมไทยควรให้ความสนใจ และควรถูกนำเสนอในเชิงสร้างสรรค์ เช่น ความสำเร็จของนางสาวเอรียา จุฑานุกาล หรือโปรเมย์ นักกอล์ฟหญิงขวัญใจชาวไทย ตนขอให้กำลังใจเพื่อประสบความสำเร็จสูงสุดในอนาคต
“ผมไม่อยากให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่สื่อสารกันอย่างไร้สาระ ผิดเพี้ยน หรือปล่อยปละให้เกิดความมักง่ายในการใช้ภาษาและการสื่อสาร ทั้งที่การสื่อสารเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทั้งในชีวิตประจำวัน และในการทำงานร่วมกัน โดยคำพูดเพียงไม่กี่คำสามารถจะสร้างคน เปลี่ยนคน หรือทำลายคนได้ในเวลาอันสั้น อีกทั้งในการเสพสื่อนั้นไม่ว่าจะฟัง ดู อ่าน หรือเขียน ผมอยากให้คนไทยได้คิดและตัดสินใจ ด้วยปัญญาเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ต้องหาข้อมูลสนับสนุนเพิ่มเติมด้วย ให้รอบคอบและรอบด้าน ใช้การคิดวิเคราะห์พิจารณาให้ครบถ้วนกระบวนการ ไม่ใช่เอาผลประเมินเล็กน้อย มาทำให้กระบวนการใหญ่มีปัญหา เสียรูปขบวน สื่อแขนงต่างก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่สามารถช่วยให้การแก้ปัญหาต่างๆของประเทศ ประสบความสำเร็จได้ สื่อจะต้องตระหนัก และกำหนดบทบาท สร้างคุณค่าให้กับองค์กรของตนว่าจะทำร้ายประเทศ ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือจะสร้างสรรค์สังคม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



