ข่าว

จุดแปรเปลี่ยนสำคัญ

จุดแปรเปลี่ยนสำคัญ

12 ก.ย. 2552

ค่ายสะตอเริ่มหายใจหายคอคล่องกว่าเดิม เมื่อแก้ปัญหา “ตอ” ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปได้ นั่นเป็น “ตอ” ขนาดใหญ่ ยังเหลือ “ตอ” เล็กและกลางอีกในคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ รวมกันแล้วเป็น “อภิมหาตอ” ซึ่งผู้นำรัฐบาลต้องฝ่าให้ได้

 ถ้าผลักดันให้คนที่ตัวเองเลือกข้ามด่านนี้ให้เป็น ผบ.ตร.คนใหม่ไม่ได้อีกครั้ง จะทำให้ สถานการณ์จะเข้าจุดคับขัน เพราะนายกฯ จะถูกมองว่าบริหารบ้านเมืองไม่ได้

 ถ้าคนในพรรคแข็งข้ออย่างเปิดเผย รัฐมนตรีไม่เอาด้วย ข้าราชการไม่ยอมรับ เท่ากับเป็นการบีบบังคับให้นายกฯ ต้องสู้ให้เด็ดขาด เพื่อรักษาการนำของรัฐบาล หนทางที่ต้องเลือกคือใช้เหตุผล คุณธรรม ความถูกต้อง และเพื่อดำรงความอิสระ

 ยิ่งมีปัจจัยล้ำลึก พูดไม่ได้ในที่สาธารณะ ทำให้ประชาชนเข้าใจและเห็นใจ !

 ประเด็นนี้จะชี้จุดแปรผัน วัดอนาคตของบ้านเมืองว่าจะยังตกอยู่ในบ่วงเวรกรรมต่อไปโดยไร้ทางออก หรือหนทางข้างหน้ายังพอมีทางเลือก โดยอาศัยพลังแห่งคุณธรรม

 ให้ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งตอและตัวเสริมพิจารณาให้ดีก็แล้วกันว่าจะยึดเอาแต่ผลประโยชน์ของบ้านเมือง หรือผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มตัวเอง พวกพ้อง ประชาชนไม่ได้รับอานิสงส์อะไร บ้านเมืองจมอยู่ภายใต้ความเสื่อมทรุด ไร้กลไกขื่อแปรากฐาน

 การเมืองทั่วไปไม่น่าห่วง สำหรับพรรคร่วมรัฐบาลกำลังวุ่นอยู่กับการเล็งจัดสรรงบประมาณและเงินอัดฉีดสู่โครงการต่างๆ อย่างต่ำๆ ประเมินแล้วว่าถ้าคิดเงินค่าหัวคิวเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ก็ทำให้สบายจนสะดือปลิ้น ทั้งถอนทุน บวกกำไรอีกหลายเท่าตัว

 เพียงงบ 8 แสนล้าน ทั้งเงินกู้และงบประมาณ คำนวณง่ายๆ ก็ 1.6 แสนล้าน !

 เห็นตัวเลขแบบนี้ มีหรือพวกเสือหิวจะยอมถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล หาเรื่องทุบหม้อข้าวตัวเอง เว้นแต่ว่าจะยอมอยู่เพื่อตักตวงให้ได้ก้อนใหญ่ ไว้เป็นทุนสำหรับสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป แถมยังสร้างเงื่อนไขงบผูกพัน ดำรงความปากมัน อิ่มท้อง

 ช่วงนี้คงเพียงเสียงฮึ่มๆ ฮั่มๆ สลับกับเสียงครางอี๊ดอ๊าดๆ เพราะแย่งกันแทะเนื้อเหยื่อเงินภาษีประชาชนอันโอชะเท่านั้นเอง ปล่อยให้ฝ่ายค้านมองตาปริบๆ

 ค่ายสะตอจึงรักษาความเป็นต่อไว้อย่างสบายๆ ไม่กลัวว่าเสือหิวตัวไหนจะแหกคอกไปเพื่อรักษาฟอร์ม เพราะเสือหิวด้วยกันย่อมรู้ว่าพวกเดียวกันมีไส้กี่ขด อิ่มหรือหิว

 อย่างมากก็ล้มกระดาน ยุบสภา ก่อนจะถึงจุดนั้น ก็ปรับ ครม. ไล่พวกเสือหิวออกไปให้หมด เอาเฉพาะพวกที่อยากอยู่ไว้ จากนั้นจัดการปรับเปลี่ยนโยกย้ายข้าราชการ กลไกสำคัญ จากนั้นยุบสภา อาศัยความได้เปรียบช่วงรักษาการ 2 เดือน

 ถ้ากลไกข้าราชการ สื่อของรัฐ เปิดโปงความชั่วร้ายของกลุ่มกังฉินต่างๆ จะทำให้เกิดการรวนเร ตั้งตัวไม่ติด ถ้าการตัดสินของตุลาการศาลอาญาคดีการเมืองส่งให้นักการเมืองเข้าคุกชุดใหญ่ในคดีกล้ายาง ปราสาทพระวิหาร และหวยบนดินแล้ว จะทำให้สนามการเมืองปลอดโปร่งโล่งจากมือสกปรกไปหลายสิบคนทีเดียว

 ถ้าบุญของบ้านเมืองยังมีอยู่! น่าเสียดาย กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ขบวนการมารผจญได้ทำให้โครงสร้างประเทศเสื่อมโทรม หลักศีลธรรม จริยธรรมถูกความโลภเข้าครอบงำ

 ช่วงนี้จะเป็นพฤติกรรมของข้าราชการประจำต่างๆ ออกลายมาร นอกจากอู้งาน ละเลยหน้าที่ ยังแหกปากอ้างเสียขวัญกำลังใจ หลักจากกระบวนการยุติธรรมและบ่วงกรรมไล่ล่า ลดระดับความผยองลำพองในอำนาจ นึกว่าชาวบ้านยังเป็นขี้ข้าลูกไล่อยู่อีก

 ที่ผ่านมา ยุคนักการเมืองชั่วร้ายกุมอำนาจ ทำให้ข้าราชการกังฉิน โหดหิน แสดงอาการจองหองพองขน ทำตัวเป็นเจ้านายประชาชน ไม่สำนึกในความเป็นผู้บริการ

 ตำรวจ นักการเมือง โดน ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ต่างดิ้นรนโวยวาย ไม่ได้ย้อนมองดูพฤติกรรมด้วยใจสะอาดเป็นธรรมว่า สิ่งที่ตัวเองรับผิดชอบนั้น ถูกต้องดีเลวอย่างไร

 จากนี้ไปยังมีประเด็นน่าเฝ้าติดตาม กลุ่มแกนนำเสื้อแดงยังคงหาทางเพิ่มรายได้ด้วยการจัดม็อบวันที่ 19 เดือนนี้ ตอบสนองความต้องการนายใหญ่ลี้ภัยหนีคุกไร้แผ่นดิน ใช้สื่อต่างๆ บ่อนทำลายแผ่นดินเกิด ไม่สำเหนียกว่ายิ่งดิ้นรนสู้ ยิ่งเข้าจุดอับ

 ที่ผ่านมา สู้อย่างไร ไม่เคยชนะ เพราะแผ่นดินไทยศักดิ์สิทธิ์เกินกว่านักการเมืองกังฉิน มือไม้จัดม็อบหากินค่าหัวคิวจะล้างผลาญให้ล่มจมได้ การจัดม็อบเป็นเพียงสร้างพลังคุ้มกัน อำนาจต่อรอง ซึ่งนับวันจะอ่อนล้า ความน่าเชื่อถือไม่เหลือ และรอวันเข้าคุก

 นักการเมืองต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองคงเล่นเกมกันในสภา ในประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ การตั้งกระทู้หาเรื่องตะแบง และหาช่องทางหานิรโทษกรรม

 ยุทธการปลุกม็อบบ่อนทำลายบ้านเมืองนับวันจะไร้ผล เมื่อมีคนรู้ทันบอกต่อๆ กันไป นอกเหนือจากการสาวไส้เน่าในพวกเดียวกันเองเพราะขัดผลประโยชน์ แถมยังมีหมัดมวยให้ชม ผสมกับการเปิดโปงการอมเงินค่าหาเสียง เป็นขบวนการโจรการเมือง

 น่าสมเพชคือคำเตือนแกมขู่ของกลไกรักษากฎหมายของบ้านเมือง ว่าตำรวจ ทหารอาจอยู่เฉยๆ ไม่ปกป้องรัฐบาล กลัวว่าจะโดนเล่นงานในคดีอาญาถ้ามีความรุนแรง นี่เป็นการตะแบงผสมกับการบิดเบือนเจตนา เอาดีเข้าตัว ไม่อยากทำหน้าที่

 มีเจ้าหน้าที่ไม่รู้จักหน้าที่แบบนี้ ชาวบ้านเสียดายเงินภาษี น่าจะประกาศตัวออกมาว่าถ้าไม่พร้อมรับงาน ภาระหน้าที่ ควรลาออกไป จะไม่ได้เปลืองเงินงบประมาณ คนดีๆ อีกมากมายไร้เส้นสายอยากมาทำงานเพื่อรับใช้บ้านเมืองนิ! อิอิอิ!!!