ข่าว

บุกค้นคฤหาสน์พังงาไร้เงา "ธัมมชโย" นะจ๊ะ

บุกค้นคฤหาสน์พังงาไร้เงา "ธัมมชโย" นะจ๊ะ

09 มิ.ย. 2560

ดีเอสไอค้นคฤหาสน์หรูพังงา ไม่พบร่องรอยการเข้าพักอาศัยของ "ธัมมชโย" เร่งรวบรวมหลักฐานเล็งเอาผิด "เจ้าสัว" ผู้ครอบครองที่แท้จริงฐานบุกรุกป่า

              9 มิ.ย. 60  พ.ต.อ.ไพสิฐ  วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงผลปฏิบัติการสนธิกำลังตรวจค้นคฤหาสน์ 2 หลัง บนภูเขา จ.พังงา โดยมีข้อสงสัยว่า มีการบุกรุก ยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ ก่อสร้าง หรืออยู่อาศัย และออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบนั้น

              ปรากฎว่า  ผลการตรวจค้นพบการปลูกสร้างบ้านพักขนาดใหญ่ จำนวน 2 หลัง ตั้งอยู่บนสันเขาที่เป็นเทือกเขาสูง สามารถมองเห็นเกาะภูเก็ต และอ่าวพังงา อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลา และแหลมซำ ซึ่งประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติเมื่อปี 2527 โดยก่อนหน้านี้ประกาศเป็นป่าตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2504 โดยมีการสร้างถนนส่วนบุคคล เชื่อมต่อจากเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1004 จำนวน 1 เส้นทาง ระยะทางประมาณ 2.8 กิโลเมตร เพื่อใช้เดินทางเข้ามายังบ้ านพัก 

              นอกจากนี้ยังพบว่าบริเวณตัวบ้าน และบริเวณข้างเคียง เดิมมีการออกเอกสารสิทธิในที่ดินเป็นน.ส.3 ก. เลขที่ 1281 แปลงเดียว เนื้อที่ 39 ไร่ ทับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลาฯ ครอบคลุมภูเขาทั้งลูก ต่อมาได้มีการแบ่งแยกเป็น 14 แปลงหลัก และได้มีการรวมแปลงและแบ่งแยกที่ดินออกไปอีกจำนวนหลายแปลง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการออกโดยการเดินสำรวจในช่วงปี 2520 โดยไม่มีหลักฐานของที่ดินเดิม และอ้างว่าปลูกสวนผลไม้มาประมาณ 33 ปี 

              พ.ต.อ.ไพสิฐ. เปิดเผยด้วยว่า จากการอ่านแปลวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ พบว่า ในปี พ.ศ. 2510 และ พ.ศ. 2519 พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่า 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่พบร่องรอยการทำประโยชน์ จึงเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ อีกทั้งกฎกระทรวงฉบับที่ 5 ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ห้ามออกเอกสารสิทธิในที่เขาหรือภูเขา และในเขตที่สงวนหวงห้ามของรัฐ การออก น.ส.3ก. ฉบับดังกล่าวจึงเป็นการออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้ที่ครอบครองจึงอยู่ในฐานะของผู้ที่บุกรุกที่ดินของรัฐ ป่า และป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

              อธิบดีดีเอสไอ กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้กระทำผิดรายนี้ (ขอสงวนนาม) เป็นนายทุนรายใหญ่ที่มีฐานะร่ำรวยในระดับต้นๆ ของจังหวัดภูเก็ต มีพฤติการณ์ในการบุกรุกที่ดินของรัฐในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดพังงาหลายแห่ง ที่ร่ำรวยจากการค้าขายที่ดินที่ผิดกฎหมาย มีคดีความอยู่กับกรมสอบสวนคดีพิเศษทั้งที่อยู่ในชั้นศาลและอยู่ระหว่างดำเนินคดี ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษจะบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายและมาตรการด้านกฎหมายฟอกเงิน เข้าไปดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบกับบุคคลดังกล่าวต่อไป

              "ในการตรวจค้นครั้งนี้ไม่พบร่องรอยการเข้าพักอาศัยของพระธัมมชโย แต่พบภาพถ่ายของบุคคลที่คาดว่า เป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริง ซึ่งไม่ปรากฎรายชื่อตามเอกสารสิทธิ หลังจากนี้ดีเอสไอจะตรวจสอบเพื่อให้ได้มาซึ่งหลักฐานเชื่อมโยงการดำเนินคดีถึงผู้ครอบครองที่แท้จริง" พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว.