
กกต.จัดงานสถาปนาสำนักงานกกต. ครบ 19 ปี
กกต.จัดงานสถาปนาสำนักงานกกต. ครบ 19 ปี
9 มิ.ย.60 - สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้จัดงานสถาปนาเนื่องในโอกาสครบ 19 ปีโดยบรรยากาศช่วงเช้านายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. พร้อมด้วยกรรมการการเลือกตั้ง ผู้บริหาร และพนักงานของ เข้าร่วมพิธีสักการะองค์พระพรหม บริเวณศาลพระพรหม และเข้าร่วมพิธีสงฆ์ โดยมีตัวแทนหน่วยงานองค์กรต่างๆ เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากภาครัฐและเอกชน พรรคการเมือง อาทิ นายวัส ติงสมิตร ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิตย์ โดยทั้งหมดต่างให้กำลังใจกับกกต.เนื่องจากในวันนี้ที่ประชุมสนช.จะมีการพิจารณาลงมติร่างพ.ร.ป.คณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งมีประเด็นเซ็ตซีโร่กกต. อยู่ด้วย
โดยนายศุภชัย กล่าวว่า กกต.ได้วางแผนการและยุทธศาสตร์ต่างไว้หลายด้าน เพื่อให้การจัดเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม รวมถึงการสืบสวนสอบสวนการเลือกตั้งก็เป็นปัจจัยสำคัญ โดยได้ฝึกอบรมพนักงานสอบสวนและไต่สวนของกกต.มาโดยตลอด ส่วนการบริหารจัดการเลือกตั้งได้เตรียมอำนวยความสะดวกกับประชาชนในด้านต่างๆ เช่น การจัดทำแอฟพลิเคชั่น เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การจัดทำยุทธศาสตร์ของกกต.คืบหน้าไปกว่าร้อยละ 85 แล้ว
"ศุภชัย "ยันไม่กังวล หากต้องพ้นพร้อมทำหน้าที่ในฐานะรักษาการให้ดีที่สุด
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ส่วนการพิจารณาร่างพ.ร.ป.กกต.ของที่ประชุมสนช.ในวันนี้ ทางคณะกรรมการกกต.ไม่รู้สึกกังวล เพราะถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติตามกฏหมาย ไม่ว่าผลการพิจารณาจะออกมาเป็นอย่างไรก็จะปฏิบัติในระหว่างดำรงตำแหน่งอย่างดีที่สุด ให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งกกต.ยังไม่มีการหารือถึงแนวทางภายหลังจากสนช.มีมติ แต่เมื่อร่างกฎหมายผ่านวาระ 3 แล้ว ก็จะดูเนื้อหาและเจตนารมณ์ ว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากพบว่าไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ จะปรึกษาทีมกฏหมายว่าสมควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่
ยัน พิจารณาปม 9 รมต.ทำตามกฎหมาย บอก ไม่อยากอยู่เรือนจำบั้นปลายชีวิต
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า สำหรับการพิจารณาคำร้อง 9 รัฐมนตรีขาดคุณสมบัติ ยืนยันไมได้เป็นการเอาคืน จากที่เสนอให้มีการเซ็ตซีโร่คณะกรรมการกกต. แต่เป็นการทำหน้าที่เนื่องจากนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ ซึ่งกกต.มีอำนาจตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนว่ามีมูลเพียงพอส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ ไม่ใช่เป็นการส่งท้ายแต่อย่างไรใด และแม้กกต.ถูกเซ็ตซีโร่มีสถานะเป็นกกต.รักษาการ ก็สามารถดำเนินการในเรื่องดังกล่าวได้ ทั้งนี้หากกลั่นแกล้งกกต.จะถูกมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้ ซึ่งตนไม่อยากอยู่เรือนจำในช่วงบั้นท้ายของชีวิต
ทั้งนี้ ในระหว่างการเข้าแสดงความยินดีของนาย นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายวัสก็ได้ใช้เวลาพอสมควรในการกล่าวให้กำลังใจกับกกต. เนื่องจากหัวอกเดียวกัน เพราะร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กำลังร่างอยู่นั้น ก็ให้มีการเซ็ตซีโร่กสม. เช่นเดียวกับกกต. โดยนายศุภชัย ก็ได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจประธานกสม.ด้วยเช่นเดียวกัน
ปธ.กสม. ชี้ อ้าง "ปลาสองน้ำ" เซ็ตซีโร่ กกต.-กสม.ไม่ถูกต้อง
จากนั้นนายวัส ให้สัมภาษณ์ย้ำว่า ไม่เห็นด้วยกับการเซ็ตซีโร่ทั้งกกต.และกสมเนื่องจากมีเปลี่ยนเหตุผลในการเซ็ตซีโร่ไปเรื่อยๆ ในส่วนของกสม.ได้รับร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นครั้งที่สอง โดยจะส่งความเห็นของกสม.กลับไปให้กรธ.ภายในสัปดาห์หน้า มีประมาณ 20 ประเด็นที่เห็นว่าจะมีปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงมาตรา 60 ที่ให้เซ็ตซีโร่ กสม.ด้วย ล่าสุดมีการให้เหตุผลว่าหากไม่เซ็ตซีโร่จะมีปัญหาเรื่องปลาสองน้ำในการทำงาน ทั้งๆ ที่เกือบทุกองค์กรก็มีลักษณะปลาสองน้ำ แม้แต่องค์กรอิสระที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ถูกเซ็ตซีโร่ ดังนั้นเหตุผลนี้จึงไม่ถูกต้อง
บอก "ปลาสองน้ำ" อร่อย-มีประโยชน์ วอน เมตตาด้วย ทบทวนใช้แนวทางคุณสมบัติแทน
"อีกทั้งปลาน้ำเดียวไม่ว่าจะน้ำจืดหรือน้ำเค็ม ที่บอกว่าอร่อย ปลาสองน้ำอร่อยกว่า เช่น ปลาแซลมอนเกิดในน้ำจืดจากภูเขา แต่โตในน้ำเค็มจากนั้นว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่และตายในน้ำจืด เป็นปลาสองน้ำที่ ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ แต่ที่อร่อยกว่าปลาสองน้ำคือปลาสามน้ำ คือปลาคังที่อ.โขงเจียม เกิดจาก 3 น้ำมารวมกันคือโขงชีมูล เป็นปลาที่อร่อยที่สุด ดังนั้นจะปลาน้ำเดียว สองน้ำหรือสามน้ำ ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สำคัญที่ว่าปลาเหล่านั้นอร่อยและมีประโยชน์หรือไม่ เทียบกับองค์กรอิสระก็ทำนองเดียวกัน ถ้าเป็นปลาสองน้ำแล้วทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพ ก็ควรให้ทำหน้าที่ต่อ ผมขอวิงวอนให้องค์กรที่เกี่ยวข้องพิจารณาด้วยความเมตตามาก ๆ ก่อนที่จะคิดว่าจะรีเซ็ตหรือให้ทำหน้าที่ต่อ เพราะถ้าให้พ้นจากหน้าที่ไปโดยที่กรรมการในองค์กรอิสระขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามซึ่งจะเป็นเรื่องเฉพาะรายที่เป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะคนที่เข้ามาทำหน้าที่ในองค์กรอิสระยอมทิ้งงานอื่นมารับใช้ประเทศ ถ้าทำงานไม่ดี ก็มีทางถอดถอนได้อยู่แล้ว"นายวัส กล่าว
ถอดใจ ไม่ร้องศาลรธน. กลับไปเลี้ยงหลานดีกว่า
นายวัส กล่าวต่อว่า ในส่วนของกสม. ก็จะทำความเห็นไปให้กรธ.ตามขั้นตอน แต่ถ้าไม่สามารถยับยั้งได้แล้วมีการประกาศใช้ร่างกฎหมายดังกล่าว ก็ต้องยอมรับ เนื่องจากเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยจะไม่ใช้สิทธิส่วนตัวไปร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกเพราะคงเป็นเรื่องไม่เหมาะสมเนื่องจากเป็นผู้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน แม้ตัวเองจะถูกละเมิดแต่ถ้าจะต้องไปร้องเพื่อประโยชน์ตัวเอง ก็จะกลายเป็นปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนหรือแพ้แล้วไม่ยอมเลิก ดังนั้นถ้ากฎหมายมีผลบังคับใช้ตามร่างของกรธ.นี้จริงก็คงไม่สามารถทำอะไรได้ ตนก็คงกลับไปเลี้ยงหลาน หรือไม่ก็ท่องเที่ยว ปฎิบัติธรรม แต่ยืนยันในทางวิชาการว่าเซ็ตซีโร่ทั้งนี้ไมมีเหตุผลเพียงพอ.



