ลอบตัดสายไฟริมถนนเสียหาย2ล้าน
เดือดร้อน !! ทางหลวงชนบทภูเก็ตเผยมีคนร้ายตระเวนลักตัดสายไฟฟ้าส่องสว่างริมถนนเสียหายแล้วกว่า 2 ล้านบาท จี้ตำรวจเร่งติดตามตัวมาลงโทษ วอนประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส
วันที่ 8 มิถุนายน 2560 นายธีระเดช คำเลี้ยง รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทภูเก็ต เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีที่ไฟฟ้าส่องสว่างริมถนนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงชนบทภูเก็ตดับในหลายจุด ในช่วงเดือนพฤษภาคมต่อเนื่องถึงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าสาเหตุที่ทำให้ไฟฟ้าส่งสว่างริมถนนดับ เนื่องจากมีสายไฟฟ้าถูกขโมยไป
โดยครั้งล่าสุดเกิดเหตุเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยได้ขโมยสายไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณถนน สาย ภก.3030 แยกทางหลวงหมายเลข 402-บ้านกะทู้ บริเวณร้านแพครูวิทย์ (หลังวัดท่าเรือ) ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.ถลาง เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากการกระทำดังกล่าวได้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่สัญจรไปมาตามเส้นทางต่างๆ เป็นอย่างมาก
"จากที่ได้ตรวจสอบพบว่า ถนนเส้นทางที่คนร้ายได้ขโมยตัดสายไฟฟ้าส่องสว่างและทุบสัญญาณไฟกระพริบนั้น ขณะนี้ที่ตรวจสอบพบมีจำนวน 5 เส้นทาง ประกอบด้วย ถนนสาย ภก.3030 แยกทางหลวงหมายเลข 402-บ้านกะทู้ อ.กะทู้, ถนนสาย ภก.4005-บ้านพารา อ.ถลาง, ถนนสาย ภก.4031- บ้านบางโรง อ.ถลาง,ถนนสาย ภก.3033-บ้านหมากปรก อ.ถลาง และถนนสาย ภก.4023-บ้านม่าหนิก อ.ถลาง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดกว่า 1 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้รับแจ้งจากผู้รับเหมาติดตั้งเดินสายไฟฟ้าส่องสว่าง สายบ้านพาราและบ้านบางโจ (บ้านอ่าวกุ้ง) อ.ถลาง ซึ่งยังติดตั้งไม่แล้วเสร็จ และยังไม่ได้ส่งมอบงานว่า เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมามีคนร้ายขโมยตัดสายไฟไป สร้างความเสียหายรวมมูลค่าอีกประมาณ 1 ล้านบาทเศษ ซึ่งก็ได้มีการไปแจ้งความไว้แล้วเช่นกัน"
นายธีระเดช กล่าวด้วยว่า แม้ทางเจ้าหน้าที่จะมีการลงไปซ่อมแซมในจุดที่ได้รับความเสียหายแล้ว แต่ก็ยังมีบางจุดที่คนร้ายมาลงมือก่อเหตุซ้ำ และยังคงได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งเพื่อสร้างความเข้าใจและยืนยันว่าแขวงทางหลวงภูเก็ตไม่ได้ละเลยความเดือดร้อนของชาวบ้าน ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำป้ายไปติดประกาศเพื่อแจ้งให้ประชาชนรับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งขอวอนประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์ช่วยแจ้งเบาะแสของคนร้าย เนื่องจากขณะนี้คนร้ายยังคงมีการก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง
นายธีระเดช กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหันมาให้ความสนใจและมาร่วมกันหาแนวทางในการแก้ปัญหา เพราะแม้ว่าจะเป็นเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่างริมถนน แต่หากไม่ได้รับการแก้ไขก็จะส่งผลกระทบอื่นๆตามมา โดยเฉพาะความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมา เนื่องจากอาจจะทำให้เกิดการชิงทรัพย์หรือทำร้ายร่างกายหรืออื่นๆ ได้ ซึ่งนอกจากขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามหาตัวคนร้ายแล้ว ก็ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ได้ช่วยแจ้งเบาะแสกับทางเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะคนร้ายยังคงมีการก่อเหตุโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้ใช้เส้นทางและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย



