
ปลัดกห.เห็นด้วยแก้ไขรธน.หากสร้างสมานฉันท์
ปลัดกลาโหม เห็นด้วย แก้ไข รธน. หากสร้างสมานฉันท์ ชี้องค์กรอิสระต้องถูกตรวจสอบถ่วงดุล ชี้ช่องโหว่ ขรก. ซวยโดนนักการเมือง หักคอให้ สะกิดรัฐบาลลดท่าทีแข็งขืน ลดแรงกดดันได้
(11ก.ย.) พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการหารือรัฐสภาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญในสัปดาห์หน้าว่า คงต้องดูรายละเอียดของประเด็นที่ต้องแก้ไข แต่เท่าที่ตนติดตาม ส่วนใหญ่มุ่งให้เกิดความสมานฉันท์ ซึ่งอยากให้แก้ไขไปอย่างลุล่วงและทำให้เกิดความสมานฉันท์ของคนในชาติมากกว่า
เมื่อถามว่า รัฐธรรมนูญปี 50 ของคมช.เป็นต้นตอของปัญหา พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีฉบับหนึ่ง เพราะมีการพัฒนาจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญปี 2540 บางคนอาจวิจารณ์ว่าลงลึกการปฏิบัติมากเกินไป ซึ่งทุกคนมองว่าตรงนี้เป็นจุดอ่อน แต่จะบอกว่าดีหรือไม่ คงต้องใช้เวลาระยะหนึ่งที่จะดูตรงนี้ว่าจุดอ่อนจะต้องแก้ไขจริงหรือไม่ การที่เราเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญบ่อยอาจจะไม่มีเวลาศึกษารายละเอียด และทำให้เกิดความสมานฉัน ของรัฐธรรมนูญในแต่ละฉบับให้ลึกซึ้ง ทำให้การปฏิบัติไม่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญวางมาตรฐานไว้ แต่เมื่อมีความเข้าใจแล้วสิ่งที่เป็นจุดอ่อนอาจมีความระวังมากยิ่งขึ้น และจะไม่เป็นจุดอ่อนสำหรับผู้ประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งนี้หากแก้ไขและทำให้เกิดความสมานฉันท์ก็ควรจะแก้ไข ซึ่งมีหลายคนเห็นต่างว่าประเด็นปัญหาที่ทำให้เกิดความแตกแยกและความสมานฉันท์ แต่ตนไม่ได้ศึกษารายละเอียดลึกซึ้งตรงไหนที่สร้างความแตกแยกให้กับประชาชน
“รัฐธรรมนูญ 50 ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริต แต่มีบางเรื่องที่ดึงข้าราชการเข้าไปด้วย ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาเมื่อนักการเมืองสั่งให้ข้าราชการไปดำเนินการ แต่หากไม่ทำก็โดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงเป็นประเด็นปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น” ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าว
เมื่อถามว่า ควรจะมีการตรวจสอบองค์กรอิสระด้วยหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ในหลักการควรมีความสมดุล แต่ขณะนี้ไม่มี จึงอาจจะมีการเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อให้เป็นการถ่วงดุล ทั้งนี้เท่าที่ดู องค์กรอิสระมีประโยชน์ทั้งสิ้น แต่ตนเห็นว่าจะต้องมีการถ่วงดุล เพราะไม่เช่นนั้นจะอิสระจริงๆ โดยไม่มีใครไปควบคุมท่าน เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะช่วยแก้ไขแรงกดดันของสังคมหรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า แน่นอน ถ้ารัฐบาลเห็นด้วยและดำเนินการแก้ไข จะเป็นการทำให้สิ่งต่างๆ ที่เป็นแรงกดดันอยู่คลี่คลายลงไป



