ข่าว

ร้องกองปราบถูกตุ๋นเลี้ยงกุ้งก้ามแดงแห่ลงทุน2พันรายสูญ20ล้าน

ร้องกองปราบถูกตุ๋นเลี้ยงกุ้งก้ามแดงแห่ลงทุน2พันรายสูญ20ล้าน

08 มิ.ย. 2560

อ้างชื่อสมาพันธ์กุ้งฯหลอก เหยื่อกว่า2พันรายลงทุนทำการตลาดเหมือนแชร์ลูกโซ่ต้องจ่ายค่าสมัครและหาสมาชิกสุดท้ายเหนื่อยฟรีแถมสูญเงิน

     วันที่ 8 มิถุนายน  นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย พร้อมด้วย นางวิจิตรา จงทัน รองนายกสมาคมพืชไร่เพชรบูรณ์ พาผู้เสียหายซึ่งถูกหลอกให้เลี้ยงกุ้งก้ามแดง หรือเครฟิซ กว่า 10 ราย เข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีผู้ที่อ้างตัวเป็นประธานกลุ่มเลี้ยงกุ้งก้ามแดงแห่งหนึ่ง ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน , ความผิดตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงิน อันเป็นการฉ้อโกงประชาชน , ความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี 

       นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์กับสมาคมฯ ว่าถูกประธานกลุ่มเลี้ยงกุ้งก้ามแดง ซึ่งตั้งตัวเป็นสหพันธ์ฯ  หลอกลวง โดยชักชวนให้ร่วมลงทุนเลี้ยงกุ้งพันธุ์ดังกล่าวผ่านทางเฟซบุ๊กกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้ง เช่น กลุ่มเครฟิซไทยแลนด์ ตั้งแต่ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2559 โดยอ้างว่าจะรับซื้อคืนทั้งหมดเมื่อกุ้งโตในราคาตั้งแต่กิโลกรัมละ 400-700 บาท แล้วแต่ขนาดของกุ้ง ซึ่งผู้สนใจจะต้องเสียเงินค่าสมัครขั้นต่ำ 15,000 บาท จะได้รับพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กุ้งไปเลี้ยง นอกจากนี้ยังเปิดรับสมัครให้หัวหน้าสาย ระดับอำเภอ แต่ต้องเสียเงินค่าสมัครรายละ 30,000 บาท หรือหัวหน้าสายระดับจังหวัด เสียค่าสมัคร 50,000 บาท เมื่อสามารถชักชวน บอกต่อผู้อื่นให้มาสมัครเข้าร่วมเลี้ยงกุ้งดังกล่าวจะได้รับผลตอบแทน 10% จากเงินค่าสมัครสมาชิกของผู้สนใจรายใหม่ทันที เช่น ผู้สมัครสมาชิกจ่ายเงินขั้นต่ำ 15,000 บาท หัวหน้าสายก็จะได้รับเงินทันที 1,500 บาท ส่วนที่เหลือจึงนำส่งให้ทางสหพันธ์ฯ 

        นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา มีผู้หลงเชื่อเป็นจำนวนมากเพราะประธานสหพันธ์ฯ จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการหลากหลาย เช่น การนำนักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงกุ้งพันธุ์นี้ มาบรรยายให้ความรู้ รวมทั้งมีการถ่ายภาพเผยแพร่ เมื่อมีการรับซื้อกุ้งดังกล่าว แต่พบข้อมูลว่า หลังจากต้องใช้เวลาเลี้ยงกุ้งนานกว่า 4-6 เดือน จนกุ้งโตได้ขนาด 4-6 นิ้ว ก็จะรับซื้อคืนจริง เพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่ได้รับซื้ออีกเลย โดยกุ้งที่รับซื้อคืนก็จะถูกนำไปใช้หลอกลวงผู้เสียหายรายอื่นต่ออีก  นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่าสหพันธ์แห่งนี้ ไม่ได้จดทะเบียนธุรกิจกับกระทรวงพาณิชย์  ทั้งหมดจึงเป็นการแอบอ้างเพื่อหลอกลวง ซึ่งขณะนี้พบว่ามีผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 2,000 รายจากทั่วประเทศ รวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท

         ทั้งนี้ เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นมีผู้เสียหายจากหลายพื้นที่ในหลายจังหวัด จึงมีการแยกไปรับเรื่องและสอบปากคำผู้เสียหายในเบื้องต้นหลายกองกำกับการ อาทิ กก.2 , กก.3 และ กก.5 บก.ป.อย่างไรก็ดี พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาว่าจะรับคดีไว้ หรือส่งต่อให้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อรับไว้ดำเนินการต่อไป