ข่าว

คมนาคมจ่อประมูลท่าเทียบเรือ 3แห่งในแหลมฉบัง

คมนาคมจ่อประมูลท่าเทียบเรือ 3แห่งในแหลมฉบัง

08 มิ.ย. 2560

คมนาคมจ่อประมูลท่าเทียบเรือ 3แห่งในแหลมฉบัง

 นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังหารือร่วมกับหอการค้าไทยและสมาคมเจ้าของเรือไทยวานนี้ (7 มิ.ย.) ว่า หอการค้าไทยและสมาคมเจ้าของเรือไทยได้เข้าหารือเรื่องสัญญาบริหารและประกอบการท่าเทียบเรือ B2,B3และB4 ในท่าเรือแหลมฉบังที่กำลังจะหมดอายุในปี 2563 เพราะต้องการให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และภาคเอกชนทำงานได้อย่างต่อเนื่องและไม่มีปัญหาในช่วงที่สัญญาหมดอายุ

ที่ประชุมฯ จึงเห็นพ้องกันว่า ท่าเทียบเรือทั้ง 3 แห่งควรเปิดประมูลและได้ตัวผู้บริหารรายใหม่ก่อนสัญญาจะหมดอายุ 1 ปี หรือภายในปี 2562 โดยเบื้องต้นการเปิดประมูลรอบใหม่จะควบรวมพื้นที่และลดจำนวนสัญญาลงเพื่อให้มีความเหมาะสมมากขึ้น เพราะปัจจุบันท่าเทียบเรือทั้ง 3 แห่ง มีความยาวหน้าท่าแห่งละ 300 เมตร ซึ่งไม่เพียงพอกับเรือที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพราะฉะนั้นจะแบ่งพื้นที่ใหม่เป็น 2 สัญญา แต่ละสัญญามีความยาวหน้าท่าเพิ่มเป็น 450 เมตร

อย่างไรก็ตาม สัญญาผู้บริหารและประกอบการท่าเทียบเรือB2,B3และB4ในปัจจุบันยังติดปัญหาเรื่อง พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 (พีพีพี) เนื่องจากผู้บริหารท่าเทียบเรือทั้ง 3 แห่งได้รับสัญญา 12 ปี แต่ได้ต่อสัญญาอีก 15 ปี ในช่วงปี 2536-2537 รวมเป็น 27 ปี ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายพีพีพี

ในวัน 19 มิ.ย. นี้ นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม จึงจะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการมาตรา 72 ตามกฎหมายพีพีพีเพื่อสรุปว่า การต่อสัญญาในอดีตถือว่ากระทำผิดกฎหมายพีพีพีและต้องยกเลิกสัญญาหรือไม่ รวมถึงการเปิดประมูลรอบใหม่สามารถดำเนินการได้ทันทีหรือต้องรอให้สัญญาฉบับเดิมหมดอายุในปี 2563 ก่อน

“คณะกรรมการมาตรา 72ฯ จะมีข้อสรุปเรื่องสัญญาฉบับเดิมภายในเดือนนี้ จากนั้นจึงจะตัดสินใจเรื่องการเปิดประมูลรอบใหม่ ด้านการท่าเรือฯ จะไปจัดทำกรอบเวลาที่ชัดเจนว่า ถ้าจะได้ผู้ประกอบการรายใหม่ก่อนสัญญาหมดอายุ 1 ปีต้องทำอย่างไรและการท่าเรือฯ จะนำกลับมาเสนอให้พิจารณาในสัปดาห์หน้า” นายพิชิตกล่าว

สำหรับท่าเทียบเรือทั้ง 3 แห่งปัจจุบันมีความสามารถรองรับตู้สินค้าได้ประมาณ 0.6 ล้านที.อี.ยู.ต่อแห่งต่อปี โดยบริษัท เอเวอร์กรีน คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้บริหารท่าเทียบเรือB2และจะหมดอายุสัญญาในเดือน มี.ค. 2563, บริษัท อีสเทิร์นซี แหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด เป็นผู้บริหารท่าเทียบเรือB3และบริษัท ที ไอ พี เอส จำกัด เป็นผู้บริหารท่าเทียบเรือB4โดยท่าเทียบเรือB3และB4จะหมดอายุสัญญาพร้อมกันในเดือน ธ.ค. 2563

นายพิชิต กล่าวต่อว่า ภาคเอกชนยังขอให้ กทท. พิจารณาลดค่าภาระของท่าเทียบเรือชายฝั่งAซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในเดือน พ.ย. นี้ เนื่องจากเห็นว่าค่าภาระที่กทท. กำหนดอยู่ที่ 1,545 บาทต่อตู้เป็นอัตราที่สูงเกินไป โดยสูงกว่าอัตราเดิมถึง 700 บาทต่อตู้ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ (บอร์ด) กทท. จะเป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้

ด้านร.ต.ต.มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเปิดประมูลสัมปทานท่าเทียบเรือBรอบใหม่จะมีจำนวน 2 สัญญาและมีมูลค่ารวมกันกว่า 1 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นระยะเวลาของสัมปทานจะเพิ่มขึ้นจาก 12 ปี เป็น 30 ปี เพื่อให้สอดรับกับอายุสัมปทานของท่าเรือแหลมฉบัง ส่วนรายละเอียดและรูปแบบสัมปทานนั้น จะสรุปและเสนอรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในสัปดาห์หน้า