ข่าว

"อภิศักดิ์”สั่งกรมศุล แจงรายได้ทุกเดือน

"อภิศักดิ์”สั่งกรมศุล แจงรายได้ทุกเดือน

08 มิ.ย. 2560

"อภิศักดิ์”สั่งกรมศุล แจงรายได้ทุกเดือน เน้นกลุ่มสำแดงราคาต่ำ

 รัฐมนตรีคลังกำชับกรมศุลฯเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้ สั่งรายงานผลทุกเดือน เจาะกลุ่มขอรับสิทธิประโยชน์และสำแดงราคาต่ำ หลังรายได้ต่ำเป้าต่อเนื่อง ล่าสุด 8 เดือนแรกต่ำเป้าแล้ว 1 หมื่นล้านบาท ด้าน"กุลิศคาดทั้งปีจะต่ำเป้า 1.3 หมื่นล้านบาท ผลจากการปรับลดภาษีตามข้อตกลงการค้าต่างๆ พร้อมทบทวนราคาประเมินนำเข้ารถหรูใหม่ให้สอดคล้องกับราคาตลาดมากขึ้น

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า การจัดเก็บรายได้ของกรมศุลฯในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 (ต.ค. 2559-พ.ค. 2560) จัดเก็บต่ำกว่าเป้าหมายเกือบ 1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากผลจากปรับโครงการสร้างภาษีระยะ 2 ที่ทำให้รายได้หายไปเกือบ 4 พันล้านบาท การใช้สิทธิพิเศษด้านการค้าหายไป 4 พันล้านบาท และผู้ประกอบการรถยนต์ใช้สิทธิ์ฟอร์มดีอีก 2 พันล้านบาท

ทั้งนี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งให้ไปกรมศุลฯ ไปดูการใช้สิทธิประโยชน์นำเข้าว่าถูกต้องหรือไม่ รวมถึง การจัดเก็บภาษีทำได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ โดยเฉพาะการสำแดงราคานำเข้านั้น มีความเป็นจริงหรือสำแดงราคาต่ำหรือไม่ โดยต้องรายงานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทราบเป็นรายเดือนว่า มีการเพิ่มประสิทธิภาพ และมีการปราบปรามการกระทำผิดอย่างไร รวมถึง กลุ่มที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าต้องไปดูว่าถูกต้องหรือไม่

“ผลจากการจัดเก็บภาษี 8 เดือนที่ยังต่ำกว่าเป้าหมาย คาดว่าในปีงบ 2560 การจัดเก็บรายได้กรมศุลฯ ต่ำกว่าเป้าหมายถึง 1.3 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายจัดเก็บทั้งปี 1.2 แสนล้านบาท โดยกรมฯจะทำให้การจัดเก็บภาษีปีนี้สูงกว่า 1 แสนล้านบาท ให้ได้ ซึ่งการจัดเก็บรายได้ของกรมศุลลดลงนั้นถือเป็นเทรนด์ของกรมศุลกากรทั่วโลก ที่พบกับปัญหานี้ เพราะภาษีทางการค้าระหว่างประเทศลดลง”นายกุลิศ กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันกรมศุลกากรกำลังปฏิรูปกระบวนการทำงานให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม รวมถึง ปรับการทำงานให้เกิดความคล่องตัว และเป็นไปตามมาตรฐานของศุลกากรโลก ล่าสุดจัดโครงการพันธมิตรศุลกากร เพื่อเพิ่มช่องทางในการสื่อสารระหว่างภาคเอกชนกับกรมศุลกากรในการแนะนำติดต่อประสานงาน เวลาเกิดปัญหานำเข้า เช่น ปัญหาจากพิธีการศุลกากร พิกัดนำเข้า ราคา ถิ่นกำเนิด สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญ เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชน โดยระยะแรกเริ่มนำร่องใน 8 กลุ่มพิกัด เช่น สินค้าเกษตร เหล็ก เภสัชกรรม พลาสติก เครื่องจักรโดยมีเอกชนสนใจเข้าร่วม 340 บริษัท

ส่วนการตรวจสอบรถยนต์ราคาแพงหรือรถหรูนั้น กรมฯอยู่ระหว่างดำเนินการ หลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งบัญชีรถยนต์ให้กรมฯ ได้มีการตั้งคณะทำงานมีขึ้นมาดูแล โดยมีรองอธิบดีด้านการปราบปรามเข้าไปช่วยดูเป็นการเฉพาะ โดยในการตรวจสอบดังกล่าวเร่งทำให้เสร็จภายในวันที่ 15 มิ.ย. 2560 นี้

นอกจากนี้ กรมศุลกากร ยังสั่งให้ทบทวนราคาประเมินนำเข้ารถยนต์หรู หรือที่เรียกว่า ราคา 317 ตามคำสั่งกรมศุลกากรที่317/2547เรื่องแนวทางการพิจารณาราคารถยนต์นั่งสำเร็จรูปให้เป็นมาตรฐานและให้สามารถเป็นราคาตลาดมากขึ้น โดยจะใช้ราคาดีเอสไออ้างอิง เพราะถือเป็นราคามาตรฐานที่ได้จากกระทรวงยุติธรรมประเทศอื่นๆ ทั่วโลก นอกจากนี้กรมศุลกากรต้องรื้อระบบการทำงานใหม่ เช่น พิธีการศุลกากร ปรับระบบการทำงานถูกต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้

“ที่ผ่านมามีปัญหารถยนต์มีหลายรุ่น และออฟชั่น หรือชุดแต่งของรถยนต์ต่างกัน ในการปรับปรุงราคาอ้างอิงครั้งนี้ จะมีการกำหนดในเรื่องออฟชั่นไปด้วย เช่น ควรเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ราคารถ”นายกุลิศ กล่าวว่า

นายกุลิศ กล่าวว่า ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตรวจสอบข้าราชการ 9 ราย ตามข้อเสนอของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ในเรื่องนำเข้ารถหรูว่า มีใครร่วมกระทำความผิด คงต้องรอคณะกรรมการต่างข้อเท็จจริง ที่กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งในการสอบสวนคงต้องให้ความเป็นธรรมเจ้าหน้าที่ในการแสดงความโปร่งใส และต้องดูหลักฐานนต่างๆ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วย ไม่ได้กำหนดเวลาต้องแล้วเสร็จเมื่อไหร่ 

นอกจากนี้ได้เชิญนายวิชา มหาคุณ มาช่วยตรวจสอบภาพรวมนำเข้ารถหรู เป็นกรณีเกี่ยวข้องกับที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ตรวจสอบเรื่องการเลี่ยงภาษี