
มติกบง.ตรึงราคาแอลพีจีเดือนมิ.ย.นี้ อยู่ที่ 20.49 บาทต่อกิโล
มติ กบง.ตรึงราคาแอลพีจีเดือนมิ.ย.นี้ อยู่ที่ 20.49 บาทต่อกิโลกรัม
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน( กบง.) วันที่ 7 มิ.ย.60 ซึ่งมี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน มีมติให้คงราคาขายปลีกก๊าซหงต้น( LPG) เดือนมิ.ย.นี้ ไว้ที่ 20.49 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากสถานการณ์ราคาก๊าซ LPG ตลาดโลก (CP) เดือนมิ.ย. อยู่ที่ 387.50 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อน ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา อ่อนค่าลงจากเดือนก่อน 0.0069 บาทต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ 34.6199 บาทต่อดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาหน้าโรงกลั่นที่อ้างอิงราคานำเข้า (Import Parity) ซึ่งเป็นราคาซื้อตั้งต้นก๊าซ LPG ปรับตัวลดลง 0.0527 บาทกิโลกรัม จาก 15.1018 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 15.0491 บาทต่อกิโลกรัม แต่เนื่องจากราคามีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ประกอบกับเพื่อลดภาระการชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และสำรองไว้ใช้บริหารราคาขายปลีกก๊าซ LPG ในอนาคต จึงเห็นควรให้คงราคาขายปลีกLPGไว้ โดยให้ปรับลดอัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ ลง 0.0527 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมกองทุนน้ำมันฯ ชดเชยที่ 1.5996 บาทต่อกิโลกรัม เป็นชดเชยที่ 1.5469 บาทต่อกิโลกรัม ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย.นี้ เป็นต้นไป
ทั้งนี้ การปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ดังกล่าว ทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีรายรับและรายจ่ายสุทธิเป็นศูนย์โดยฐานะสุทธิของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 4 มิ.ย. 2560 อยู่ที่ 39,918 ล้านบาท แบ่งเป็นในส่วนของบัญชีก๊าซ LPG อยู่ที่ 6,430 ล้านบาท และ ในส่วนของบัญชีน้ำมันสำเร็จรูป อยู่ที่ 33,488 ล้านบาท กบง.ยังรับทราบการหยุดผลิตปิโตรเลียมโครงการเอส 1 แหล่งสิริกิติ์ ของบริษัท ปตท.สผ.สยาม จำกัด (ปตท.สผ.สยาม) ซึ่งจะส่งผลให้กำลังผลิตแอลพีจี เดือนมิ.ย. 2560 เป็นต้นไป ลดลง40% จาก 8,500 ตันต่อเดือน เหลือ 4,800-5,000 ตันต่อเดือนแต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาLPG และความต้องการใช้ในประเทศ นายทวารัฐ กล่าวว่า กบง.ยังรับทราบสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างชาติตะวันออกกลางกับกาตาร์ แม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ของไทย แต่หากสถานการณ์ลุกลามในระยะยาว อาจมีผลกระทบได้ต่อการจัดหาLNGในอนาคต



