
จับหนุ่มเพิ่งพ้นคุกขนยาไอซ์ซุกถุงชาเขียว
ตำรวจ ดส.จับหนุ่มเพิ่งพ้นคุกขนยาไอซ์เครือข่ายย่านฝั่งธนซุกถุงชาเขียวหนัก 5 กก.
7 มิ.ย. 60 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.ดส. บช.น.) พ.ต.อ.เอกสฤษดิ์ วิโรจน์ยุติ ผกก.ดส. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศุภกร อ้นสุวรรณ์ สว.กก.ดส. ร.ต.อ.สำเริง บำรุง รอง สว.กก.ดส. ร.ต.อ.ศุภกิจ สมรักษ์ รอง สว.กก.ดส. และตำรวจ กก.ดส.บช.น.ได้ร่วมกันแถลงผลจับกุมตัว นายกฤษชนะ หรือ แบงค์ เหมือนหงษ์ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาค้ายาเสพติด พร้อมของกลาง ยาไอซ์ บรรจุอยู่ในถุงชาสีเขียวถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม จำนวน 5 ถุง รวมหนักประมาณ 5 กิโลกรัม รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน 4 กท 4727 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์เคลื่อนที่ ไอโฟน สีดำ 1 เครื่อง และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซัมซุง สีขาว 1 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนนครอินทร์ ปากซอยนครอินทร์ 2 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 05.50 น.
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจ กก.ดส. ได้ทำการสืบสวนประกอบกับข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากสายลับทราบว่า ที่บริเวณริมถนนรัชดาภิเษกใกล้เดอะมอลล์ท่าพระ ช่วงเวลาเช้ามืดของวันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา จะมีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดนัดส่งยาเสพติดกันที่บริเวณดังกล่าว ทาง พ.ต.ท.ศุภกร จึงได้ทำการวางแผนเพื่อเข้าทำการจับกุม ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. วันเดียวกัน ตำรวจชุดจับกุมได้สังเกตเห็นรถต้องสงสัยซึ่งตรงกับคำให้การของสายลับ เห็นว่าผู้ต้องหา ทราบชื่อสกุลในภายหลังว่า นายกฤษชนะ หรือ แบงค์ เหมือนหงษ์ ขับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน 4 กท 4727 กรุงเทพมหานคร ซึ่งขับมายังบริเวณจุดนัดหมาย และอีกไม่นานได้มีจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ ขับมาเทียบข้างรถยนต์คันที่ผู้ต้องหาขับมา พร้อมนำถุงหิ้วพลาสติกให้ผู้ต้องหา และได้ขับรถแยกย้ายออกไป
ต่อมาทางตำรวจได้เร่งติดตามรถต้องสงสัยทั้ง 2 คัน โดยแบ่งกำลังเป็น 2 ชุด แต่เนื่องด้วยรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยขับขี่เข้าไปในซอยแคบ จึงคลาดจากการติดตาม ส่วนกำลังตำรวจชุดที่เหลือจึงได้ติดตามผู้ต้องหาอีกรายไป โดยได้สะกดรอยติดตามไปจนกระทั่งถึงบริเวณริมถนนนครอินทร์ ปากซอยนครอินทร์ 2 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี พบรถยนต์ของผู้ต้องหาได้ทำการขับเข้าจอดที่บริเวณริมถนน ทางตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเพื่อเข้าทำการจับกุม มีนายกฤษชนะ หรือ แบงค์ เป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าว และพยายามหลบหนีการจับกุม โดยได้ขับรถไปชนรถของประชาชนที่อยู่ข้างทางจนรถคันดังกล่าวไม่สามารถขับต่อไปได้ จนนายกฤษชนะได้วิ่งลงจากรถหลบหนีการจับกุม แต่ทางตำรวจได้วิ่งติดตามไปจนสามารถทำการจับกุมไว้ได้ และได้นำนายกฤษชนะมาทำการตรวจค้นรถยนต์ที่นายกฤษณะขับขี่มา ผลตรวจค้นปรากฏพบของกลาง ยาไอซ์ วางอยู่บนเบาะหน้าข้างคนขับภายในรถคันดังกล่าว บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีเขียว ด้านในถุงพลาสติก มีถุงชาสีเขียวจำนวน 5 ห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 5 กิโลกลัม จึงทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางสอบสวน ที่ กก.ดส.บช.น.
สอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง แล้วเพิ่งพ้นโทษคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ไม่มีรายได้จนต้องหารายได้ทางลัดด้วยการรับจ้างขนยาเสพติด โดยยาไอซ์ทั้งหมดนี้ ตนรับจ้างจาก นายเจ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ให้ไปรับยาเสพติดจำนวนดังกล่าวมาจากผู้ค้ายาเสพติดย่านเดอะมอลล์ท่าพระ ซึ่งทำลักษณะนี้มาแล้ว 3 ครั้ง ได้เงินค่าจ้างครั้งละ 10,000 บาท ซึ่งก่อนถูกจับกุมกำลังจะนำยาเสพติดจำนวนดังกล่าวไปส่งมอบให้กับนายเจ ทั้งนี้ การบรรจุยาเสพติดไว้ในถุงชานั้นเพื่ออำพรางสายตาตำรวจด้วย
อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ ต้องทำการขยายผลหาผู้ร่วมเครือข่ายยาเสพติดของผู้ต้องหารายนี้อีกครั้ง ซึ่งทางตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบแล้วว่าเป็นใครบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ อยู่ในขั้นตอนการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติต่อศาลให้ออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่เหลือมาให้ได้ เบื้องต้นแจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” นำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



