
เสื้อแดงไล่อภิสิทธิ์เปิดงานหยุดขบวนการค้ามนุษย์
โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 ก.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานงานเวทีสัญจรหยุด...ขบวนการค้ามนุษย์ ที่มีหัวข้อของงานว่า “วัยรุ่นไทยร่วมใส่ใจสังคม” ณ โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย ถนนพหลโยธิน เขตสายไหม ซึ่งจัดโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ทั้งนี้โรงเรียนดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ของกองทัพอากาศแต่ปรากฏว่ายังมีกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาในเสื้อผ้าสีปกติหลากหลาย ประมาณ 15 คน มาชุมนุมที่ปากทางเข้าโรงเรียน โดยได้ตะโกนโห่ไล่นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยตีนตบ-หัวใจตบ รวมถึงชูป้ายที่มีข้อความว่า “เราต่อต้านรัฐบาลโจร” และ “เราไม่เอารัฐบาลหน้าด้าน” ทั้งในช่วงที่ขบวนรถของนายอภิสิทธิ์มาถึงและกลับออกจากโรงเรียนดังกล่าว อย่างไรก็ตามได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและสารวัตรทหารอากาศจำนวนหนึ่งยืนควบคุมสถานการณ์ความเรียบร้อย จึงไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆเกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อนายอภิสิทธิ์ เดินทางมาถึงได้เดินชมนิทรรศการของงาน ที่จุดหนึ่งมีการติดบอร์ดนโยบายเรียนฟรี 15 ปีของรัฐบาล นอกจากนี้ นักเรียนยังได้ส่งเสียงกรี๊ดนายกฯอยู่เป็นระยะด้วย
จากนั้นนายกฯ ได้กล่าวเปิดงานว่า พม.ได้จัดเวทีสัญจรขึ้นเพื่อรณรงค์ให้เยาวชนมีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงการตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ที่มีหลายรูปแบบ เช่น การค้าผู้หญิง ค้าเด็ก ค้าประเวณีและค้าแรงงานที่เป็นภัยต่อมนุษยชาติ ที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติและสังคมด้วย จึงป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องหยุดยั้งปัญหานี้ให้ได้ ทั้งนี้สาเหตุที่มาของการค้ามนุษย์จะเชื่อมโยงได้ว่ามาจากปัญหาความยากจนที่เป็นเชื้อโรคทำให้อ่อนแอ เพราะคนของเราติดยึดวัตถุนิยม
นายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหานี้ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อบุคคล ครอบครัว ประเทศชาติ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการค้าฯไปมาก จากวิธีลักพาตัวซึ่งหน้า มาเป็นเรื่องของการล่อลวงแบบสมัครใจ ที่แทบไม่มีโอกาสรู้ว่าเป็นอันตราย เช่น กรณีคนไทยไปหาทำงานที่ต่างประเทศและแรงงานเข้ามาทำงานในประเทศไทย รวมถึงการค้ามนุษย์แบบใหม่ๆ เช่น ธุรกิจการหาคู่แต่งงานทางอินเตอร์เน็ต เกมส์ออนไลน์ เป็นต้น ส่วนเรื่องของการค้ามนุษย์เพื่อนำมาขอทานก็มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น รัฐบาลจึงประกาศเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยมีการใช้พ.ร.บ.ป้องกันการค้ามนุษย์ 2551 เพี่อคุ้มครองและปราบปรามอย่างจริงจัง เพราะเป็นปัญหาที่ทำเพียงคนเดียวไม่ได้ แต่ต้องมีเครือข่าย อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวมีความเชื่อมโยงตั้งแต่นายหน้า ข้าราชการและผู้ค้าทั้งในและต่างประเทศด้วย ดังนั้นงานปราบปรามจะบรรลุเป้าหมายหรือไม่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ปล่อยให้เป็นภาระของหน่วยงานหรือประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น
นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังต้องช่วยกันหามาตรการป้องใหม่ๆที่เปลี่ยนแปลงไปตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี โดยเฉพาะเยาวชนจะต้องมีความรับผิดชอบประเทศต่อไปในอนาคต เพราะเป็นกลุ่มที่เสี่ยงสูงในเรื่องนี้ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันในเบื้องต้น ทั้งนี้นโยบายของรัฐบาลในเรื่องของการเรียนฟรี การปฏิรูปการศึกษารอบสองเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป การเร่งปลูกจิตสำนึกให้มีจิตสาธารณะ และการเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจก็จะเป็นส่วนหนึ่งของแก้ไขปัญหาด้วย นอกจากนี้ยังมีสภาเด็กทั้งส่วนกลางและภูมิภาคเพื่อเป็นเครือข่ายที่จะเสนอแนะรัฐบาลในการแก้ปัญหาอย่างกว้างขวางมากขึ้น
“เราต้องน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ ให้มีความพอเพียง พอประมาณ ไม่โลภ ไม่ประมาท พอใจในสิ่งที่มีอยู่ ซึ่งถ้าสวนราชการเอาใจใส่ก็จะช่วยเรื่องนี้ได้ จากนี้ไปจะให้กระทรวงศึกษาธิการ ผลักดันเรื่องสิทธิมนุษยชนของเด็กและสตรี ทำให้เด็กความตื่นตัวในสิทธิที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดความเสมอภาค เพื่อจัดการแก้ไขปัญหาต่อไป ผมมั่นใจว่าพลังประชาชน จะเป็นพลังที่เหนียวแน่นในการดำเนินการดูแลทุกข์สุขของกันและกัน ทำให้ประเทศปลอดภัยจากการค้ามนุษย์ที่น่ารังเกียจตลอดไป” นายกฯ กล่าว



