ข่าว

ตั้ง กก.สอบเหตุ'หลังคา'โรงเรียนทรุด 

ตั้ง กก.สอบเหตุ'หลังคา'โรงเรียนทรุด 

07 มิ.ย. 2560

สพป. เขต 2 ตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริง เหตุหลังคา ร.ร.บ้านเหล่าหมากจันทร์ ทรุดพัง


 

               ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ว่าได้รับการร้องเรียนว่า ที่อาคารเรียนหลังหนึ่ง ภายในโรงเรียนบ้านเหล่าหมากจันทร์ ต.ท่าลี่ อ.กุมภวาปี หลังคาของอาคารเรียนทรุดตัวลงมา ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา หาผู้รับผิดชอบไม่ได้ ทั้งที่อาคารเรียนหลังนี้เพิ่งก่อสร้างมาได้เพียง 4 ปีเท่านั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการซ่อมแซมแก้ไข จึงเดินทางไปตรวจสอบ
               พบว่าอาคารเรียนภายในโรงเรียนพังทรุดลงมาจริง โดยเป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นล่างโล่ง ส่วนชั้นบนเป็นห้องเรียน ช่วงหลังคาที่ระเบียงทางเดินได้พังทรุดตัวลงมาทางด้านหน้าอาคาร และห้อยติดกับเสาที่มีเหล็กโครงสร้างยึดเอาไว้ ซึ่งทางโรงเรียนไม่ให้นักเรียนและครูเข้ามาใช้อาคารหลังดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย ช่วงหลังคาที่พังทรุดลงมาอาจจะหล่นลงมาทำให้เกิดอันตรายได้
               ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าพบ นายพรชัย โพคันโย ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาอุดรธานี (สพป.) เขต 2 เพื่อสอบถามกรณีอาคารเรียนโรงเรียนบ้านเหล่าหมากจันทร์ พังทรุดลงมา โดยนายพรชัย ได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งแบบก่อสร้าง การตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมอธิบายรายละเอียดกรณีที่เกิดขึ้น
               จากนั้นนายพรชัย ได้เปิดเผยว่า  กรณีโรงเรียนบ้านเหล่าหมากจันทร์ ทีแรกนั้นเกิดเป็นเหตุวาตภัย ในช่วงประมาณวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่มีลมแรงแล้วหลังคาอาคารเรียนเกิดยุบตัวลงมา หลังจากนั้นตนได้ให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบลงพื้นที่ตรวจสอบ และรายงานพร้อมภาพถ่ายส่งกลับมา ตนได้ตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นวาตภัยธรรมดา หลังคามันควรจะเปิดหลุดหรือเสียหายเป็นบางส่วน แต่ที่เห็นหลังคามันยุบลงมาเป็นแถบ เหมือนว่าโครงเหล็กหลังคาแถบนั้น มันอ่อนไปทำให้หัตกลงมาหรือไม่ ซึ่งตนมองว่ามันไม่น่าจะเป็นปกตินัก จึงสั่งให้ชะลอการขอซ่อมแซมหลังคา พร้อมสั่งตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง
               "อาคารเรียนหลังดังกล่าว เป็นอาคารแบบ 104/26 มี 3 ห้องเรียน ใช้งบประมาณก่อสร้าง 1.7 ล้านบาท สร้างเสร็จมาตั้งแค่ปี 56 และหมดประกันของผู้รับเหมาปี 58 ซึ่งกรรมการตรวจสอบได้รายงานให้ทราบว่า กระบวนการควบคุมงาน การตรวจรับงาน การก่อสร้าง รวมทั้งเรื่องความหนาของเหล็กโครงหลังคา เป็นไปตามแบบแปลน เพียงแต่ว่าทางสำนักงานเรา ไม่มีวิศวกรก่อสร้างผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือ กรรมการผู้ควบคุม ทำการก่อสร้างผิดแบบแปลนหรือไม่”นายพรชัย กล่าว
               นายพรชัย กล่าวอีกว่า ซึ่งหลังจากมีกรรมการสอบข้อเท็จจริงมาแล้ว เราได้ดำเนินการ 2 ส่วน คือ รายงานให้ทางส่วนกลางรับทราบเรื่องที่เกิดขึ้น และ เพื่อที่จะเป็นการพิสูจน์ว่า ความเสียหายครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร เราจึงขอความอนุเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญ ที่เป็นวิศวกรที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างจากส่วนกลาง มาทำการตรวจสอบ ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการประสานงานไป ซึ่งตอบไม่ได้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน แต่ทั้งนี้เราก็ได้ประสานงานภายในไว้ เพื่อที่จะได้เร่งตรวจสอบ เพราะตนมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา
               "ส่วนนักเรียนของโรงเรียนตอนนี้ยังคงเรียนตามปกติ ถึงแม้จะไม่ใช้อาคารหลังนี้ แต่ทางโรงเรียนมีห้องเรียนเพียงพอ แต่ได้สั่งห้ามทั้งครูและนักเรียนเข้าไปใกล้ในบริเวณอาคารเรียนหลังนี้เด็ดขาด" นายพรชัยฯ กล่าวอีกว่า