
วงจรปิดมัด! เก๋งซิ่งแซงสิบล้อชนรถกู้ชีพ
พบภาพวงจรปิดมัดเก๋งซิ่งแซงซ้ายสิบล้อไม่พ้นพุ่งชนรถ EMS ไถลชนบ้าน-รถ ปชช. เสียหาย หลังไม่มีใครออกมารับว่าตัวเองผิด
พบภาพวงจรปิดมัดเก๋งซิ่งแซงซ้ายสิบล้อไม่พ้นพุ่งชนรถ EMSไถลชนบ้านรถ ปชช. ใกล้เคียงได้รับความเสียหายรวม 5 คันรวด หลังต่างฝ่ายยังปากแข็งไม่มีใครออกมารับว่าตัวเองผิดและชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้านที่ต้องน้ำตาซึมเพราะครั้งนี้ได้รับความเสียหายนับแสนบาท
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 7 มิ.ย.60 ความคืบหน้าคดีหลังตั้งแต่เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.องอาจ เหล็กกล้า รอง สว. สภ.บ้านค่ายหมื่นแผ้ว รับแจ้งมีรถกู้ชีพหรือรถฉุกเฉิน EMS ของเทศบาลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว พุ่งเข้าไปชนบ้านเรือนราษฎรและรถเก๋ง รถกระบะ และรถ จยย. ที่จอดอยู่ภายในเขตรั้วหน้าบ้านได้รับความเสียหายรวมกว่า 4 คัน ซึ่งในช่วงบริเวณที่เกิดเหตุเป็นตึกทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น ของร้านรับซ่อม จยย. ชื่อ ศรีวิไลพูนทรัพย์ ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 201 ชัยภูมิ-สีคิ้ว ตรงข้ามตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ
เหตุครั้งนี้มีผู้เกี่ยวข้องก่อนเกิดเหตุรวม 3 ฝ่าย ล่าสุดวันนี้ ร.ต.อ.องอาจ ได้เรียกคนขับรถทั้ง 3 คน มาสอบสวนเพิ่มเติม โดยมี นายวรวุฒิ ประเสริฐสังข์ อายุ 38 ปี คนขับรถเก๋งฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ 2038 ชัยภูมิ และนายสุวรรณ เกตุนอก อายุ 35 ปี คนขับรถกู้ชีพฉุกเฉิน EMS ของเทศบาลตำบลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว และ นายสายัณห์ กาโธสง อายุ 41 ปี คนขับรถพ่วง 18 ล้อ ที่ถูกชนท้ายได้รับความเสียหายอีกคันมาให้การเพิ่มเติมในเบื้องต้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งความปรับคนที่เป็นผู้ขับรถพ่วง 18 ล้อ ในข้อหาขับรถไม่ชิดทางซ้าย จำนวน 400 บาท ก่อนปล่อยตัวไป
จากนั้นได้สอบถามไปยังคนขับรถ EMS และรถยนต์เก๋งทั้ง 2 ราย ยังให้การปฏิเสธ ซึ่งส่วนของรถยนต์เก๋งแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตั้งข้อหาประมาทร่วม เพื่อที่จะให้ทั้งฝ่ายรถเก๋งและรถ EMS ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายอีก 4 คัน รวมทั้งตัวบ้านได้รับความเสียหายไปบางส่วนอีกด้วย แต่ก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบภาพวงจรปิดแล้ว โดยพบว่ารถเก๋งเป็นฝ่ายผิด วิ่งมาด้วยความเร็วสูงในเขตชุมชนย่านตลาดและขับแซงซ้ายออกมาชนรถ EMS จนเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ที่ทราบข่าวต่างเห็นใจคนขับรถ EMS ว่าไม่ควรจะต้องรับผิดในครั้งนี้เลย เพราะเป็นพนักงานขับรถ EMS ช่วยรับแจ้งเหตุช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนด้วยดีมาตลอดและเป็นคนที่ไม่ค่อยมีฐานะ หากเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีคนขับรถ EMS ก็จะต้องร่วมจ่ายเงินซ่อมรถและซ่อมบ้านให้กับชาวบ้าน รวมทั้งต้องเสียเงินซ่อมรถ EMS ของเทศบาลที่พังเสียหายครั้งนี้ด้วย ถือว่าไม่มีความเป็นธรรมอย่างยิ่ง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งเอาผิดกับบุคคลที่เป็นต้นเหตุครั้งนี้จริงๆ เพียงฝ่ายเดียวเพื่อความเป็นธรรม
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานทั้งพยานในที่เกิดเหตุและภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชัดเจนอีกครั้ง เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป ถึงแม้ว่าผู้ก่อเหตุยังไม่ยอมรับผิดชอบก็ตาม จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
ด้าน นายวิลัย ผาสุก อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 989/2 ต.บ้านค่าย อ.เมืองชัยภูมิ เจ้าของร้านศรีวิไลพูนทรัพย์ กล่าวว่า ได้ให้ช่างอู่ซ่อมรถตีราคาประเมินซ่อมแซมรถเก๋งและรถกระบะทั้ง 2 คันแล้ว รวมกว่า 25,000 บาท ส่วนประตูรั้วและอื่นๆ ในบ้านที่ได้รับความเสียหาย ไม่ได้ตีราคา โดยยกให้ ขอแค่ซ่อมรถทั้ง 2 คันก็พอ ในส่วนบ้านข้างเคียงนั้น รถกระบะของตนถูกกระแทกเข้าไปชนประตูห้องพังเสียหาย ทางเจ้าของร้านข้างเคียงจึงขอเรียกค่าซ่อมแซมเพิ่มอีก 5,000 บาท
ขณะนี้รอเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนหาหลักฐานถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุและคนที่จะมารับผิดชอบในเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยส่วนตัวนั้นสงสารคนขับรถกู้ชีพ ฉุกเฉิน EMS ที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งถ้าคนขับรถเก๋งไม่ยอมรับผิดและที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งในเบื้องต้นว่าน่าจะเป็นคดีประมาทร่วมปรับทั้ง 2 ฝ่าย ก็ยิ่งน่าสงสารคนขับรถ EMS เพราะตนเห็นคนขับรถฉุกเฉินรายนี้ออกปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือรับส่งคนเจ็บในตำบลบ้านค่ายฯ และตำบลใกล้เคียงมาตลอด หากต้องรับผิดชอบในครั้งนี้ด้วยนั้น ตนก็ขอตีประเมินค่าเสียหายไว้เท่านี้ก่อน เอาแค่ได้มาช่วยซ่อมแซมรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายก็พอ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมูลค่าความเสียหายสูงนับแสนบาท



