
"กิเลน"หืด ไล่เจ๊าโลมา เจ้าท่าเจ๊งคารัง เจดีย์จมนาวี
"กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ไล่ตามเจ๊า "โลมาฟ้าขาว" พัทยา ยูไนเต็ด 1-1 ยังนำจ่าฝูงลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีก ขณะที่ "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย เอฟซี ซ่าไม่ออกพ่าย "สำเภามหาชัย" ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร คารังตัวเอง 0-1
ด้าน "เจดีย์ใหญ่" นครปฐม เอฟซี ได้ลุ้นอยู่รอดเปิดบ้านจม "ตะหานน้ำ" ราชนาวี-ระยอง 2-1 ส่วน "ห้างขายยา" โอสถสภา เอ็ม-150 ทำได้แค่เจ๊า "ฮัลโหล" ทีโอที เอฟซี 0-0
การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ดวลแข้งกันเป็นนัดที่ 24 ของฤดูกาล เกมคู่บิ๊กแมทช์อยู่ที่สนามเทศบาลหนองปรือ "โลมาฟ้าขาว" พัทยา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 10 ต้อนรับการมาเยือนของ "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ทีมนำจ่าฝูง ท่ามกลางแฟนบอลล้นความจุของสนามกว่า 5,000 คน เปิดเกมเล่นมาแค่ 8 นาที วิลเลียม เมนดองกา ผ่านบอลจากกราบซ้ายไปหน้าประตู แผงหลังเมืองทองฯ เคลียร์ไม่ขาด แอนเดอร์สัน มาชาโด้ จิ้มบอลเข้าตุงตาข่ายให้พัทยาออกนำ 1-0 และเป็นสกอร์เดียวในครึ่งแรก
ครึ่งหลังนาที 55 ธีรเทพ วิโนทัย หลุดเข้าไปยิงบอลตุงตาข่าย แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงเป็นลูกล้ำหน้าทีมเยือนเลยอดได้ประตูตีเสมอ แต่อีก 5 นาทีต่อมาเมืองทองฯ ก็ตามตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะที่ เดนโก เซียก้า กลับตัวยิงที่ระยะ 20 หลาส่งบอลเรียดเสียบโคนเสาตีเจ๊าเป็น 1-1 หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบ 90 นาทีเสมอกัน 1-1 เมืองทองฯ หยุดสถิติชนะรวดไว้ที่ 7 นัดแต่นำเป็นจ่าฝูงต่อไปอีกสัปดาห์มี 51 คะแนน
ที่สนามสิรินธร "บลูมาร์ลิน" ศรีราชา เอฟซี ที่เพิ่งตกมาอยู่บ๊วยและต้องการ 3 แต้มเพื่อหนีตกชั้นพบ "เด็กเทพ" แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 11 เกมครึ่งแรกสกอร์ยัง 0-0 เข้าสู่ครึ่งหลังตลอด 45 นาทีที่เหลือก็ยังไม่มีการยิงประตูกันได้ หมดเวลาเสมอกัน 0-0 ทำให้ศรีราชาฯ มีแค่ 18 แต้มยังอยู่รองบ๊วยต่อไปมีโอกาสตกชั้นสูง
ที่สนามธนารมณ์ "ห้างขายยา" โอสถสภา เอ็ม-150 ทีมอันดับ 6 พบ "ฮัลโหล" ทีโอที เอฟซี ทีมอันดับ 7 ซึ่งเกมนี้จะเป็นนัดสุดท้ายในสนามแห่งนี้ของโอสถสภา ก่อนจะย้ายสนามไปแข่งขันที่จ.สระบุรี เกมครึ่งแรกเจ้าถิ่นทำได้ดีกว่าแต่ยังยิงไม่ได้ ครึ่งหลังเกมสู้กันอย่างสนุกและเจ้าถิ่นมีโอกาสมากกว่าเหมือนเดิม แต่จังหวะสุดท้ายไม่เฉียบขาดพอ จบเกมเลยเสมอกันไป 0-0 แบ่งทีมละแต้ม
ที่สนามแพท สเตเดี้ยม "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย เอฟซี ทีมอันดับ 5 พบ "สำเภามหาชัย" ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร ทีมอันดับ 8 เกมนี้ทั้งสองทีมสู้กันอย่างสูสีและทำท่าจะจบด้วยการเสมอกัน แต่ช่วงทดเวลานาที 94 วรวุฒิ วังสวัสดิ์ เปิดลูกฟรีคิกจากด้านขวาไปให้ ภานุวัฒน์ ไฟไหล โขกประตูชัยให้ทีทีเอ็ม สมุทรสาครบุกมาชนะไปหวุดหวิด 1-0 ขยับไปอยู่อันดับ 7 ทันที
ที่สนามม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน "เจดีย์ใหญ่" นครปฐม เอฟซี ทีมอันดับ 14 ทำศึกหนีตายกับ "ตะหานน้ำ" ราชนาวี-ระยอง ทีมอันดับ 13 เกมครึ่งแรกนาที 37 ประดิษฐ์ สว่างศรี ยิงฟรีคิกให้เจ้าถิ่นนำ 1-0 ถัดไปนาที 45 เสกสรรค์ ชาวทองหลาง ของทีมเยือนไปผลักอกผู้ตัดสินโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ครึ่งหลังนาที 62 วิมล จันทร์คำ ซัดให้เจ้าถิ่นหนีห่าง 2-0 แต่ทีมเยือนไม่ยอมแพ้นาที 64 สุทธินันท์ นนที ยิงฟรีคิกไล่มา 1-2 แต่ก็ได้แค่นั้นจบเกมนครปฐมชนะ 2-1 มี 24 แต้มเท่าราชนาวี-ระยอง แต่ประตูได้เสียยังเป็นรอง



