อ้างเป็นอาสาสมัครมูลนิธิเดินเรี่ยไรเงิน!
จนมุม !! ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองสุรินทร์นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมหนุ่มอ้างเป็นอาสาสมัครมูลนิธิเดินเรี่ยไรเงินชาวบ้าน ส่วนเพื่อนร่วมแก๊งไหวตัวหนีทัน
6 มิ.ย.2560 ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองสุรินทร์ ว่าที่ ร.ต.เรวัต เครือบุตดีมหาโชค ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองสุรินทร์ นำกำลังเจ้าหน้า อส. กองร้อย อส.อ.เมืองสุรินทร์ ที่ 3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจสภ.เมืองสุรินทร์ ได้เข้าควบคุมตัวนายศตวรรษ คณารักษ์ หนุ่มที่อ้างตัวเป็นอาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์คุณธรรม จ.กรุงเทพมหานคร ที่เดินเรี่ยไรเงินจากพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนในตลาดสดเทศบาลเมืองสุรินทร์
ค้นในตัวพบแฟ้มเอกสาร เป็นสำเนาเอกสารสำคัญ ของ มูลนิธิพิทักษ์คุณธรรม จ.กรุงเทพมหานคร และข้อความขอรับบริจาค ต่างๆ อาทิ โลงเทพพนม ข้าวของเครื่องใช้ ชุดละ 2,400 บาท โลงศพผู้ใหญ่ ข้าวของเครื่องใช้ ชุดละ 1,400 บาท โลงเด็ก ข้าวของเครื่องใช้ 1,000 บาท บริจาคชุดนักเรียน เครื่องเขียน 400 บาท เป็นต้น พร้อมบัตรอาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์คุณธรรม เป็นชื่อของนายศตวรรษ คณารักษ์ ที่ออกโดย มูลนิธิพิทักษ์คุณธรรม จ.กรุงเทพมหานคร โดยตลอดเวลา ส่วนนายสุทิน พยายามขัดขืน และโวยวาย เจ้าหน้าที่จึงต้องเรียกกำลังเสริม และควบคุมตัวส่งร้อยเวรเพื่อทำการสอบสวนดำเนินคดี ซึ่งเบื้องต้นจากการตรวจสอบในระบบทะเบียนมูลนิธิ ไม่ปรากฏพบว่ามีมูลนิธิที่ชื่อตามเอกสารดังกล่าว ยังไม่ได้รับอนุญาต เรี่ยไร (ร.3) จากกรมการปกครอง
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวมาที่ว่าการ อำเภอเมืองสุรินทร์ เพื่อสอบสวนและขยายผลจับกุมเพื่อนรวมกระบวนการ แต่ปรากฏว่าหัวหน้าชุดเดินสายเรี่ยไรพยายามนัดและบ่ายเบียงสถานที่กว่า 10 แห่งเพื่อนัดมารับตัวผู้ต้องหา โทรศัพท์ชี้เป้านัดหมายอยู่กว่า 10 ครั้ง จึงสรูปได้ว่าเพื่อนร่วมแก๊งกว่า 5 คน ที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ 4 ประตู สีบอรน์ ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และไม่มีสติกเกอร์ที่แสดงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ มูลนิธิดังกล่าว ขณะทำการเรี่ยไรได้ไหวตัวทันหนีความผิดทิ้งพวกหลบหนีไปก่อน
นายศตวรรษ คณารักษ์ อายุ 28 ปี หนุ่มที่อ้างตัวเป็นอาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์คุณธรรม จ.กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตนมีแม่เป็น ชาวอ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ไม่เคยไปสมัครเป็น อาสาอาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์คุณธรรม จ.กรุงเทพมหานคร และไม่เคยเห็นสำนักงาน ที่ทำการมูลนิธิ รู้จักเพื่อน แค่ส่งรูปถ่าย สำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน ก็ได้บัตรอาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์คุณธรรม และแฟ้มเอกสาร ใบเสร็จรับเงิน โดยได้รับเบี้ยเลี้ยงวันละ 350 บาท หักเอาจากเงินบริจาคที่เรี่ยไรได้ทุกวัน ส่วนเงินที่เหลือหัวหน้าชุดจะเป็นคนเอาไป ตนก็ไม่รู้ว่าเขาจะเอาไปทางไหน หัวหน้าชุดชื่อ ป็อก เป็นผู้หญิง รูปร่างอ้วน ผิวขาว
พ่อค้าในตลาดสดเทศบาลเมืองสุรินทร์ กล่าวว่า เจอบ่อยพวกเดินเรี่ยไร เมื่อวานก็เจอพวกสิงโต ไม่เคยถามและตรวจสอบว่าเป็นมูลนิธิจริงหรือไม่ ช่วยบริจาคเงิน เพราะอยากทำบุญจริงๆ
นายวิไลย์ หมื่นชอบ วินมอเตอร์ไซด์ หน้าห้างบิ๊กซีสุรินทร์ กล่าวว่า ช่วงประมาณเกือบเที่ยง พบผู้หญิงรูปร่างอ้วน ผิวขาว มาขอรับบริจาคโลงศพกับ ผู้หญิงท้อง สงสารก็รีบบริจาคเงิน ทำงานเป็นทีม มีการอบรมมาเป็นอย่างดี ที่สำคัญไม่ค่อยมายุ่งกับ กลุ่มวินมอเตอร์ไซด์กลุ่มมิชฉาชีพทุกวันหากินหลายรูปแบบ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกวาดล้าง จับกุมให้หมดโดยเร็ว
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว ได้โทรศัพท์ ไปที่หมายเลข 02-4265428 ซึ่งเป็นที่ทำการสำนักงาน มูลนิธิพิทักษ์คุณธรรม เลขที่ 28/24 ซอยประชาอุทิศ 54 แยก 4-2 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ จ.กรุงเทพมหานคร 10140 ซึ่งปรากฏในแฟ้มเอกสาร ขณะเดินเรี่ยไร มีผู้รับสาย เป็นผู้หญิง ชื่อ นางสาวจันทร์แรม ทุ่งแจ้ง ประธาน มูลนิธิพิทักษ์คุณธรรม จ.กรุงเทพมหานคร เปิดเผยทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า มูลนิธิพิทักษ์คุณธรรม จ.กรุงเทพมหานคร มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ตามใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนมูลนิธิ (มน.3 )ทะเบียนเลขที่ 2096 และใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนแต่งตั้งกรรมการของมูลนิธิขึ้นใหม่ทั้งชุด (นม.4) ออกให้โดย นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง ปฏิบัติราชการแทน ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร ให้ไว้ ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2558 และการเข้าเรี่ยไร ในพื้นที่ อ.เมืองสุรินทร์ ได้ขออนุญาตถูกต้อตามกฎหมายแล้ว ที่ สภ.สุรินทร์ ซึ่งขอไว้ว่า เรี่ยไรระหว่างวันที่ 5-8 มิ.ย.60
ด้าน ว่าที่ ร.ต.เรวัต เครือบุตดีมหาโชค ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองสุรินทร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ในพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์พบว่า มีบุคคลแอบอ้างทำเอกสารปลอมเพื่อมาเรี่ยไร เป็นจำนวนมาก และถูกจับดำเนินคดีอยู่เป็นประจำส่วนกรณีนายศตวรรษ คณารักษ์ หนุ่มที่อ้างตัวเป็นอาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์คุณธรรม จ.กรุงเทพมหานคร
จากการตรวจสอบพบว่า มูลนิธิพิทักษ์คุณธรรม ยังไม่ได้รับอนุญาต เรี่ยไร (ร.3) จากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ดำเนินคดีต่อไป จึงฝากถึงประชาชนหากพบเห็นพฤติกรรมลักษณะเรี่ยไร และสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สายด่วน 1914 หรือ 191 ได้ทันที



