
ศาลปกครองฯ สั่งเพิกถอนคำสั่งปลัด มท. ลงโทษปลด' รองผู้ว่าฯ'
ศาลปกครองสูงสุดคืนความเป็นธรรม“อดีตรองผู้ว่ากำแพงเพชร”กลับตำแหน่งไม่ต่ำกว่าเดิม เพิกถอนคำสั่งปลัด มท.ลงโทษวินัยปลดออกตำแหน่ง
ที่ศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 6 มิ.ย.60 ศาลปกครองสูงสุด โดยนายสุเมธ รอยกุลเจริญ ประธานแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณในศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเป็นตุลาการเจ้าของสำนวนและตุลาการหัวหน้าคณะและองค์คณะรวม 5 คน มีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 24 ก.พ.57 ที่ลงโทษปลดนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ฟ้อง ออกจากราชการในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ในกรณีที่ นายจีระเกียรติ ถูก ป.ป.ช.พิจารณาโทษวินัยกล่าวหากระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ขณะดำรงตำแหน่งนายอำเภอสุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด รายงานเท็จเกี่ยวกับพื้นที่ถนนชำรุดเสียหายจากอุทกภัย เมื่อปี 2549 เป็นเหตุให้มีการจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษงบประมาณกว่า 9 ล้านบาท
โดยศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งให้การเพิกถอนคำสั่งลงโทษมีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ ออกคำสั่ง เมื่อปี 2557 ทั้งนี้ศาลปกครองสูงสุดยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาด้วยว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยผู้ถูกฟ้องที่ 1 ควรที่จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายให้นาย จีระเกียรติผู้ฟ้อง กลับสู่ตำแหน่งซึ่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งเดิมภายใน 30 วันนับแต่ศาลมีคำพิพากษา
ซึ่งคดีนี้นายจีระเกียรติได้ยื่นฟ้อง ปลัดกระทรวงมหาดไทย,คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 ต่อศาลปกครองสูงสุด กรณีที่ออกคำสั่งลงโทษปลดออกจากราชการ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงจากสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.ผู้ถูกฟ้องที่ 3 ไม่มีพยานหลักฐานยืนยันและพิสูจน์ได้ว่าการอนุมัติจัดจ้างนั้น นายจิระเกียรติผู้ฟ้องได้รับประโยชน์อื่นใดที่มิควรได้จากการอนุมัติสั่งซื้อจัดจ้างดังกล่าว และข้อเท็จจริงยังไม่พอฟังถึงขนาดว่าคณะกรรมการเจรจาต่อรองและตกลงราคาจ้าง เอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับจ้างรายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ หรือเอื้อประโยชน์ให้กับห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งทำคุณประโยชน์หรือมีอุปการะคุณต่ออำเภอสุวรรณภูมิแต่อย่างใด เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าคณะกรรมการเจรจาต่อรองฯได้ดำเนินการตามระเบียบตกลงราคาจ้างและเสนอความเห็นว่าควรจ้างแล้ว ผู้ฟ้องจึงมีเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องอนุมัติให้สั่งซื้อสั่งจ้างที่คณะกรรมการเจรจาต่อรองฯเสนอมาได้ กรณีจึงยังไม่พอฟังได้ว่าการกระทำของนายจีระเกียรติ เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 มาตรา 82 วรรคสาม ดังนั้นการที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยผู้ถูกฟ้องที่ 1 มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 127/2557 ลงวันที่ 24 ก.พ.57 ปลดนายจีระเกียรติ ออกจากราชการจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคดีอาญาที่นายจีระเกียรติ ถูกอัยการฟ้องนั้น ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ก็ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่12พ.ค.58ให้ยกฟ้องนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ เนื่องจากเห็นว่า การกระทำของนายจีระเกียรติกับพวก ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ หรือผู้ใด และไม่ใช่เป็นการกระทำทุจริต



