ฟ้องมา-ฟ้องกลับ นะจ๊ะ !!
ดีเอสไอ ขอตรวจสอบคำฟ้อง "บอย ยูนิตี้" หากทำองค์กรเสียหาย ฟ้องมา ฟ้องกลับ อธิบดีดีเอสไอย้ำใช้หลักฐานราคาจากบริษัทผู้ผลิต
6 มิ.ย.60 - พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีนายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ “บอย ยูนิตี้” กรรมบริษัท เอสทีที ออโต้คาร์ จำกัด และบริษัทเอสทีที ออโต้ เซอร์วิส จำกัด แถลงฟ้อง ดีเอสไอ เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท กรณีโชว์รูมถูกสั่งปิดมาตั้งแต่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้งรถหรูโดนอายัดอีก 34 คัน ทำให้ธุรกิจเสียหายหลายร้อยล้านบาท ว่า ยังยืนยันว่าการฟ้องร้องของผู้เสียหายเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ตามขั้นตอนกฎหมาย ขณะที่หน่วยงานภาครัฐก็มีหน้าที่ในการอธิบายข้อเท็จจริง สำหรับประเด็นการอายัดรถของกลาง ดีเอสไอมีอำนาจตามกฎหมายในการตรวจอายัดของกลางไว้ตรวจสอบ หากพบว่าของกลางไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดก็จะรีบคืนให้ แต่ถ้าเข้าข่ายความผิดก็ต้องอายัดไว้ เพื่อตรวจหาที่มาที่ไปของการกระทำความผิดต่อไป
"ในกรณีรถหรูเลี่ยงภาษี ดีเอสไอทำตามอำนาจหน้าที่ ส่วนคดีจะสิ้นสุดเมื่อใด ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบ ในชั้นนี้ต้องมีการประสานงานกับกรมศุลกากรในการตรวจสอบด้วย จึงยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาได้ แต่จะดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด ส่วนจะมีการฟ้องร้องกลับหรือไม่นั้นขอตรวจสอบศึกษาประเด็นคำฟ้องที่นายอินทระศักดิ์ว่า ทำให้ดีเอสไอเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่ หากเข้าข่ายก็อาจจะเข้าสู่พิจารณาฟ้องกลับได้" พ.ต.ต.วรณัน กล่าว
ด้านพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอดำดนืนการตรวจสอบคดีผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์หรูเลี่ยงภาษีตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนกรณีนายอินทระศักดิ์อ้างว่านำเข้าถูกต้องตามคำสั่งที่ 317 ของกรมศุลกากรและอ้างอิงราคาจากหน้าเวปไซต์นั้น ก็สามารถกล่าวอ้างไปได้ แต่ดีเอสไอได้หลักฐานราคาจากบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ ซึ่งได้มอบให้กรมศุลกากรนำไปเปรียบเทียบกับใบอินวอยซ์ที่นำมาสำแดงแล้ว
แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนดีเอสไอ เปิดเผยว่า ในการประเมินภาษีนำเข้านั้น องค์การค้าระหว่างประเทศ หรือแกต ห้ามไม่ให้ศุลกากรของแต่ละประเทศกำหนดราคาสินค้าเอง ซึ่งถือเป็นการกีดกันราคา ทำให้การประเมินภาษีจะพิจารณาจากราคากลางหรือสแตนดาร์ดไพรซ์ ที่ปรากฏในเวปไซต์ต่างๆ โดยสินค้าในหมวดรถยนต์จะอ้างอิงราคาจากเวปไซต์เวิลด์คาร์หรือปาร์คเกอร์ ซึ่งราคาที่ปรากฏจะไม่แตกต่างจากราคาของบริษัทผู้ผลิต ในชั้นสืบสวนพบแผนประทุษกรรมหลายแบบ เช่น อ้างอิงราคาจากเวปไซต์อื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเปิดเข้าเพื่อเช็คราคาประเมินราคาให้กลุ่มเกรย์มาเก็ตเท่านั้น หรือการสำแดงราคารถผิดไปจากรุ่นที่นำเข้า เช่น นำเข้ารถยนต์ตัวท็อปแต่สำแดงเป็นรุ่นที่มีราคาต่ำสุด ซึ่งราคาขายต่างกันเป็นแสนปอนด์ เพื่อให้ได้ต้นทุนราคาต่ำที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการที่ถูกตรวจสอบ ชุดสืบสวนพบว่าจะได้ราคาประเมินต่ำกว่าเกรย์มาร์เก็ตรายอื่นๆ.
แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยด้วยว่า สำหรับผู้ซื้อซึ่งจะอ้างเจตนาบริสุทธิ์ในชั้นพิจารณาคดีก็รับฟังได้ยาก เนื่องจากการซื้อรถยนต์หรูและซุปเปอร์คาร์ ผู้ที่สนใจซื้อจะเช็คราคาจากเวปไซต์ทั่วโลก ทั้งตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศ ดังนั้นผู้ซื้อรายที่ซื้อรถยนต์ได้ในราคาต่ำ จึงมีภาระต้องพิสูจน์เจตนา.



