ข่าว

คุกคืนแรก"เปรี้ยว-เอิร์น-แจ้”เครียด ร้องไห้ช่วงซักประวัติ

คุกคืนแรก"เปรี้ยว-เอิร์น-แจ้”เครียด ร้องไห้ช่วงซักประวัติ

06 มิ.ย. 2560

  3 ผู้ต้องหาเครียด ร้องไห้ระหว่างซักประวัติ คืนแรกนอนรวม ต้องให้พี่เลี้ยงประกบ 2 ต่อ 1

            หลังจากทำแผนประกอบคำรับสารภาพของ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว น.ส.กวิตร ราชดา หรือ เอิร์น และน.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ 3 ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือแอ๋ม เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรอำเภอเขาสวนกวาง ได้นำตัวฝากขังที่เรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.60 ที่ผ่านมา

            (6มิ.ย.) นายวีรชัย เพชรรัตน์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น กล่าวว่า หลังผู้ต้องขังทั้ง 3 คนได้เข้ามาในเรือนจำขอนแก่น ทางเรือนจำได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจร่างกายและทรัพย์สินอย่างละเอียด หามีทรัพย์สินมีค่าทางเจ้าหน้าที่จะเก็บไว้ จากนั้นจะตรวจร่างกายอย่างละเอียด พร้อมทั้งซักประวัติของผู้ต้องขัง ระหว่างการพูดคุยซักประวัติของทั้ง 3 คนที่ต้องเข้ามาอยู่ในเรือนจำวันแรก พบว่าทั้ง 3 คนอยู่ในอาการเครียด ร้องไห้ตลอด โดยเฉพาะเปรี้ยวที่ร้องไห้อยู่ในอาการเครียดพูดน้อย 

          จึงให้เจ้าหน้าที่ประเมินสุขภาพการและใจ เพราะเป็นผู้ต้องขังใหม่ยังต้องมีการปรับตัวพอสมควร ส่วนการตรวจสุขภาพทั้ง 3 คน ร่างกายสุขภาพปกติ สำหรับการตรวจสอบสารเสพติดโดยการตรวจปัสสาวะทั้ง 3 คน พบว่า น.ส.ปรียานุช หรือ เปรี้ยว และ น.ส.กวิตรา หรือเอิร์น ไม่พบสารเสพติดโดยทั้งสองคน ระบุว่าไม่ได้เสพในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่น.ส.อภิวันทน์หรือแจ้ ผลการตรวจไม่ชัดเจน จึงสอบปากคำเพิ่มเติมแจ้ให้การว่าเสพสารเสพติดมาจากพม่าได้ 5 วันแล้ว ซึ่งทางเรือนจำจะดำเนินการสรุปผลให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 7 ขอนแก่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจเพื่อยืนยัน เนื่องจากเครื่องตรวจสอบในเรือนจำนั้น หากเสพสารเสพติดมาเกิน 5 วันผลจะหายไป

          “ทั้ง 3 คนร้องไห้และอยู่ในอาการเครียด วิตก กังวลและร้องไห้ตลอด ช่วงที่พูดคุยสัมภาษณ์พูดและร้องไห้ สำหรับคืนแรกผู้ต้องขังใหม่ทั้ง 3 คน นอนรวมกันก่อน เนื่องจากไม่สามารถแยกนอนได้ต้องให้นอนรวมกัน แล้วให้พี่เลี้ยงนอนประกบ 2 ต่อ 1 เพื่อคอยดูแล สังเกตพฤติกรรม พูดคุย ว่าสามารถปรับตัวได้หรือไม่ เพราะหากผู้ต้องขังใหม่ไม่สามารถปรับตัวได้ จะทำให้มีปัญหาทั้งเรื่องการคิดฆ่าตัวตาย จึงต้องสั่งการให้ดูแล ซึ่งตามปกติในเรือนจำจะมีผู้ต้องขังที่คอยดูแลอยู่แล้ว จึงกำชับให้ดูผู้ต้องขังใหม่ทั้ง 4 คนอย่างใกล้ชิด จนกว่าจะปรับตัวได้ วันนี้จึงจะให้ทั้งหมดแยกห้องนอนโดยจะให้นอนคนละห้อง เพื่อจะได้ไม่ต้องพบปะพูดคุยกัน”

             นายวีรชัย เพชรรัตน์ กล่าวว่า ทางเรือนจำเตรียมทำหนังสือประสานไปยังโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ ขอเป็นกรณีพิเศษในความร่วมมือนำจิตแพทย์เข้ามาสอบประวัติเกี่ยวกับพฤติกรรม เนื่องจากว่าถือเป็นคดีผิดปกติ โดยผู้ต้องขังอาจจะมีพฤติกรรม ได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างไรบ้างตั้งแต่วัยเด็ก จึงส่งผลกระทบต่อจิตใจ วัยของผู้ก่อเหตุรวมทั้งลักษณะของคดีที่มีความรุนแรง

         “จากการติดตามข่าวทราบว่าเคยอยู่ในความรุนแรง จึงขอความร่วมมือจากจิตแพทย์โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ เป็นกรณีพิเศษ เพื่อเข้ามาพูดคุย ประเมินสุขภาพจิตนำไปสู่การวางแผนการรักษา เยียวยา รวมทั้งการให้การดูแลที่เหมาะสม”

         ขณะที่ผู้ต้องขังในเรือนจำยังไม่ทราบข่าวว่ามีผู้ต้องขังในคดีอุกฉกรรจ์เข้ามาอยู่ เนื่องจากภายในเรือนจำไม่ได้เปิดโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หรือข่าวสารใดๆให้ผู้ต้องขังจึงไม่สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารภายนอก อาจรู้ข่าวบ้างเนื่องจากมีกลุ่มเพื่อนของทั้ง 3 คน ที่เคยทำงาน และเรียนด้วยกัน ซึ่งเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำอยู่แล้ว เมื่อเห็นหน้าจึงทักทายกัน ส่วนน.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ ที่เข้ามาในเรือนจำก่อนหน้านี้ คาดว่าจะได้เจอกันบ้าง แต่ทั้งหมดแยกการควบคุม ตั้งแต่ทั้ง 3 คนถูกควบคุมตัว ยังไม่มีญาติมาติดต่อขอเยี่ยมแต่อย่างใด