
ตุ๋นแปลก.!!ร้องดีเอสไอสอบแชร์ขายยาสีฟันโผล่ผ่านโซเซียล
ร้องดีเอสไอแสบตุ๋นเป็นพรีเซนเตอร์โพสต์ขายยาสีฟันสมุนไพรผ่านโซเซียล ค่าสมัคร 20,000 บาท รับเงินปันผลเดือนละ 20,000 บาทตลอด 1 ปี สุดท้ายเบี้ยว
6 มิ.ย. 60 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายวรุณ วีรกุล อายุ 44 ปี พร้อมด้วยผู้เสียหายกว่า 10 คน เข้าร้องเรียนต่อพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้รับคดีไว้เป็นคดีพิเศษ กรณีบริษัทโปรเกรสชั่น แอคชิฟเม้นท์ เทรดดิ้ง จำกัด ตั้งอยู่ย่านสะพานใหม่ หลอกให้จ่ายค่าสมัคร 20,000 บาท เป็นพรีเซนเตอร์สินค้ายาสีฟันสมุนไพร สัญญาจ่ายปันผล 20,000 บาททุกเดือน แต่ถูกยกเลิกสัญญาไม่ได้รับเงินคืน ทำให้มีผู้เสียหายกว่า 800 คน โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่อง
นายวรุณ กล่าวว่า ตนได้รับการชักชวนจากน้องสาวให้สมัครเป็นพรีเซนเตอร์สินค้ากับบริษัทดังกล่าว เมื่อเดือนพ.ค.ท่ีผ่านมา โดยมีค่าประกันคนละ 20,000 บาท และมีเงื่อนไขให้โพสต์รูปถ่ายกับสินค้าเป็นยาสีฟัน และน้ำดื่มที่บริษัทจะส่งมาให้ที่บ้านลงในสื่อโซเซียล วันละ 2 ครั้งเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยบริษัทจ่ายค่าตอบแทนเดือนละ 10,000-20,000 บาท ทุกวันที่ 15 ของเดือน ตนจึงสมัครให้ลูกทั้ง 2 คน และจ่ายเงินค่าประกัน 40,000 บาท แต่เมื่อครบกำหนด 1 เดือน ไม่ได้รับค่าพรีเซนเตอร์สินค้า เมื่อสอบถามไปบริษัทแจ้งว่า ระบบการจ่ายเงินมีปัญหา ขอประชุมใหญ่บริษัทก่อน แต่เมื่อถึงวันนัดประชุมก็เลื่อน และบังคับให้ลาออก โดยบริษัทได้แจ้งยกเลิกสัญญา และเปลี่ยนสัญญาเป็นเซลล์ขายสินค้าแทน โดยจ่ายผลตอบแทนจากการขายสินค้า เมื่อครบกำหนด 1 ปีจะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานบริษัท ทำให้ไม่ได้รับเงินค่าพรีเซนเตอร์สินค้าและไม่ได้รับเงินค่าประกันคืน
นายวรุณ กล่าวอีกว่า ผู้เสียหายบางคนเสียหายจากการลงทุนหลักแสนบาท ล่าสุดบริษัทแจ้งว่าจะจ่ายเช็คให้ และสามารถนำไปขึ้นภายหลังจาก 45 วัน แต่ต้องเข้าไปรับที่บริษัท พวกผู้เสียหายเห็นว่าไม่ได้อยู่ในสัญญาที่จะจ่ายเงินสดและไม่เชื่อมั่น จึงไม่รับเช็ค ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าวยังเปิดดำเนินการรับสมัครพรีเซนเตอร์อยู่ และเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ตัวใหม่
( กล่มผู้เสียหายกว่า 10 คน เข้าร้องเรียนแชร์ยาสีฟันตุ๋น ต่ออธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้รับคดีไว้เป็นคดีพิเศษ )
ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นการชักชวนผ่านสื่อโซเชียลให้กลุ่มผู้เสียหายจ่ายเงืนค่าสมัครเพื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์ขายสินค้าและเมื่อร่วมลงทุนแล้วทางบริษัทก็ขอให้ผู้เสียหายร่วมขายสินค้า แต่ไม่จ่ายค่าตอบแทน โดยดีเอสไอจะต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นการฉ้อโกงหรือเป็นแชร์ลูกโซ่.



