
จี้สอบตร.ลงชื่อจับกุม"เปรี้ยว" !!!
"ศรีสุวรรณ"ร้องผู้ตรวจฯตรวจสอบจนท.ตร.ทำหน้าที่จริงหรือไม่หลังมีผู้ร่วมจับกุม“เปรี้ยว”มากกว่า 90 คน ใช้เครื่องบินขนส่งผู้ต้องหาไม่คุ้มค่า
6 มิ.ย.60 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ข้อให้ตรวจสอบกรณีที่เจ้าพนักงานตำรวจมีการจัดทำบันทึกการจับกุม น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว กับพวก ผู้ต้องหาในคดีเจตนาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและอำพรางศพ ทั้งที่ภาพวันที่รับตัวผู้ต้องหามีเจ้าหน้าที่เพียงสิบกว่าคนเท่านั้น จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง 99 รายชื่อเป็นผู้ร่วมการจับกุมจริงหรือไม่ และการมีชื่อในการบันทึกการจับกุม หากไม่ได้ร่วมปฏิบัติหน้าที่จริง ถือได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อหวังผลประโยชน์ในตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ
นอกจากนี้ยังขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอความคิดเห็นไปยังนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการปรับปรุงแก้ไขกฎเกณฑ์หรือระเบียบว่าด้วยการจับกุมผู้ต้องหาในคดีอาญาเสียใหม่ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อรูปคดีในอนาคตและไม่เป็นภาระต่อกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐและอยากให้กรณีนี้เป็นตัวอย่างในการปฏิรูปองค์กรตำรวจต่อไป
การปรากฏรายชื่อเจ้าพนักงานผู้ร่วมเข้าจับกุมกว่า 99 คน มีความสมเหตุสมผลหรือไม่เพราะการกระทำดังกล่าวอาจทำให้รูปคดีเสียหายได้ ซึ่งในชั้นการพิจารณาคดีจำเลยอาจขอให้ศาลออกหมายเรียกให้ผู้ร่วมการจับกุมทั้ง 99 คนไปเป็นพยาน หากตอบคำถามไม่ได้ ก็อาจทำให้คดีเสียหายได้ ซึ่งในศาลอาญานั้น หากพยานในคดีให้การไม่ตรงกันหรือขัดแย้งกัน ศาลจะใช้ประมวลกฎมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรค 2 เป็นเหตุที่ทำให้ยกฟ้องได้
นอกจากนี้ผู้ที่ใช้อำนาจในการอนุมัติให้ใช้เครื่องบินตำรวจขนส่งผู้ต้องหาจากกรุงเทพฯไปเชียงราย เชียงรายกลับมากรุงเทพฯ กรุงเทพฯไปขอนแก่น และจากขอนแก่น กลับมากรุงเทพ รวมเป็น 4 เที่ยวบิน เที่ยวละ 150,000 บาท โดยไม่มีความจำเป็นซึ่งขัดต่อกฎหมายนั้น นอกจากนี้ยังใช้เครื่องบินเพื่ออำนวยความสะดวกเพื่อให้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแถลงข่าวในกรุงเทพฯทั้งที่เป็นพื้นที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคดี
"ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือกฎหมายว่าด้วยการเงินการคลังหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2552 หรือไม่ ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าเบี้ยเลี้ยงตำรวจในวันทำแผนอีกกว่า 3 กองร้อย ค่าสืบสวนติดตาม และค่าพาหนะ โดยงบประมาณดังกล่าวเป็นเงินงบประมาณจากภาษีประชาชน ถือได้ว่าใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินไปในลักษณะที่ไม่คุ้มค่า และไม่มีประสิทธิภาพ"นายศรีสุวรรณ กล่าว
นายฑิฆัมพร ยะลา เจ้าหน้าที่สอบสวนผู้ชำนาญการ สำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปจะเสนอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจาณา เพราะคดีดังกล่าวเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก



