ข่าว

ปานปรีย์ค้านส่ง"เมธี"ลงสมัครส.ส.กรุงเทพฯ

ปานปรีย์ค้านส่ง"เมธี"ลงสมัครส.ส.กรุงเทพฯ

11 ก.ย. 2552

พท.เตรียมเดินสายสัมมนาศก. ลงพื้นที่อีสานทำนโยบายรากหญ้าล็อตใหม่ -จับผิดปัญหาโครงการชุมชนพอเพียง รองหน.พท.เบรก "เมธี" ลงส.ส. กทม. ชี้คณะกรรมการต้องทบทวน ขณะที่ประธานภาค กทม. ไม่ปฎิเสธ "เมธี"ลงกทม. ชี้ใช้ความรุนแรงเรื่องส่วนตัว

(11ก.ย.) นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า คณะทำงานด้านเศรษฐกิจและวิชาการของพรรค พรรคจะเริ่มเดินสายสัมมนาทางด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคอีสาน โดยจะเริ่มตั้งแต่ 15 กย. เริ่มที่ จ.กาฬสิน จ.หนองคาย จ.ขอนแก่น ซึ่งนอกจากจะมีทีมนโยบายและยุทธศาตร์พรรคลงพื้นที่ เพื่อพูดคุยรับฟังปัญหาความเดือดร้อน ทั้งในเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร หนี้สิน รายได้ และปัญหาด้านโอกาสของการเข้าสู่เงินทุน โดยพรรรคมีวัตถุประสงค์หลัก คือจะนำข้อมุลมาใช้ร่างนโยบายหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้า ส่วนปัญหาเร่งด่วนก็จะผลักดันปัญหาต่างๆ ผ่านกระบวนการในสภา

นอกจากนี้จะเก็บข้อมูลข้อบกพร่องซึ่งช่องโหว่ในการดำเนินนโยบายชุมชนพอเพียงในฐานะที่พรรคเพื่อไทยก็เป็นผู้ริ่เร่มโครงการเอสเอ็มแอล ดังนั้นการลงพื้นที่สัมมนาฯครั้งนี้จึงเป็นการเตรียมพร้อมของพรรคไม่ว่ารัฐบาลจะยุบสภาเมื่อไหร่ ซส่วนการสัมมานการเมืองใหญ่ของพรรคก็จะจัดขึ้นภายหลังการเดินสายของทีมเศรษฐกิจด้วย ทั้งนี้ในส่วนของทีมยุทธศาสตร์ด้านนโยบายล่าสุดได้ดึงบุคคลากรที่เคยอยู่กับพรรคและบุคคลาการนอกพรรคมาช่วยร่างนโยบาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สังคม มาต่อยอดให้นโยบาบยสมบูรณ์ขึ้น

รองหน.พท.เบรก เมธีลงส.ส. กทม.

 รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงกรณีเมธี อมรวุฒิกุล สมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ก่อเหตุวิวาทหน้าพรรคเพื่อไทยระบุว่ามีผู้ใหญ่ในพรรคทาบทามลงสมัครส.ส.กทม.ว่า อาจเป็นความเห็นส่วนตัวของนายเมธี เนื่องจากผู้ที่แจ้งความประสงค์จะลงสมัครมีหลายคน ไม่ใช่มีนายเมธีคนเดียวดังนั้นการคัดเลือกตัวผู้สมัครจะต้องเป็นไปตามกระบวนการของพรรค ที่มีฝ่ายรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นณะกรรมการบริหารพรรคและคณะทำงานภาคกทม. รวมทั้งเกณฑ์การคัดเลือก ที่จะต้องดูในเรื่องของคุณสมบัติ ความพร้อมความเหมาะสมกับเขตนั้นๆหรือไม่

 “ทราบว่า กรณีที่นายเมธีไปชกต่อยหน้าพรรค อยู่ในกระบวนการตรวจสอบของผู้ใหญ่ในพรรคและมีคณะกรรมการด้านจริยธรรมของพรรคอยู่ ที่จะพิจารณาเรื่องสถานะในการเป็นสมาชิกพรรคของนายเมธี ส่วนข่าวที่ว่านายเมธีจะลงสมัครส.ส.กทม.นั้น ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ผมมองว่าพรรค มีหลักการเลือกบุคคลากรลงสมัครส.ศส ต้องเป้นบุคคลาการที่ผ่านเกณฑเช่น สามารุถสร้างประโยชน์ ได้ติดตามงานความตั้งใจที่จะไปทำงานในพื้นที่ พรรคก็จะต้องพิจารณาก่อน ไม่ใช่ใครก็ได้ โดยเฉพาะด้านความประพฤติต้องเป็นคนที่มีความประพฤติดี หากมีคดีมาก่อน ทำความเสียหาย เคยไปโกงเขามา ทางพรรคคงไม่เอา ส่วนกรณีนายเมธีนั้น เชื่อคณะกรรมการพรรคจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ”นายปานปรีย์กล่าว

ประธานภาคกทม.ไม่ปฎิเสธเมธีลงกทม.

 ด้านนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะประธานภาคกทม. กล่าวว่า ปัญหาการใช้ความรุนแรงของนายเมธี อาจมีปัญหาส่วนตัวระหว่างกันอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว จึงต้องแยกแยะออกจากการพิจารณาเรื่องการลงสมัครส.ส.ในนามพรรค ทั้งนี้นายเมธีได้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคและแสดงเจตจำนงค์ว่าจะลงสมัครส.ส.เขตป้อมปราบฯจริง แต่นายเมธีก็ต้องมาเข้าในกระบวนการคัดสรรของพรรค ซึ่งถือเป็นทางเลือกหนึ่งของพรรค ที่จะพิจารณาถึงความเหมาะสมอีกครั้ง