ข่าว

ปตท.สผ.แจงหยุดผลิตน้ำมันดิบพื้นที่สปก.ตามคำสั่งศาลฯ

ปตท.สผ.แจงหยุดผลิตน้ำมันดิบพื้นที่สปก.ตามคำสั่งศาลฯ

06 มิ.ย. 2560

ปตท.สผ.แจงหยุดผลิตน้ำมันดิบพื้นที่สปก.ตามคำสั่งศาลฯ

                 นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท ปตท.สผ.สยาม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ปตท.สผ. ถือหุ้น 100% ทั้งทางตรงและทางอ้อม และเป็นผู้ดำเนินงานโครงการเอส 1 ได้หยุดการผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ของส.ป.ก. เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2560 ให้เพิกถอนระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่องการให้ความยินยอมในการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอื่น โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้แจ้งให้ผู้รับสัมปทานบนบกทุกรายหยุดกิจกรรมการผลิตปิโตรเลียมที่มีการดำเนินการอยู่ในพื้นที่ส.ป.ก.เป็นการชั่วคราว

                 ส่วนการหยุดผลิตปิโตรเลียมในโครงการเอส1 ครั้งนี้ จะส่งผลให้ปริมาณการขายน้ำมันดิบลดลงประมาณ 15,000 บาร์เรลต่อวัน ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ลดลงประมาณ 130 ตันต่อวัน และก๊าซธรรมชาติลดลงประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

                  “การหยุดผลิตแหล่งเอส 1 จะส่งผลกระทบต่อยอดขายไม่มากนักราว 4-5% จากปีนี้ตั้งเป้ายอดขายปิโตรเลียมอยู่ที่ 3 - 3.1 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ โดยสัดส่วนน้ำมันดิบคิดเป็นประมาณ 30% ของยอดขายในปัจจุบัน” 

                 ทั้งนี้ การดำเนินโครงการเอส 1 ของ ปตท.สผ.สยาม ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างถูกต้อง โดยบริษัท ไทยเชลล์ เอ็กซ์พลอเรชั่น แอนด์โปรดักชั่น จำกัด (ไทยเชลล์) ผู้รับสัมปทานเดิม ได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ และต่อมาในปี 2536 ได้มีการออกประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินทับซ้อนพื้นที่ที่ผู้รับสัมปทานเดิมเข้าใช้ประโยชน์ ในปี 2543

                 บริษัท ไทยเชลล์ ได้ดำเนินการยื่นขออนุญาตใช้ที่ดินในเขต ส.ป.ก. พร้อมยื่นคำขอรับคำยินยอมให้ใช้ที่ดินในเขต ส.ป.ก. ตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เมื่อ ปตท.สผ. เข้าซื้อกิจการโครงการและเป็นผู้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2547 จึงได้ดำเนินการเข้าใช้ประโยชน์ตามที่บริษัท ไทยเชลล์ ได้รับอนุญาต

                 สำหรับโครงการเอส 1 แหล่งน้ำมันสิริกิติ์นี้ ครอบคลุมพื้นที่ 1,326 ตารางกิโลเมตรใน จ.กำแพงเพชร พิษณุโลก สุโขทัย และพิจิตร ถือเป็นแหล่งน้ำมันดิบบนบกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีปริมาณขายน้ำมันดิบเฉลี่ยปี 2559 อยู่ที่ 27,351 บาร์เรลต่อวัน ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ประมาณ 264 ตันต่อวัน และก๊าซธรรมชาติประมาณ 21 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

               อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ปตท.สผ.วางเป้าหมายรักษาการผลิตน้ำมันดิบจากแหล่งเอส 1 ให้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาราว 27,000 บาร์เรลต่อวัน แม้จะเป็นแหล่งผลิตเก่าที่มีอายุมากกว่า 30 ปี แต่บริษัทนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มการผลิตให้มากขึ้น และในอนาคตยังมีศักยภาพที่จะสามารถเจาะหลุมสำรวจและผลิตน้ำมันดิบแหล่งเอส1 เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะเป็นอีกแนวทางที่ช่วยชดเชยรายได้ที่อาจได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของปริมาณการเรียกก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยของบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)

                 อย่างไรก็ตาม กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติอยู่ระหว่างการรวบรวมผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้รับสัมปทานบนบกรายอื่น เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป