ข่าว

ศาสตร์พระราชาสู่นานาประเทศ

ศาสตร์พระราชาสู่นานาประเทศ

05 มิ.ย. 2560

เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา หัวใจหลักของการทรงงานของกษัตริย์นักพัฒนา

        ปวงชนชาวไทยทราบกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นกษัตริย์ที่เปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถมากมายเพียงใด ดังจะเห็นได้จากพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์ ที่ช่วยเหลือเหล่าพสกนิกรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และไม่ใช่เพียงคนไทยเท่านั้นที่รับรู้ แต่นานาประเทศต่างก็รับรู้และน้อมนำแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปประยุกต์ใช้ ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ จึงร่วมกันจัดทำสารคดีพิเศษชุด “พระราชดำริไร้พรมแดน” พระอัจฉริยภาพเพื่อการพัฒนามวลมนุษยชาติ ในโอกาสรำลึกการเสด็จขึ้นครองราชย์ วันที่ 9 มิถุนายน 2559 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระอัจริยภาพด้านการพัฒนามนุษย์ที่ได้รับการยกย่องไปทั่วโลก โดยจัดแถลงข่าวที่ห้องประชุม 1-2 อาคารสยามทาวเวอร์ เมื่อวันก่อน

        ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระ กล่าวว่า จากความเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าสามารถพัฒนาตัวเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความเข้มแข็ง ยืนหยัดได้บนลำแข้งของตัวเอง อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนของมนุษย์ ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อขจัดความยากจน ความหิวโหย โรคภัยไข้เจ็บ สร้างความเท่าเทียม และรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พระองค์ถูกขนานนามว่าเป็นกษัตริย์ “นักพัฒนาผู้ประสบความสำเร็จ” ทรงนำมาซึ่งแนวทางการพัฒนาที่ใช้ความรู้ คุณธรรมเป็นพื้นฐาน และหัวใจหลักของการทรงงานเพื่อพัฒนาประเทศที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงยึดถือตลอดมาคือ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”   คำว่า เข้าใจ คือ ทำอะไรต้องเข้าใจความจริงทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ภูมิศาสตร์ สภาพสังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต ส่วนคำว่า เข้าถึง มุ่งสื่อสารสร้างความเข้าใจต่อชุมชน ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา และสุดท้ายคำว่า พัฒนา เป็นการใช้ทักษะบริหารจัดการที่รวมปัจจัยต่างๆ การพัฒนาที่ถูกต้องจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีความเข้าใจที่ถูกต้องและมีการเข้าถึงเป็นพลังขับเคลื่อนทำให้เกิดการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม 

ศาสตร์พระราชาสู่นานาประเทศ

ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล

       “ไม่มีความทุกข์ใดของคนไทยที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 มิได้ทรงแก้ไข ดังนั้นจึงอยากให้คนไทยทุกคนมีส่วนร่วมในการรับรู้ รับชม และสารคดีพระราชดำริไร้พรมแดนชุดนี้ จะได้เห็นเกี่ยวกับศาสตร์ของพระราชาที่ท่านทรงทำและได้กระจายไปสู่ประเทศอื่นๆ ในส่วนของความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศนั้น เราจะหาประเทศหุ้นส่วนที่ร่วมพัฒนาไปด้วยกัน ไม่ใช่แค่ผู้ให้และผู้รับ” เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระกล่าว

       ด้าน สุพัตรา ศรีไมตรีพิทักษ์ อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ เล่าว่า สารคดีชุดนี้มีการเดินทางไปถ่ายทำในประเทศต่างๆ หลายภูมิภาคของโลก รวม 7 ประเทศ ได้แก่ ภูฏาน ถ่ายทำเกี่ยวกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยว, เมียนมาร์ เกี่ยวกับน้ำ, ลาว เกี่ยวกับศูนย์การศึกษา, กัมพูชา เกี่ยวกับโรคที่เกิดจากยุง, ติมอร์เลสเต เกี่ยวกับการเกษตรและอาหารกลางวัน, ฮัชไมท์จอร์แดน เกี่ยวกับฝนหลวง และศรีลังกา ถ่ายทำเกี่ยวกับปรับปรุงคุณภาพผลผลิต จากจำนวนทั้งหมด 37 ประเทศ ที่มีการน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไปประยุกต์ใช้ตามภูมิสังคมและสภาพปัญหาในประเทศเหล่านั้น เพื่อแก้ไขความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งปรากฏผลสัมฤทธิ์ที่ดี

ศาสตร์พระราชาสู่นานาประเทศ

สุพัตรา ศรีไมตรีพิทักษ์

ศาสตร์พระราชาสู่นานาประเทศ

เบื้องหลังการถ่ายทำสารคดีพระราชดำริไร้พรมแดน

        ทั้งนี้ สารคดีพระราชดำริไร้พรมแดน ถ่ายทำด้วยระบบเอชดี จำนวน 12 ตอน จัดทำเป็นสองภาษาไทย-อังกฤษ กำหนดออกอากาศในเดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป ทางสถานีโทรทัศน์ อาทิ ช่องนาว 26, เว็บไซต์ข่าวเครือเนชั่น, เครือข่ายเอเชียนิวส์ เน็ทเวิร์ก และในเอเชียอีก 20 ประเทศ ฯลฯ

เรื่องโดย....ปวริศา ภิญโญ