ข่าว

รวบโจร ป.ตรี ใช้จิตวิทยาตุ๋นเอาทรัพย์หลายล้าน

รวบโจร ป.ตรี ใช้จิตวิทยาตุ๋นเอาทรัพย์หลายล้าน

04 มิ.ย. 2560

สาว ป.ตรี จิตวิทยา ตุ๋นแม่บ้านเอาทรัพย์เจ้านายไฮโซ ก่อเหตุหลายพื้นที่เมืองกรุง มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

               4 มิ.ย. 60  เมื่อเวลา 20.00 น. ที่ สน.ทองหล่อ  พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ รอง ผบก.อก.บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ต.ทองเปลว หาญไพบูลย์ สว.สส.สน.ทองหล่อ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.ภัสดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 58/66 ซ.พหลโยธิน 54/1 แยก 4 แขวงและเขตสายไหม กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 261/2560 ลงวันที่ 2 มิ.ย. 2560 ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์นั้น” และ หมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.295/2556 ลงวันที่ 9 พ.ค. 2556 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” พร้อมของกลาง กระดาษจดข้อมูลส่วนตัวบุคคลพร้อมเบอร์โทรศัพท์ จำนวน 10 แผ่น คอมพิวเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง และไอแพด 1 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักย่านวัชรพล แขวงตลองถนน เขตสายไหม กทม.

               พ.ต.ท.จิรกฤต กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้รับแจ้งจากผู้เสียหายเป็นเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง (สงวนนาม) ว่า มีคนร้ายเป็นผู้หญิงโทรศัพท์มาหลอกให้แม่บ้านที่ทำงานภายในบ้านของตนให้เอาทรัพย์สินภายในตู้เซฟไปให้โดยอ้างกับแม่บ้านว่าเจ้าของบ้านให้นำทรัพย์สินไปให้ ซึ่งหลังจากรับแจ้งความแล้วทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวแม่บ้านพร้อมพยานแวดล้อมมาสอบปากคำ

               จากการสอบสวนแม่บ้านให้การว่า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. มีโทรศัพท์มาที่บ้านของเจ้านาย ซึ่งตนทำงานเป็นแม่บ้านตนจึงได้รับสาย โดยปลายสายเป็นเสียงผู้หญิงอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่งและอ้างอีกว่าขณะนี้ทางเจ้านายของตนกำลังทำเรื่องกู้ยืมเงินแต่ต้องใช้ทรัพย์สินในเรื่องค้ำประกัน ซึ่งขณะนี้ทางเจ้านายติดประชุมจึงให้เจ้าหน้าที่ติดต่อมาแทน นอกจากนี้ในระหว่างการพูดคุยทางปลายสายยังให้ตนติดต่อไปสอบถามทางเจ้านายก่อนว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ซึ่งตนก็ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังเจ้านายตน แต่ปรากฏว่าเป็นเสียงของผู้หญิงอ้างตัวว่าเป็นเลขาฯ ของเจ้านาย โดยตอบมาว่าขณะนี้เจ้านายติดประชุมอยู่จริง และพร้อมกับยืนยันว่าจะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อไปให้เอาทรัพย์จริง นอกจากนี้ทางคนที่อ้างตัวเป็นเลขาฯ ก็ได้ขอเบอร์โทรศัพท์มือถือของตนเพื่อติดต่อ

               แม่บ้านรายนี้ยังให้การอีกว่า หลังจากที่ตนได้คุยกับคนที่อ้างตัวเป็นเลขาฯ แล้วทางเจ้าหน้าที่พนักงานที่อ้างตนครั้งแรกก็ติดต่อกลับมาแล้วสั่งให้ตนนำทรัพย์สินภายในตู้เซฟออกมาให้ โดยระหว่างการขึ้นไปเอาทรัพย์สินทางตนยังคุยโทรศัพท์กับคนร้ายตลอดเวลา ทั้งนี้ ตนไม่สามารถเปิดตู้เซฟได้ ทางคนร้ายก็สั่งให้งัดเซฟเอาออกมาให้ได้ โดยตนได้ลงไปเรียกคนขับรถและ รปภ. มาช่วยกันงัด หลังจากนั้นก็สามารถงัดเอาทรัพย์สินออกมาได้ ทางคนร้ายได้ให้นำมาให้ที่บริเวณใกล้กับสะพานลอยบนถนนรามอินทรา กม.10 และย้ำอีกว่า เมื่อไปถึงจุดนัดหมายก็ให้วางทรัพย์ไว้แล้วรีบกลับบ้านไป ต่อมาเมื่อนำทรัพย์สินไปวางแล้วก็มาทราบภายหลังเจ้านายตนกลับมาที่บ้านก็พบว่าตนถูกหลอกจึงเล่ารายละเอียดให้เจ้านายฟัง ก่อนที่จะเข้ามาแจ้งความ ทั้งนี้ มูลค่าทรัพย์สินที่นำไปให้คนร้ายประมาณ 3 ล้าน แบ่งออกเป็น ทองคำ สร้อยคอมุก เพชร เงินสด นาฬิกา และเครื่องประดับ

 

รวบโจร ป.ตรี ใช้จิตวิทยาตุ๋นเอาทรัพย์หลายล้าน

 

               พ.ต.ท.จิรกฤต กล่าวอีกว่า หลังจากสอบคำพยานและผู้เสียหายแล้วได้สั่งการให้ชุดสืบใช้เทคนิคในการสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายรายนี้คือ น.ส.ภัสดา จึงได้ให้ชุดสืบสวนนำกำลังเข้าไปจับกุมได้ภายในบ้านพักดังกล่าว นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายรายนี้เคยก่อเหตุลักษณะแบบนี้มาหลายท้องที่ อาทิ พื้นที่ สน.พญาไท , สน.บางเขน , สน.วังทองหลาง , สน.ราษฎร์บูรณะ , สน.บางขุนเทียน , สน.บางชัน , สน.ประเวศ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท อีกทั้งผู้เสียหายส่วนมากจะเป็นบุคคลที่มีฐานะดีและเป็นที่รู้จักในวงสังคม

               สอบสวน น.ส.ภัสดา ผู้ต้องหารายนี้ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นผู้ก่อเหตุหลอกลวงจริง โดยจะเลือกเหยื่อจากบุคคลที่มีชื่อเสียงทางสังคมที่มักจะมีชื่อปรากฏตามหนังสือนิตยสารต่างๆ ก่อนที่ตนจะนำชื่อไปหาข้อมูลส่วนตัวตามอินเทอร์เน็ตและหาเบอร์โทรศัพท์บ้าน เพื่อติดต่อไปโดยจะเลือกเวลากลางวัน เนื่องจากรู้ว่าบุคคลเหล่านี้จะต้องออกไปทำงาน และที่บ้านมักจะมีคนรับใช้หรือแม่บ้านอยู่ภายในบ้านอย่างแน่นอน นอกจากนี้จะใช้การพูดคุยหว่านล้อมเชิงจิตวิทยาเพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อประกอบกับเทคนิคในการใช้โทรศัพท์

               พ.ต.ท.จิรกฤต กล่าวด้วยว่า คนร้ายรายนี้นี้มีการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านจิตวิทยามา จึงทำให้มีวิธีการพูดคุยกับเหยื่อได้อย่างแนบเนียน และเชื่อว่าเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งบางเคสก็ไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความ ทั้งนี้ หากประชาชนท่านใดทราบว่าตนเคยตกเป็นเหยื่อของคนร้ายรายนี้ก็สามารถเข้าแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อไม่ให้คนร้ายไปก่อเหตุลักษณะแบบนี้ได้อีก

               เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์นั้น ก่อนจะส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป