
“เปรี้ยว” แค้นเคลียร์พลั้งมือฆ่า !!
คุมผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 5 มิ.ย.นี้ ฆ่าหั่นศพความแค้นส่วนตัว ไม่เกี่ยวแก๊งค้ายาข้ามชาติ
4 มิ.ย. 60 เมื่อเวลา 15.00 น. ภายหลังเจ้าหน้าที่คุมตัว น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว อายุ 24 ปี น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น อายุ 25 ปี และ น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ อายุ 28 ปี ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม เหตุเกิดที่ จ.ขอนแก่น มาถึงกองบินตำรวจ (บน.3) เมื่อเวลา 14.15 น. ที่ผ่านมา ก่อนถูกควบคุมตัวมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงสอบปากคำด้วยตัวเอง โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป 1) พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. และ พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 ทำการสอบปากคำภายในห้องกระจก ชั้นที่ 2 อาคารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันอย่างแน่นหนา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดใส่หมวกแก๊ป สวมแว่นตาดำ และผ้าปิดจมูก จึงไม่ค่อยเห็นสีหน้าว่าเป็นเช่นไร ซึ่งส่วนใหญ่ ผบ.ตร. จะซักถามเปรี้ยวเป็นหลัก ซึ่งสื่อมวลชนไม่ว่าจะเป็นช่างภาพหรือผู้สื่อข่าวทุกแขนงที่ไปเฝ้ารอทำข่าวดังกล่าวจำนวนมากได้รับอนุญาตให้บันทึกภาพและรายงานข่าวอยู่ภายนอกห้องกระจกเท่านั้น โดยหลัง ผบ.ตร. สอบปากคำเสร็จสิ้นก็จะออกมาให้รายละเอียดด้วยตัวเอง แต่จะไม่นำผู้ต้องหาทั้งสามคนมาแถลงต่อหน้าสื่อมวลชน
ต่อมาเวลา 15.40 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ พล.ต.ท.ณัฐธร พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง ได้รับมอบตัวและสอบปากคำเบื้องต้นกับ 3 ผู้ต้องหา โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนจะออกมาแถลงข้อมูลและเปิดให้สื่อมวลชนซักถามรายละเอียด
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ต่อมาวันที่ 25 พฤษภาคมได้รับแจ้งพบศพหญิงสาวถูกฆ่าหั่นศพ ทางเจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่สืบสวนจนทราบตัวผู้กระทำความผิด จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา 5 ราย โดย นายวศิน นามพรหม อายุ 22 ปี ถูกจับที่ด่านหนองคาย ส่วน น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ อายุ 21 ปี ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัว ที่ จ.อุบลราชธานี ไปก่อนหน้านี้ จากนั้น น.ส.ปรียานุช น.ส.กวิตา และ น.ส.อภิวันท์ ได้หลบหนีไปกบดานที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยผู้ต้องหาที่หลบหนีไปคิดที่จะมอบตัว แต่ยังลังเลอยู่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้กดดันไปทางประเทศเพื่อนบ้านให้ช่วยติดตามตัว จนในที่สุดก็ยอมเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาเบื้องต้นกับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน 3 ข้อหา ประกอบด้วยข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ข้อหาร่วมกันปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ และข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ หรือรับของโจร ส่วนปมสาเหตุจากการสอบปากคำ เบื้องต้น น.ส.ปรียานุช รับสารภาพว่ามาจากปัญหาส่วนตัว ทั้งเรื่องหนี้สินเก่าที่ผู้ตายได้ยืมเงินไปประมาณ 3 - 4 หมื่นบาท และเรื่องยาเสพติดที่มีการจับกุม น.ส.วริศรา ในคดียาเสพติดเมื่อปลายปี 59 จนนำไปสู่การขยายผลไปถึง น.ส.ปรียานุช ทำให้เมื่อ น.ส.ปรียานุช กลับมาจากต่างประเทศและมาพบกับ น.ส.วริศรา จึงต้องการสั่งสอน อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวมีผู้ที่ร่วมกันก่อเหตุทั้งหมด 5 ราย โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำ ส่วนรายละเอียดว่าใครทำอะไรบ้างไม่สามารถบอกได้ เพราะอยู่ในสำนวน หากเปิดเผยอาจทำให้ผู้ต้องหาเอามาเป็นข้อต่อสู้คดีในชั้นศาลได้
หัวอกคนเป็นแม่ !! รอดูหน้าลูกสาวเรียกชื่อ "เปรี้ยวๆ" (อ่านต่อ...ชมภาพ)
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังยืนยันด้วยว่า คดีดังกล่าวไม่เกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เป็นความแค้นส่วนตัว การค้ายาข้ามชาติแทบจะไม่มีน้ำหนัก ส่วน น.ส.จิดารัตน์ แทบจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฆ่าคดีนี้ แต่ได้นำโทรศัพท์ของผู้ตายไปขาย นอกจากนี้ น.ส.จิดารัตน์ เคยทำงานที่ประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯ น.ส.ปรียานุช ก็เลยให้ช่วยติดต่อให้ โดยไม่มีผู้พาหนี ส่วนนายเก้าหรือเกล้า เจ้าหน้าที่ไม่มีข้อมูลว่าได้พาผู้ต้องหาหลบหนี ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้หลบซ่อนตัวด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่พยายามกดดันทุกวิถีทาง คดีนี้ไม่ใช้เรื่องสลับซับซ้อน หลังจาก น.ส.ปรียานุช ตั้งสติได้จึงตัดสินใจเข้ามอบตัว เพราะไม่อยากให้คนที่ไปพักด้วยได้รับความเดือนร้อน
“จากประสบการณ์ของผม ผู้ต้องหาตอบทุกคำถามโดยไม่ลังเล โดย น.ส.ปรียานุช ยอมรับว่าต้องการแค่สั่งสอน แต่ลงมือหนักเกินไป ทั้งนี้ ผู้ต้องหาจะให้การอ้างว่าอย่างไรก็เป็นเรื่องในสำนวนที่เขาจะให้การต่อไป อยากให้ดูกรณีนี้เป็นตัวอย่าง หลังพลั้งมือฆ่า น.ส.วริศรา ไปแล้ว เขาคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร ศพเริ่มจะแข็ง น.ส.ปรียานุช รู้ว่าทำไปแล้วตัวเองก็ไม่รอด แต่ด้วยความคิดของผู้ก่อเหตุในขณะนั้นมีเท่านี้ โดย น.ส.ปรียานุช รับว่ามีความคิดอยู่ 2 อย่าง คือ ไม่นำไปถ่วงน้ำ โดยได้คิดต่อว่าอย่างไรศพก็โผล่มาอยู่ดี กับเคยดูภาพยนตร์ต่างประเทศถึงวิธีการฆ่าหั่นศพ ซึ่งโดยปกติแล้วการฆ่าหั่นศพจะเกิดในต่างประเทศ ประเทศไทยเกิดคดีแบบนี้น้อยมาก จึงเลือกหั่นศพแทนการถ่วงน้ำ ขณะเดียวกันผมคิดว่าสื่อและข่าวที่ออกไปก็มีส่วนอาจทำให้เกิดพฤติกรรมแบบนี้เหมือนกัน ในเบื้องต้นจากการสอบสวนพบว่า น.ส.ปรียานุช และนายวศิน ได้ร่วมกันหั่นศพ น.ส.วริศรา ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใส่กุญแจมือ เพราะเชื่อว่าผู้ต้องหาคงไม่หลบหนี และอยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบกับผู้ต้องหาคิดจะมอบตัวอยู่แล้ว”
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม หากสอบสวนแล้วพบว่ามีการกระทำที่เป็นความผิด เจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาต่อไป แต่จะต้องรอสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 ก่อน นอกจากนี้การไปเที่ยวสถานบันเทิงก่อนก่อเหตุไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ต้องหาจะเสพยาหรือไม่ ซึ่งหลังจากนี้จะส่งไปตรวจหาสารเสพติดต่อไป โดยเจ้าหน้าที่จะทำให้ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งนี้ คดีดังกล่าวได้สอบปากคำไปแล้ว 22 ปาก หลังจากนี้ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพประมาณ 7 - 8 จุด ในวันที่ 5 มิถุนายน ต่อไป
ด้าน พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวว่า หลังก่อเหตุเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ผู้ต้องหาทั้งสามคนได้เดินทางมายังกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม โดยพักที่ย่านรามอินทรา กม.8 เป็นเวลา 1 คืน ก่อนที่วันที่ 25 พฤษภาคม จะเดินทางไปที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ไปถึงเวลาประมาณ 14.00 น. จากนั้นก็ข้ามแดนไปยังท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ช่วงค่ำ และเริ่มทำงานที่ร้านโอโซนคาราโอเกะแอนด์สปา ในคืนนั้นเลย จากนั้นวันที่ 27 - 28 ก็ออกไปกับแขก แล้วก็ไปพักตามบ้านร้างและกระท่อมในพื้นที่ท่าขี้เหล็ก ขณะเดียวกันทางการไทยก็ประสานทางการเมียนมาให้กดดัน โดยห้ามผู้ประกอบการรับทำงาน กระทั่งทนแรงกดดันไม่ไหว ประกอบกับกลุ่มผู้ต้องหาตั้งใจจะมอบตัวอยู่แล้ว วันที่ 3 มิถุนายน จึงได้เข้ามอบตัวดังกล่าว
ขณะที่ พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ระบุว่า ได้ยืนยันตั้งแต่ต้นแล้วว่าประเด็นการก่อเหตุเกิดจากความแค้นส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างที่สื่อได้เสนอข่าวไป ซึ่งหลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหากลับไปที่ จ.ขอนแก่น เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม จากนั้นในวันพรุ่งนี้ (5 มิ.ย.) จะทำการควบคุมผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป



