
เวลาเหนื่อย พอคิดถึงสิ่งที่พระองค์ทำจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
ประชาชนทั่วทุกสารทิศต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว
สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 05.00 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าว
ครอบครัววิมุตตานนท์
นายชัย วิมุตตินันท์ วัย 64 ปี เดินทางมาพร้อมกับภรรยา นางศิริพร วัย 57 ปี และลูกชาย นายลือคำ อายุ 29 ปี จากบ้านพักย่านสาทร กล่าวว่า มากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งใช้เวลาต่อแถวประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ต่างจากครั้งแรกเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วที่ต้องต่อแถวนานถึง 9 ชั่วโมง เมื่อได้ขึ้นไปกราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศได้ตั้งจิตบอกพระองค์ท่านว่าจะเป็นลูกที่ดีของพ่อตลอดไป
"ตอนพระองค์ท่านยังมีพระชนม์ชีพอยู่ไม่เคยมีโอกาสชื่นชมพระบารมีใกล้ๆ เลยสักครั้ง แต่ก็ประทับใจในสิ่งที่พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อคนไทยมาตลอด 70 ปี ประทับใจจนไม่สามารถพรรณาออกมาเป็นคำพูดได้ทั้งหมด อีกทั้งพระองค์ยังทรงเป็นกำลังใจให้ด้วย อย่างตัวผมเองเวลาที่ทำอะไรแล้วรู้สึกเหนื่อย พอคิดถึงสิ่งที่พระองค์ท่านทำเราจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง" หัวหน้าครอบครัววิมุตตานนท์ กล่าว
ด้าน นางศิริพร กล่าวเสริมว่า ตัวเองได้รับพระราชทานปริญญาจากพระหัตถ์ในหลวง ร.9 ตอนที่จบการศึกษาจากคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2526 ซึ่งครั้งนั้นเป็นครั้งที่ได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิดที่สุด รู้สึกปลื้มจนยากจะบรรยาย ทั้งนี้ตัวเองยังได้นำคำสอนของพระองค์ท่านมาปรับใช้กับตัวเองและสอนลูกชายด้วย โดยเน้นในเรื่องความสมถะ ความพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ และพยายามทำตัวให้มีประโยชน์ต่อสังคมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
น.ส.ปฐมาภรณ์ สุกใส-น.ส.วรารัศ ช่วยบุญส่ง-น.ส.เอื้อพร โพธิ์ไทร
น.ส.ปฐมาภรณ์ สุกใส ครูภาษาไทย โรงเรียนวัดจันทร์ประดิษฐาราม เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นครั้งแรก พร้อมกับเพื่อนครูอีกสองคน น.ส.เอื้อพร โพธิ์ไทร และ น.ส.วรารัศ ช่วยบุญส่ง เผยว่า วันนี้เป็นวันหยุดจึงนัดกับเพื่อนครูมาสักกาพระบรมศพ ด้วยรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ 70 ปีแห่งการครองราชย์ ในหลวง ร.9 ทรงมีโครงการพระราชดำริมากมาย เพื่อช่วยเหลือประชาชน แม้ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ห่างไกลในถิ่นทุรกันดาร แต่ทรงไม่ละเลิก ส่วนในกรุงเทพฯ ทรงมีโครงการสร้างสะพานแก้ปัญหารถติดและแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม ทำให้คนเมืองหลวงมีการคมนาคมที่สะดวกขึ้น สำหรับตัวเองแล้วมีในหลวง ร.9 เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตหลายเรื่อง โดยความพอเพียง รู้จักกินรู้จักใช้ ถือเป็นสิ่งที่นำมาปฏิบัติได้ง่ายแล้วเห็นผลจริง



