
กล้วยไม้มาจากไหน ตอน2
โดย - ศ.ระพี สาคริก
ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว
สำหรับกล้วยไม้นั้น ภายในเมล็ดมีแต่เชื้อที่มีชีวิต เสมือนลูกอ่อนที่ยังต้องอาศัยแม่ป้อนนมให้ โดยทั่วไปขนาดของเมล็ดจะเล็กมากจนกระทั่งมีสภาพคล้ายผงละเอียด หรือฝุ่น
เพราะกล้วยไม้ที่ตกอยู่ในสภาพดังกล่าว ธรรมชาติจึงต้องกำหนดให้กล้วยไม้แต่ละฝักมีเมล็ดเล็กละเอียดก็จริง แต่มีจำนวนฝักละนับแสนล้าน เพื่อจะได้ป้องกันไม่ให้ถูกน้ำฝนหรือลม มาพัดผ่านไปสู่ที่อื่น
กล้วยไม้ ซึ่งเมล็ดจะสามารถงอกได้ก็เพราะมีเชื้อรากลุ่มหนึ่งคอยช่วยเหลือ แบบที่เรียกว่า “พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน”
เชื้อรากลุ่มนี้ โดยปกติเราจะพบว่ามีอยู่ที่ผิวของรากกล้วยไม้ เมล็ดปลิวมาตกก็จะสามารถงอกได้ เพราะเชื้อราชนิดนี้ช่วยหาอาหารให้แก่เมล็ดกล้วยไม้ ในขณะที่เมล็ดซึ่งโตขึ้นมาเป็นต้นอ่อน ยังไม่สามารถหาอาหารได้เอง ชีวิตที่พึ่งพากันและกันแบบนี้ เราเรียกกันว่า Symbiosis
ความจริงแล้ว การขยายพันธ์ุของพืช เราสามารถแบ่งแกได้ 2 วิธี
วิธีแรก คือ การงอกของเมล็ดดังได้กล่าวมาแล้ว อีกวิธีหนึ่งได้แก่ การใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ต้นไม้ ดังเช่น การแยกกิ่งก้านสาขา แล้วนำไปปลูกให้เจริญเติบโต เป็นต้นใหม่อีกต้นหนึ่ง
โดยธรรมชาติแล้ว การใช้เมล็ดนั้นมีหลักสำคัญอยู่ประการหนึ่งว่า ภายในหน่วยชีวิตเล็กๆ ซึ่งตาเปล่ามองไม่เห็น หน่วยนี้เรียกว่า เซลล์ (cell)
เซลล์ที่กล่าวนั้น ภายในร่างกายไม่ว่าคน สัตว์ หรือต้นไม้ อาจแบ่งออกเป็น 2 จำพวก
เซลล์สืบพันธ์ุ (derm cell) เซลล์กลุ่มนี้ทำหน้าที่สืบพันธ์ุโดยตรง จึงมีสารที่เรียกกันว่า (chromosome) ดังกล่าว มีลักษณะติดกันเป็นคู่ ในแต่ละคู่จะมีสารอีกจำพวกหนึ่ง ซึ่งเรียกกันว่า (dem) ยีนส์แต่ละคู่ทำหน้าที่ควบคุมลักษณะของร่างกาย เช่น มนุษย์มีลูกเกิดมาก็ต้องเป็นมนุษย์ อีกทั้งยังควบคุมในรายละเอียด แม้กระทั่งสีของผิว สีของตา จำนวนแขนและขาเป็นตัวอย่าง จึงทำให้มนุษย์มีลูกเกิดมาแล้วไม่กลายเป็นสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่นนี้เป็นต้น ส่วนกล้วยไม้นั้น ถ้าพ่อแม่เป็นกล้วยไม้ช้างแดง เมื่อผสมกันแล้ว ลูกออกมาก็จะเป็นช้างแดง
สำหรับโคโมโซมนั้น พันธ์ุไม้และสัตว์แต่ละชนิดอาจมีจำนวนไม่เท่ากัน ดังเช่น แวนด้า จะมีจำนวนโคโมโซม 1 ชุด เท่ากับ 38 แต่เนื่องจากเซลล์สืบพันธ์ุแต่ละเซลล์มีจำนวนโคโมโซมเป็นคู่ๆ ดังนั้นก่อนจะผสมพันธุ์ จำนวนโคโมโซมจะแบ่งครึ่งเหลือข้างละ 28 ทั้งเพศผู้และเพศเมีย เมื่อผสมกันแล้วก็จะเป็น 36 ตามเดิม เพราฉะนั้นจำนวนโคโมโซมของเซลล์สืบพันธ์ุจึงสมมุติให้เป็น 2 ชุด หรืออาจเขียนว่า 2n = 36 ดังนั้นเมื่อเพศผู้และเพศเมียผสมกัน จึงเท่ากับ 36 ตามเดิม
เซลล์อีกกลุ่มหนึ่งได้แก่ เซลล์ที่เป็นเนื้อหนังของมนุษย์หรือพืช เช่น เซลล์ใบ ราก รวมทั้งกิ่งก้านสาขา เซลล์ประเภทนี้เรียกกันว่า somatic เซลล์ประเภทนี้ไม่มีหน้าที่ในการสืบทอดลักษณะของพ่อแม่
ถ้าใครลองนำเอาเมล็ดถั่วมาเพาะ เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง เวลางอกขึ้นมาเป็นต้นอ่อน จะมีใบเลี้ยงติดอยู่ที่ต้นอ่อน 1 คู่ ลักษณะของใบเลี้ยงคล้ายกับลักษณะของเมล็ดที่มีข้างละซีก แต่เมล็ดกล้วยไม้ไม่มีใบเลี้ยงจึงต้องอาศัยเชื้อรา ซึ่งเป็นชีวิตภายนอกมาช่วยหาอาหารให้ ในขณะที่เริ่มเติบโต ครั้นเลี้ยงตัวได้แล้ว ใบเลี้ยงของถั่วก็จะหลุด คงเหลือแต่ใบจริง ซึ่งเริ่มต้นจ



