ข่าว

ผีมีลุ้นได้"ริโอ"บู๊ไก่
ปืนส่ง"เชส"บุกเรือ
เชลซีปึ้กดวลสโต๊ค
หงส์ระวังเบิร์นลีย์

ผีมีลุ้นได้"ริโอ"บู๊ไก่ ปืนส่ง"เชส"บุกเรือ เชลซีปึ้กดวลสโต๊ค หงส์ระวังเบิร์นลีย์

12 ก.ย. 2552

"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด มีลุ้นได้ตัว ริโอ เฟอร์ดินานด์ กลับมายืนคุมแนวรับในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ต้องยกพลไปเยือนรัง "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ขณะที่ เชส ฟาเบรกาส พร้อมคุมทัพ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ในเกมที่ต้องไปเยือน "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ด้าน "สิงโต


 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ 12 กันยายนนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 8 คู่ โดยคู่เอกเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่าง "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ในฐานะ "แชมป์เก่า" จากเมื่อฤดูกาลก่อน ซึ่งต้องยกพลบุกไปเยือนสนามไวท์ ฮาร์ท เลน เพื่อดวลแข้งกับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมฟอร์มแรงที่เก็บชัยชนะได้ถึง 4 เกมรวด สำหรับเกมนี้ ทรูสปอร์ต 3 ช่อง 61 ถ่ายทอดสด เวลา 23.30 น.  
 นัดนี้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือทีมเยือนมีลุ้นได้ตัว ริโอ เฟอร์ดินานด์ ปราการหลังคนเก่งกลับมายืนคุมแนวรับคู่กับ เนมันยา วิดิช อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจาก เฟอร์ดินานด์ สามารถฝึกซ้อมได้แล้ว หลังต้องจำใจนอนพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บบริเวณต้นขาไปนานหลายสัปดาห์ แต่กลับต้องหมดสิทธิ์ใช้งาน จอห์น โอเชีย แบ็กขวาตัวหลักที่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน ส่งผลให้ เวส บราวน์ มีโอกาสได้ยืนในตำแหน่งนี้ เช่นเดียวกับ ดาร์เรน เฟลทเชอร์ ที่น่าจะได้ยืนคุมแดนกลางคู่กับ ไมเคิล คาร์ริค ส่วนคู่หัวหอกเป็นหน้าที่ของ เวย์น รูนีย์ กับ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ ค่อนข้างแน่   


 ส่วน แฮร์รี เรดแนปป์ กุนซือเจ้าถิ่นพร้อมส่ง นิโก ครันชาร์ กองกลางตัวใหม่ลงประเดิมสนามนัดแรกเสียบแทนตำแหน่งของ ลูกา โมดริช ที่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน ส่วนบรรดาแข้งหลักในตำแหน่งอื่นๆ อย่าง เซบาสเตียน บาสซง, อารอน เลนอน, เจอร์เมน เจนาส, ร็อบบี้ คีน และ เจอร์เมน เดโฟ พร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงเหมือนเดิม
 ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เจอศึกหนักต้องบุกไปเยือน "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ที่สนามซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สำหรับคู่นี้ ทรูสปอร์ต 1 ช่อง 59 ในเวลา 21.00 น. นัดนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือทีมเยือนสามารถใช้งาน เชส ฟาเบรกาส กองกลางคนสำคัญได้ตามปกติ เช่นเดียวกับ โทมัส โรซิคกี้ และ ธีโอ วัลคอตต์ เนื่องจากทั้งหมดหายจากอาการบาดเจ็บเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ต้องไร้เงาของ อังเดร อาร์ชาวิน กองหน้าจอมพลิ้วที่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน ส่งผลให้ นิคลาส เบนด์ทเนอร์ น่าจะมีโอกาสได้ยืนล่าตาข่ายคู่กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี สูงมาก
 ด้าน มาร์ค ฮิวจ์ส กุนซือเจ้าถิ่นต้องหมดสิทธิ์ใช้งาน คาร์ลอส เตเบซ กองหน้าร่างเจ็บที่ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณต้นขา แถมยังต้องรอเช็กความฟิตของ โรบินโญ่ และ โรเก้ ซานตา ครูซ อีกด้วย ส่งผลให้ เครก เบลลามี มีโอกาสได้ยืนล่าตาข่ายคู่กับ เอมมานูเอล อเดบายอร์ สูงมาก ส่วนบรรดาแข้งหลักในตำแหน่งหลายอื่นๆ อย่าง โคโล ตูเร่, สตีเฟน ไอร์แลนด์, แกเรธ แบร์รี และ ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ พร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน 


 ปิดท้ายกันที่ 2 ทีมยักษ์ใหญ่ในกลุ่มหัวแถวอย่าง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี และ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล โดย เชลซี พร้อมส่งบรรดาผู้เล่นตัวหลักอย่าง จอห์น เทอร์รี, มิกกาเอล เอสเซียง, แฟรงค์ แลมพาร์ด และ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ลงเล่นในเกมนัดที่ต้องยกพลบุกไปเยือน "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ที่พกสถิติทำผลงานในสนามบริทานเนีย สเตเดี้ยม ของตัวเองได้ค่อนข้างดีมาก สำหรับคู่นี้ ทรูสปอร์ต 5 ช่อง 63 ถ่ายทอดสด เวลา 21.00 น. ขณะที่ ลิเวอร์พูล แม้จะได้สิทธิ์เปิดสนามแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ เบิร์นลีย์ แต่จะประมาททีมน้องใหม่ไม่ได้เลย เนื่องจากลูกทีมของ โอเว่น คอยน์ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทีม "จอมล้มยักษ์" ที่สามารถปราบบรรดาคู่แข่งที่เหนือกว่าได้ทุกเมื่อ สำหรับเกมคู่นี้ ทรูสปอร์ต 3 ช่อง 61 ถ่ายทอดสด เวลา 21.00 น.  
 ส่วนโปรแกรมที่เหลืออีก 4 คู่ ซึ่งจะลงสนามฟาดแข้งกันในเวลา 21.00 น. พร้อมกันทั้งหมด แบล็คเบิร์น พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน (ทรูสปอร์ต เอ็กซ์ตรา 1 ช่อง 66), ปอร์ทสมัธ พบ โบลตัน (ทรูสปอร์ต เอ็กซ์ตรา 2 ช่อง 67), ซันเดอร์แลนด์ พบ ฮัลล์ (ทรูสปอร์ต คลับ แชนเนล เอ็ม  ช่อง 106), วีแกน พบ เวสต์แฮม