ข่าว

เพื่อนแฉ“เอิร์น”ถูกจับคดีเสพยาหลายครั้ง (ชมคลิป)

เพื่อนแฉ“เอิร์น”ถูกจับคดีเสพยาหลายครั้ง (ชมคลิป)

03 มิ.ย. 2560

เพื่อนสนิท“เอิร์น”ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ"น้องแอ๋ม" เผย ชีวิตเอิร์น เคยถูกจับคดีเสพยาหลายครั้ง ปส.แจงพร้อมช่วยขยายผลเชิงลึก เครือข่ายยาเสพติด

            นางสาวเอ (นามสมมุติ) อดีตเพื่อนสาวคนสนิทของ น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น ผู้ต้องหาที่ถูกศาลจ.ขอนแก่น ออกหมายจับข้อหาร่วมกันฆ่าหั่นศพ นส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือแอ๋ม เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปยังประเทศเมียนมาร์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าววันนี้(3มิ.ย.) ว่า รู้จักกับน.ส.เอิร์น มาได้ประมาณ 4-5 ปี ก่อนหน้านี้เคยทำงานที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่นด้วยกัน จึงสนิทสนมกันมาก ช่วงที่ตนยังคบกับเอิร์น เอิร์นมีนิสัยเฮฮาเมื่ออยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ แต่จะค่อนข้างฉุนเฉียวเมื่ออยู่กับแฟน 

          ซึ่งเอิร์นจะมีรสนิยมคบหาเพศเดียวกัน (สาวหล่อ) และมักมีสาวทอมหลายคนมาติดพัน พอรู้จักกับเอิร์นไปได้สักระยะก็มารู้ว่าเอิร์น เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดหลายครั้ง และมีคนสนิทเล่าให้ฟังว่าเอิร์นมักจะหยิบฉวยของมีค่าของคนอื่นๆ ไปหลังจากนั้นก็ห่างหายกันไป ปีที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสกลับมาพบกันอีกครั้งโดยเอิร์น ไปทำงานเป็นแดนเซอร์ให้กับวงหมอลำคณะใหญ่ในเมืองขอนแก่น และพี่ชายก็เป็นพระเอกหมอลำด้วย

       ล่าสุดช่วงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม ทราบว่าเอิร์น กลับมาทำงานที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น ที่เดียวกับ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว และทั้งคู่มักเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศในแถบเอเชียหลายประเทศด้วยกัน สามารถสร้างรายได้ถึงหลักแสนบาทในเวลาครึ่งเดือน ตนจึงคิดอยากไปทำงานที่ต่างประเทศกับเปรี้ยวและเอิร์น แต่ยังไม่ทันได้ติดต่อไปก็มาพบว่าทั้งคู่กลายมาเป็นผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม สร้างความตกใจให้กับตนเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าเอิร์น จะลงมือฆ่าได้อย่างโหดเหี้ยมขนาดนี้ 

            พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. เปิดเผยกรณีน.ส.ปรียานุช โนนวังชัย อายุ 24 ปี หรือเปรี้ยว ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม อายุ 22 ปี เกี่ยวข้องขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติหรือไม่ ว่า ทางด้านการสืบสวนตามที่ได้รับแจ้งพบว่าน.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่พื้นที่และเจ้าของคดีดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆก่อน ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่าคดีหลักคือคดีฆาตกรรม จึงต้องให้เจ้าของพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการ และหลังจากนั้นหากมีข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุพัวพันขบวนยาเสพติด ซึ่งก็คงเป็นหน้าที่ของตำรวจเจ้าของคดีดำเนินการต่อ หากต้องการความช่วยเหลือหรือต้องการสืบสวนเชิงลึกเพื่อขยายผลไปยังกลุ่มเครือข่ายนั้น ตนและทีมงานก็พร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือร่วมสืบส่วนในคดียาเสพติดเพิ่มเติม แต่ขณะนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการดำเนินการใดๆ