
"พท."ส่งหลักฐานทุจริตชุมชนพอเพียงให้ดีเอสไอ
"เพื่อไทย" นำหลักฐานทุจริตโครงการชุมชนพอเพียงมอบดีเอสไอตรวจสอบเพิ่ม แฉ 6 กลุ่มเอี่ยวโกง จี้ รัฐบาลเร่งตั้งมีชัย วีระไวทยะ เข้าตรวจสอบความเสียหาย 5 พันล้าน
(11ก.ย.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย พร้อมกรรมการตรวจสอบการใช้งบประมาณโครงการ“เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน”ของพรรคเพื่อไทย นำชาวบ้านในหลายพื้นที่เข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และมอบหลักฐานเพิ่มเติมกรณีการทุจริตโครงการชุมชนพอเพียงให้กับ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ดีเอสไอตรวจสอบโครงการชุมชนพอเพียง
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ตนได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อบุคคลที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียงต่อดีเอสไอเพิ่มเติม โดยผลการตรวจสอบของพรรคเพื่อไทยพบว่า มีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต 6 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้ประสานงานหรือตัวแทนนักการเมืองที่เข้าไปหลอกประชาชนในชุมชนให้ลงชื่อในเอกสารต่างๆเพื่อตกลงซื้อสินค้าตามรายงานที่ต้องการนำเสนอ ในลักษณะเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนบางรายและหลอกให้ประชาชนร่วมมือในการกระทำการทุจริต 2 ผู้อำนวยการเขตและเจ้าหน้าที่เขต 12 เขตได้แก่ เขตดอนเมือง ลาดพร้าว บางกะปิ วังทองหลาง ดินแดง พญาไท บางรัก บางกอกน้อย สวนหลวง ห้วยขวาง บางแค และบางพลัด ในฐานะผู้เซ็นรับรองเอกสารก่อนการเสนออนุมัติทั้งที่เอกสารต่างๆไม่ได้ผ่านขั้นตอนการดำเนินการที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนระเบียบและปฏิบัติหน้าที่มิชอบ 3 เจ้าหน้าที่ธนาคารที่ร่วมมือกับนักการเมือง พ่อค้าในการยินยอมทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวกับโครงการนี้โดยมิชอบ 4 ผู้จำหน่ายสินค้า ที่มีส่วนในการทุจริตและขายสินค้าราคาแพงเกินจริง ไม่มีคุณภาพและเอาเปรียบประชาชน 5 ผู้อนุมัติโครงการ เจ้าหน้าที่ในสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน (สพช.) 6 ผู้กำหนดนโยบายในระดับรัฐบาล
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า พยานหลักฐานของคณะกรรมการตรวจสอบของพรรคเพื่อไทย ยืนยันได้ว่า กรณีการทุจริตโครงการนี้ มีนักการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ในระดับที่ใหญ่กว่าสมาชิกสภาเขต (สข.) เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรตัดตอนแค่ระดับนักการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะกรณีผู้ช่วย ส.ส.คนหนึ่ง ซึ่งถูกปลดจากตำแหน่งผู้ช่วยส.ส.ก่อนที่พรรคประชาธิปัตย์จะพิจารณาขับออกจากสมาชิกพรรค รวมทั้งกรณีนายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสพช.ที่พบว่า มีการนำสินค้าของตนเองเข้าไปจำหน่ายในโครงการนี้ ก็ยังทำหน้าที่อยู่ ทำให้เมื่อชาวบ้านต้องการขอข้อมูลจาก สพช.เพื่อนำมาฟ้องร้อง จึงถูก สพช.ปฏิเสธ นอกจากนี้ ที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า จะแต่งตั้งนายมีชัย วีระไวทยะ เข้ามาเป็นประธานดูแลโครงการนี้ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการแต่งตั้งนายมีชัย ทั้งที่ควรเร่งทำให้โปร่งใส เพื่อให้สังคมรู้ว่าใครจะมารับผิดชอบดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นกว่า 5 , 000 ล้านบาท
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า โครงการชุมชนพอเพียงเป็นการทุจริตเชิงนโยบาย จึงยากต่อการตรวจสอบเพราะเป็นการทุจริตที่ไม่มีใบเสร็จ แม้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจะเข้ามาตรวจสอบก็จะไม่พบความผิดของนักการเมือง เนื่องจากมีการตัดตอนให้ชุมชนเป็นผู้เซ็นลงนามสั่งซื้อสินค้า แต่ยืนยันได้ว่าโครงการดังกล่าวผิดตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยการเสนอโครงการโดยไม่มีการทำประชาคม หลอกลวงให้กรรมการชุมชนและคนในชุมชนไปลงลายมือชื่อโดยไม่แจ้งให้ทราบข้อเท็จจริงของโครงการ และมีการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อโอนเงินโครงการเข้าบัญชีชุมชนและถอนเงินออกโดยขัดต่อระเบียบ ทั้งนี้มีหลายชุมชนที่ไม่ทราบการทำธุรกรรมการเงินดังกล่าว รวมถึงสินค้าที่ได้รับไม่ตรงกับรายการสั่งซื้อที่ได้รับการอนุมัติ และไม่ตรงกับความต้องการของชุมชน
ด้าน พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนจะนำหลักฐานที่ฝ่ายผู้ร้องนำมามอบให้เพิ่มเติมไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่าคดีมีมูลความผิดหรือไม่ ทั้งนี้หากเป็นการร้องทุกข์กล่าวโทษนักการเมืองและข้าราชการระดับสูง คดีจะอยู่ในอำนาจสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)



