ข่าว

“สาทิตย์”ยืนยันไม่มีการปรับครม.แน่นอน

“สาทิตย์”ยืนยันไม่มีการปรับครม.แน่นอน

11 ก.ย. 2552

“สาทิตย์” ยันไม่มีการปรับ ครม.ระบุ ปชป.กับพรรคร่วมยังรักกันดี พร้อมกอดคอเดินหน้าโครงการไทยเข้มแข็ง

(11ก.ย.) เวลา 10.30 น. ที่โรงแรมรามาการ์เดนท์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยว่าจะเสนอปรับนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทยและนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์จากตำแหน่งว่า ไม่มี ความจริงเรื่องการปรับ ครม. เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งการปรับคณะรัฐมนตรีแต่ละครั้งนายกฯพูดแล้วว่า จะต้องเกิดขึ้นเมื่อมีเหตุจำเป็น และต้องเป็นเรื่องที่ปรับเพื่อประสิทธิภาพในการทำหน้าที่ ซึ่งทั้งนายอลงกรณ์และนายถาวรก็ไม่น่าจะมีเหตุขัดแย้งอะไรกับคนในพรรคร่วมรัฐบาล ถึงขั้นให้มีการกดดันให้ปรับ ครม.
 
 ส่วนที่อ้างว่ามีความเห็นต่างกับ รมว.มหาดไทยเรื่องที่ดินอัลไพน์และการเสนอชื่อปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ความจริงสองเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นชนวนความขัดแย้ง เพราะกรณีการตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีว่าการเป็นคนเสนอชื่อ ซึ่งการเสนอชื่อต้องมีการหารือกันอย่างรอบคอบในกระทรวงพาณิชย์แล้วเสนอมายัง ครม. เพื่อที่จะดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนและหากเห็นไม่ตรงกันก็ไม่น่าจะเป็นเหตุถึงขั้นเสนอให้ปรับ ครม.เพราะงานที่ทำก็ไปด้วยดี และนายอลงกรณ์ ก็เป็น รมช.พาณิชย์ ซึ่งอำนาจหน้าที่อยู่ที่รัฐมนตรีว่าการ ส่วนกรณีที่เรื่องที่ดินอัลไพน์ตนไม่ได้มองว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลแต่เป็นเรื่องต่างคนต่างทำหน้าที่
 
 นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องที่ดินอัลไพน์ คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ นายเสนาะ เทียนทอง อดีตเจ้าของที่ดินก็ออกมาพูดแล้วว่า เป็นแผนสกัดไม่ให้นั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องเดิมตั้งแต่ปี 2532 และเป็นประเด็นเมื่อนายเสนาะเข้าพรรคไทยรักไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปให้สัมภาษณ์ในรายการของนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ว่าที่ดินอัลไพน์ซื้อมาคุ้มค่ามาก จนเป็นประเด็นให้พรรคประชาธิปัตย์หยิบมาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรรคเป็นคนอภิปรายเอง และมีการดำเนินการกฎหมายเรื่อยมา จนเข้าใจว่าครั้งนี้เป็นการทำหน้าที่ตามปกติธรรมดาของคนที่ตามเรื่องที่ดินอัลไพน์ แต่ในกระบวนการอาจจะมีการกดดันปลัดกระทรวงมหาดไทย จึงมีการหยิบยกมาว่าเป็นความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล
 
 “ความจริงเรื่องนี้ ไม่ใช่ความขัดแย้ง เรามองว่าเป็นการทำหน้าที่ ยังยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลที่ทำงานร่วมกับกับพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้ยังทำงานไปได้ แต่ยอมรับว่า หลายเรื่องอาจจะมีความเห็นไม่ตรงกัน ซึ่งในนรอบ 7-9 เดือนที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่เห็นไม่ตรงกัน ทุกความเห็นที่ไม่ตรงกันมีทางออก โดยทางออกสุดท้ายคือต้องยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก คงไม่ถึงขั้นบานปลายว่า จะทำให้ต้องกดดันใครออกจากตำแหน่ง ” นายสาทิตย์ กล่าว
 
 เมื่อถามว่าจะบานปลายถึงขั้นยุบสภาหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่มี เรื่องการยบุสภา ก็ไม่เคยมีการคุยกัน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ว่าไม่พอใจใครก็จะยุบได้ แต่การยุบสภาจะต้องมีเหตุผลใหญ่ ว่าสภาไม่สามารถทำงานได้ หรือสภามีปัญหาขัดแย้งกับรัฐบาลถึงขั้นที่เรียกว่าเป็นความผิดของสภา ฉะนั้นเรื่องยุบสภาก็ดี เรื่องปรับ ครม.ก็ดี เป็นเรื่องที่ว่ากันไป แต่รัฐบาลเองมีงานจะต้องทำอีกมาก โดยเฉพาะโครงการไทยเข้มแข็งที่เพิ่งเริ่มต้นถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทำงานกันอีกมาก โดยเฉพาะการดูแลการประกันรายได้ขั้นต่ำของเกษตรกร ซึ่งพรุ่งนี้ (วันที่ 12 ก.ย.) นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปจังหวัดลพบุรี เพื่อทำเรื่องการประกันรายได้ขั้นต่ำของเกษตรกร ดังนั้นขออย่าเอาเรื่องอย่างนี้มาเชื่อมโยงว่ารัฐบาลจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ และรัฐบาลเองทุกคนก็ต้องสำนึกว่าประชาชนรอความหวังจากรัฐบาลว่าเมื่อไหร่จะแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้ ถ้ามัวแต่มาทะเลาะกันเองคนก็จะเสียความหวัง ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความขัดแย้งกันจนถึงขั้นต้องปรับครม.หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวยืนยันว่า ไม่มี การพูดคุยกันในระดับแกนนำพรรคยังมีอยู่ตลอดเวลา